
หวั่นขาดทุนอุ้มบาท
แบงก์ห่วง ธปท.ขาดทุนแทรกแซงค่าเงินบาท แถมทำให้เอกชนไม่ซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
แบงก์ห่วง ธปท.ขาดทุนแทรกแซงค่าเงินบาท แถมทำให้เอกชนไม่ซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
ภายหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยทุนสำรองทางการที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันแตะ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มจะมากขึ้นอีกหากตลาดเงินโลกยังมีความผันผวน ทำให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดทุนและตลาดหุ้นไทย ดันเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ซึ่ง ธปท.จะซื้อเงินเหรียญสหรัฐ และออกพันธบัตรดูดเงินบาทออกจากระบบ
นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การเข้าดูแลค่าเงินบาทของ ธปท.เป็นดาบสองคม ที่จะช่วยให้ค่าเงินมีเสถียรภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้ประกอบการไม่ปรับตัวรับมือความผันผวนด้วยตัวเอง ไม่ซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เพราะค่าเงินไม่แกว่งตัวมาก
ทั้งนี้ หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นหรือแกว่งผันผวนอีก น่าจะเห็น ธปท.เข้าดูแลเพื่อให้การเคลื่อนไหวมีเสถียรภาพ แต่ไม่สามารถฟันธงได้ว่าจะถึงระดับ 1 ล้านล้านบาท ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ค่าเงินบาทอยู่ที่ 28 บาท/เหรียญสหรัฐหรือไม่ แต่ขอแนะนำให้ผู้ส่งออกให้ความสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน เพราะปริมาณเงินทุนเคลื่อนย้ายมีขนาดใหญ่และมีพลังต่อการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทอย่างมาก
“ภาวะที่ค่าเงินตลาดโลกผันผวนมาก ความจริงจะมียอดเฮดจิ้งและมีความนิยมใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความเสี่ยงอย่างมาก แต่เราพบว่าการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินไม่เพิ่มขึ้นเลย ซึ่งยอมรับว่ารู้สึกเป็นห่วง” นายกอบสิทธิ์ กล่าว
สำหรับเงินบาททรงตัวแข็งค่าเหนือระดับ 35 บาท/เหรียญสหรัฐ จากระดับ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4% เมื่อต้นปี ทำให้ ธปท.มีฐานะขาดทุนอยู่ หากเงินบาทอ่อนค่าลงจะบรรเทาภาระขาดทุนได้ แต่ยอมรับว่าคาดเดาได้ยากว่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงได้เท่าใด หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย







