posttoday
นอมินีกับกิจการท่องเที่ยว

นอมินีกับกิจการท่องเที่ยว

13 กันยายน 2559

โดย...รุจิระ  บุนนาค

โดย...รุจิระ  บุนนาค

เมื่อไม่นานมานี้ ตำรวจท่องเที่ยวและทหารจากมณฑลทหารบกที่ 41 จ.ภูเก็ต ได้ทำการตรวจค้นบริษัทท่องเที่ยวแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ภูเก็ต และบริษัทในเครือ เพื่อยึดทรัพย์ตามหมายของศาลจังหวัด
ภูเก็ตฐานใช้เอกสารปลอมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทร่วม 20 บริษัท ซึ่งก่อตั้งมาไม่ต่ำกว่า 10 ปี โดยมีเจ้าของเป็นคนต่างด้าวแต่สวมสิทธิบัตรประชาชนไทย

จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทเหล่านี้ทำธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรม ภัตตาคาร ร้านขายของที่ระลึก มีรถบัสรับนักท่องเที่ยวร่วม 100 คัน เรือท่องเที่ยวร่วม 30 ลำ ทำรายได้ในแต่ละปีรวมกันไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

นอกจากนี้ ตามจังหวัดแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย เช่น กระบี่ ชลบุรี เชียงใหม่ เชียงราย ยังมีความเกี่ยวโยง การจัดตั้งบริษัท การถือหุ้น กรรมการ  ที่มีคนไทยเข้าถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือที่เรียกกันว่านอมินี (Nominee) แต่การบริหารงานจะเป็นคนต่างด้าวทำหน้าที่เป็นกรรมการบริษัท

รูปแบบของบริษัทจะมีคนไทยถือหุ้นร้อยละ 51 และคนต่างด้าวร้อยละ 49 เพื่อให้บริษัทมีสัญชาติไทย ซึ่งแท้จริงแล้วบรรดาคนไทยในร้อยละ 51 นั้น เป็นนอมินีหรือคนไทยถือหุ้นแทน หากคนต่างด้าวถือหุ้นมากกว่าร้อยละ 49 จะส่งผลให้บริษัทมีสัญชาติต่างด้าวไม่สามารถประกอบกิจการที่ต้องห้ามตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งแบ่งเป็น 3 บัญชี  คือ บัญชีหนึ่ง ธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบกิจการด้วยเหตุผลพิเศษ บัญชีสอง ธุรกิจที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงของประเทศ ธุรกิจที่มีผลกระทบต่อศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี หัตถกรรมพื้นบ้าน หรือธุรกิจที่มีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และบัญชีสาม ธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันในการประกอบกิจการกับคนต่างด้าว

การเข้าตรวจบริษัทท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต อาศัยอำนาจตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 23 ก.พ. 2559 ที่ให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและควบคุมการประกอบกิจการของคนต่างด้าวในประเทศไทย โดยเฉพาะบริษัทนำเที่ยวเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ

ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยจำนวนมากช่วง 5 ปี 2553-2557 จํานวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปี 2552 มี 14 ล้านคน  ปี 2553 มี 16 ล้านคน ปี 2554 มี 19 ล้านคน ปี 2555  มี 22 ล้านคน ปี 2556 มี 26.5 ล้านคน ปี 2557 มี 24 ล้านคน สำหรับปี 2556 ถือเป็นอันดับที่ 7 ของโลก

การท่องเที่ยวนับเป็นอุตสาหกรรมสำคัญ ซึ่งทำรายได้เข้าประเทศเป็นมูลค่ามหาศาลในปี 2558 ไทยถึงมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 29.88 ล้านคน โดยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเป็นเงินถึง 2.23 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ นักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับแรกที่มีการเดินทางเที่ยวไทยสูงสุด คือ จีน  รองลงมา คือ มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นักท่องเที่ยวจีนยังสร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยวไทยมากที่สุด รองลงมา คือ  มาเลเซีย รัสเซีย อังกฤษ และออสเตรเลีย

ไทยมีความได้เปรียบทางด้านที่ตั้งของประเทศทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรการท่องเที่ยวหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา  แม่น้ำ  ทั้งยังมีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียน รวมถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมที่แสดงถึงความเป็นไทย สิ่งต่างๆ เหล่านี้นับได้ว่าเป็นจุดขายสําคัญในการส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวมาช้านาน และที่สำคัญการท่องเที่ยวไทยมีราคาไม่แพง

มติของคณะรัฐมนตรีในการตรวจสอบความถูกต้องการจัดตั้งบริษัทการท่องเที่ยวที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี หรือมีการจัดตั้งไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะปัจจุบันนอกจากธุรกิจการท่องเที่ยวแล้ว ยังมีการแอบแฝงการประกอบธุรกิจที่ดำเนินการโดยคนต่างด้าวจำนวนไม่น้อย เช่น ร้านทำผม สำนักงานทนายความ สำนักงานบัญชี มติของคณะรัฐมนตรียังเป็นการปราบปรามมิจฉาชีพที่แฝงธุรกิจผิดกฎหมาย แก๊งมาเฟียที่คอยขูดรีดเอารัดเอาเปรียบหลอกลวงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ส่งผลให้ไทยมีภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในแง่ลบด้านอาชญากรรม และความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม แม้การมุ่งตรวจสอบและการปราบปรามจะถือเป็นสิ่งที่ดี สิ่งหนึ่งที่ควรมุ่งดำเนินการคู่กันไป คือ การให้ความรู้ ความเข้าใจแก่นักลงทุนต่างด้าว เพื่อการประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการเข้าเมือง-ออกเมือง และอยู่ในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะประเทศไทยยังต้องการนักลงทุนต่างชาติ การเร่งปราบนักลงทุนต่างชาติที่ใช้นอมินีที่เป็นคนไทย อาจทำให้ถูกมองได้ว่า ประเทศไทยไม่ต้อนรับนักลงทุนต่างชาติ 

ประเทศไทยควรให้ความสำคัญและเร่งประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการลงทุนประกอบธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย  รวมถึงการอบรมให้ความรู้ต่อเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้มีความเข้าใจในตัวบทกฎหมายที่อยู่ในความดูแลของตน เพื่อการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และป้องกันการอาศัยช่องว่างของกฎหมาย

การจัดตั้งบริษัทและดำเนินธุรกิจของคนต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผลประโยชน์ตกได้แก่คนไทยด้วยกัน ทั้งยังเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่คนในชุมชนที่มีรายได้น้อยที่เป็นสถานที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวให้สามารถเลี้ยงตนเองได้ เช่น เปิดร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก หรือทำการท่องเที่ยวแบบวิถีชาวบ้าน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท