
ทัพเรือแจ้งความผู้บุกรุกที่ดินแสมสารรวม55ราย
ทัพเรือแจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อผู้บุกรุกที่ดิน บริเวณตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีแล้ว 55 ราย พบมีทั้งรีสอร์ท-ร้านอาหาร-ถมทะเล
ทัพเรือแจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อผู้บุกรุกที่ดิน บริเวณตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีแล้ว 55 ราย พบมีทั้งรีสอร์ท-ร้านอาหาร-ถมทะเล
เมื่อวันที่ 13 ก.ย. กองทัพเรือโดยฐานทัพเรือสัตหีบ แจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อผู้บุกรุกที่ดิน บริเวณตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีแล้ว 55 ราย หลังพบมีการบุกรุกสร้างรีสอร์ท ร้านอาหาร และการถมทะเล
ตัวแทนกองทัพเรือโดยฐานทัพเรือสัตหีบ ชี้แจงว่า แจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อผู้บุกรุกที่ดินแสมสารแล้ว 55 ราย และจะฟ้องคดีแพ่งควบคู่ไปด้วยอีก 55 รายรวมถึงรายอื่นต่อไปอีก จนกว่าจะแก้ปัญหาให้แล้วเสร็จ มีทั้ง กลุ่มนายทุนท้องถิ่น บริษัทมหาชน และหน่วยงานส่วนท้องถิ่น ทั้งหมดมีความผิดชัดทั้งบุกรุกภูเขา ถมทะเล สร้างรีสอร์ท ร้านอาหาร และสำนักงาน กองทัพเดินหน้าจัดระเบียบที่ดินตามนโยบาย คสช. ขอย้ำว่ากองทัพเรือมีนโยบายดูแลชาวบ้านตัวจริงที่เดือดร้อนพร้อมให้เช่าที่กับธนารักษ์ตามเงื่อนไขของรัฐ แต่จะไม่อ่อนข้อต่อผู้บุกรุกในทุกกรณี
"55 รายชื่อนี้ มีทั้งเอกชนที่นำที่ดินของรัฐไปประกอบธุรกิจรีสอร์ท และร้านอาหาร กลุ่มนายทุนท้องถิ่นและผู้มีอิทธิพลต่างๆ รวมทั้งยังมีนักธุรกิจ เอกชนที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีการจัดตั้งที่ทำการและสำนักงานถาวรอยู่ในที่ดินของกองทัพเรือ นอกจากนั้น ยังมีการแจ้งความต่อองค์กรบริหารส่วนตำบลแสมสาร ในหลายกรณี ทั้งเรื่องการไม่ขออนุญาตกองทัพเรือในการใช้เป็นที่ตั้งที่ทำการของ อบต.แสมสาร การใช้งบประมาณของรัฐในการทำโครงการโดยไม่ขออนุญาตหน่วยปกครอง และการดำเนินโครงการที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ โดยทำการขุดภูเขาเพื่อทำบ่อทิ้งขยะ และถมทะเลเพื่อทำที่จอดรถ"ตัวแทนฐานทัพเรือสัตหีบระบุ
ตัวแทนฐานทัพเรือสัตหีบ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาฐานทัพเรือสัตหีบมีการจัดระเบียบที่ดินแสมสาร โดยประกาศให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนที่อยู่อาศัย มาติดต่อลงทะเบียนเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์ได้ ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2559 ถึง 31 กรกฎาคม 2559 มีชาวบ้านมายื่นลงทะเบียนราว 400 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ
ทั้งนี้กองทัพเรือระบุว่า ที่ดินแสมสารในปัจจุบันเป็นทำเลที่ตั้งที่มีอนาคตมากมีมูลค่านับหมื่นล้านบาท จึงมีความพยายาม ต่อสู้โดยกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์มาอย่างยาวนาน เพื่อพยายามผลักดันให้มีการออกเอกสารสิทธิ์ จนเกิดการ เรียกร้องให้มีการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินมาตลอดเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำตัดสินแล้วว่าที่ดินแสมสารเป็นส่วนหนึ่งของที่สงวนหวงห้ามตามกฎหมาย ต้องห้ามมิให้ ออกโฉนดที่ดินแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดตามมาตรา 56 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497ฉะนั้นราษฎร ผู้อาศัยจึงไม่สามารถครอบครองกรรมสิทธิ์ใดๆ ในที่ดินได้ตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าแจ้งความครั้งนี้ฐานทัพเรือสัตหีบ มีการนำภาพถ่ายทางอากาศมาแสดงด้วยการว่า พบการเพิ่มขึ้นของสิ่งก่อสร้างอย่างมากในช่วงไม่กี่สิบปีมานี้ อย่างไรก็ตามความขัดแย้งในพื้นที่ยังคงมีอยู่ โดยชาวบ้านในพื้นที่บางกลุ่มยังคงต่อต้านการจัดระเบียบและ ออกมาชูป้ายที่มีข้อความว่า ขอให้มีการพูดคุยกันตกกันระหว่างชาวบ้านและฐานทัพเรือสัตหีบเพื่อขอยุติข้อพิพาทปัญหาที่ดินอีกครั้ง







