
สตช.เผยผลดีเอ็นเอถุงเท้า"ธวัชชัย"เป็นของหัวหน้าเวรรปภ.
ทีมโฆษกสตช.เผยผลตรวจดีเอ็นเอในถุงเท้า เป็นของอดีตที่ดินพังงา และหน.เวร รปภ. ที่เข้าช่วยชีวิต คาดผลชันสูตรศพทราบในสัปดาห์นี้
ทีมโฆษกสตช.เผยผลตรวจดีเอ็นเอในถุงเท้า เป็นของอดีตที่ดินพังงา และหน.เวร รปภ. ที่เข้าช่วยชีวิต คาดผลชันสูตรศพทราบในสัปดาห์นี้
เมื่อวันที่ 14 ก.ย. พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณี นายธวัชชัย อนุกูล อดีตพนักงานกรมที่ดิน จังหวัดพังงา ใช้ถุงเท้าผูกคอตัวเองเสียชีวิต ขณะถูกคุมขังภายในอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่า ขณะนี้ผลตรวจดีเอ็นเอที่พบในถุงเท้าออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว พบว่าดีเอ็นเอดังกล่าวเป็นของนายธวัชชัย และ พ.ต.ท.ไพโรจน์ เล้ารัตนานุรักษ์ หัวหน้าเวรรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือนำร่างนายธวัชชัยลงมาในวันเกิดเหตุ
ส่วนผลชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตนั้น ทางสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ อยู่ระหว่างดำเนินการชันสูตรอยู่ในขณะนี้ ซึ่งคาดว่าผลผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการจะออกมาภายอาทิตย์นี้ อีกทั้งทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ก็อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ในที่เกิดเหตุทั้งหมด ซึ่งหากผลดำเนินการเสร็จสิ้น ก็จะส่งรายงานให้กับพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ให้ประกอบสำนวนคดีดังกล่าวต่อไป
ขณะเดียวกันในวันนี้ทางพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้เชิญทีมแพทย์ที่รับตัวนายธวัชชัย มาทำการสอบปากคำรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางคดี ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังคงไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง จนกว่าจะมีพยานหลักฐานยืนยันชัดเจน
นอกจากนี้ รองโฆษกสตช. ยังเปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัวผู้ก่อเหตุความไม่สงบ ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ว่า การนี้การสืบสวนสอบสวน ซึ่งนำโดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับผิดชอบ มีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหาบางรายได้แล้ว ทำให้ทราบข้อมูลแล้วว่ากลุ่มขบวนการดังกล่าวเป็นกลุ่มใด แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ในการขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการคนอื่น ๆ และหากเจ้าหน้าที่มีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบต่อไป
ส่วนกรณีที่มีคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ตามมาตรา 44 เรื่องการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการในสภาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งมีผลให้คณะกรรมการทำงานในสภาชุดเก่าต้องพ้นจากตำแหน่ง พลตำรวจตรีปิยะพันธ์ ยืนยันว่า สาเหตุที่มีคำสั่งดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการการปฏิรูปองค์กรตำรวจ ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งเป็นจุดที่มีการปลูกฝังรากฐาน เกี่ยวกับสถาบันตำรวจ ส่วนมติก่อนหน้านี้ที่มีการเสนอให้ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นว่าที่ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจจะมีผลสิ้นสุดสภาพไปด้วยหรือไม่นั้น ได้ชี้แจงว่าเป็นคนละเรื่องกัน ทั้งนี้อาจมีการพิจารณาในภายหลังอีกครั้งหนึ่ง และขออย่าให้นำเรื่องทั้งสองมาเกี่ยวเนื่องกัน
พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ยังเปิดเผยถึง กรณีการนำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ว่า ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำให้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด โดยนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้นำมาแถลงข่าว เพียงแต่ให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ รัดกุม และคำนึงถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนของผู้ที่ถูกนำมาแถลงข่าว ซึ่งมีระเบียบ ขั้นตอน การดำเนินการอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ทุกวันนี้มีการนำตัวผู้ต้องหาบางคดีมาแถลงข่าวเท่านั้น
ภาพประกอบข่าว







