posttoday
กสิกรไทยมั่นใจ เงินบาทยังผันผวน

กสิกรไทยมั่นใจ เงินบาทยังผันผวน

14 กันยายน 2559

กอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยประเมินค่าเงินบาทสิ้นปีนี้ไว้ที่ 35.50 บาท/เหรียญสหรัฐ และปี 2560 คาดว่าค่าเงินบาทจะอยู่ที่ระดับ 36.00 บาท/เหรียญสหรัฐ ภายใต้สมมติฐานว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในเดือน ธ.ค.นี้

กอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยประเมินค่าเงินบาทสิ้นปีนี้ไว้ที่ 35.50 บาท/เหรียญสหรัฐ และปี 2560 คาดว่าค่าเงินบาทจะอยู่ที่ระดับ 36.00 บาท/เหรียญสหรัฐ ภายใต้สมมติฐานว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในเดือน ธ.ค.นี้

อย่างไรก็ดี ตลาดเริ่มเลื่อนคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยไปเป็นต้นปีหน้าแล้ว หลังจากเงินเฟ้อของสหรัฐอยู่ระดับต่ำ 1.6% ไม่ถึงกรอบเป้าหมาย 2%

“ประเมินค่าเงินบาทช่วงนี้ผันผวนตามกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ เฉพาะเดือน ส.ค. ตลาดปรับฐานเห็นได้จากเม็ดเงินในตลาดตราสารหนี้ลดลงมาที่ 7.4 แสนล้านบาท ลดลงกว่าหมื่นล้านบาท สันนิษฐานว่านักลงทุนโยกเงินเข้าตลาดหุ้น ทำให้ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ผันผวน ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเหวี่ยงไปมา เพราะหลายประเด็นผิดไปจากคาดการณ์ ค่าเงินช่วงนี้ต้องจับตาความเห็น กนง.จะเป็นห่วงเรื่องค่าเงินอีกหรือไม่” กอบสิทธิ์ กล่าว

ขณะที่ในวันนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยคาดว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% จนถึงสิ้นปีนี้  

กอบสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ธนาคารยังประเมินว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้จะเติบโต 3% ตามกรอบเดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 2.5-3.5% เนื่องจากแรงหนุนจากการท่องเที่ยวและการลงทุนภาครัฐ แต่ต้องจับตา คือ ความมีเสถียรภาพการเมืองโดยเฉพาะการเลือกตั้ง ขณะที่การส่งออกคาดว่าจะติดลบ 2% หลังเศรษฐกิจคู่ค้าหลักคือจีนยังชะลอตัว

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยล่าสุดยังเห็นสัญญาณการชะลอตัว หลังผลมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหมดลงในไตรมาส 2 ส่วนการส่งออกภาพไม่สู้ดีนัก หลังจากที่การส่งออกยานยนต์ที่เคยทำได้ดีเริ่มหดตัว ภาพในระยะยาวดูเหมือนภาคอุตสาหกรรมเริ่มมีบทบาทลดลง สะท้อนผ่านตัวเลขการจ้างงานที่ลดลงด้วย

อย่างไรก็ดี ศักยภาพของเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐซึ่งจะเป็นตัวสนับสนุนเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

จิติพล พฤกษาเมธานันท์ รองผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย ระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการเข้าดูแลค่าเงินบาทแข็งค่ามาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากทุนสำรองระหว่างประเทศสุทธิ จากต้นปีนี้อยู่ที่ 1.679 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ล่าสุด ณ วันที่ 2 ก.ย.ปีนี้ อยู่ที่ 2.001 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.22 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.12 ล้านล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนเปิดตลาดช่วงเช้าวันที่ 13 ก.ย.ที่ระดับ 34.87 บาท/เหรียญสหรัฐ

“จากปัจจัยจากต่างประเทศมีส่วนทำให้เงินทุนไหลเข้าชะลอลง และในประเทศทางการเองก็มีการดูแลค่าเงินบาทมากพอสมควร เห็นจากทุนสำรองประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถ้าเศรษฐกิจเรายังรอโตตามการส่งออกเศรษฐกิจคงไม่ได้โตสูงนัก ทำให้แนวโน้มเงินบาทอ่อนค่าลง คาดว่าภายในสิ้นปีนี้เงินบาทจะอยู่ที่ระดับ 34.50-35.00 บาท/เหรียญสหรัฐ แต่ในปี 2560 เราจะมีการเลือกตั้งทำให้ความเสี่ยงจากการเมืองมีความชัดเจนขึ้น ปัญหาน้อยลง ถ้าจีดีพีไทยยังรักษาการโตที่ 3-4% ได้ น่าจะดึงดูดเงินทุนไหลเข้าได้ดีขึ้น แต่ในระยะสั้นนี้เงินทุนไหลเข้าออกน่าจะขึ้นกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้วเป็นหลัก” จิติพล กล่าว

อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยธนาคารทหารไทยยังมองว่า กนง.จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ที่ 1.5% เพื่อการรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (Policy Space) และถึงเงินบาทจะปรับแข็งค่าขึ้นมาบ้าง ก็ไม่น่าจะใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำเพื่อดูแลอัตราแลกเปลี่ยน

สำหรับการเคลื่อนไหวของเงินบาทเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ปิดตลาดในช่วงเย็นที่ระดับ 34.87 บาท/เหรียญสหรัฐ คงที่กับช่วงเช้าที่เปิดตลาด ซึ่งต้นปีถึงปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าอยู่ที่ 3.21%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท