
"ราษฎร"ถวายฎีกาขอทรงรับ"บึงสีไฟ"ในโครงการพระราชดำริ
พิจิตร-ผู้ว่าฯพิจิตรประชุมร่วมกปร.หลังราษฎรถวายฎีกาขอพระราชทานความเมตตารับ"บึงสีไฟ"ไว้ในโครงการพระราชดำริ
พิจิตร-ผู้ว่าฯพิจิตรประชุมร่วมกปร.หลังราษฎรถวายฎีกาขอพระราชทานความเมตตารับ"บึงสีไฟ"ไว้ในโครงการพระราชดำริ
เมื่อวันที่ 13 ก.ย.59 นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อเท็จจริงกรณีราษฎรชาวจังหวัดพิจิตรกว่า 4 พันคนที่ลงชื่อเขียนจดหมายถวายฎีกากราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ขอพระราชทานความเมตตาขอให้ทรงรับบึงสีไฟไว้ในโครงการพระราชดำริ เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาประสบปัญหาภัยแล้งมีสภาพแห้งขอดจนเกิดไฟลุกไหม้วัชพืชส่งผลให้เกิดมลภาวะทางอากาศ อีกทั้งไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตร ส่งผลให้ราษฎรเดือดร้อนไม่มีน้ำทำนาในฤดูแล้ง เคยมีหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานพยายามเข้าไปแก้ไขแล้ว แต่ติดขัดด้วยเหตุหลายประการจึงไม่สามารถแก้ไขได้บรรลุผลซึ่งความเดือดร้อนนี้จนถึงที่สุดแล้ว ซึ่งบึงสีไฟแห่งนี้ เป็นแหล่งน้ำใหญ่อันดับ 3 ของประเทศและตั้งอยู่กลางเมืองพิจิตร
ทั้งนี้ คณะทำงานของคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ(กปร.)ได้ลงพื้นที่เพื่อสืบเสาะหาข้อเท็จจริงนำข้อมูลที่ถูกต้องถวายเป็นรายงานและหากจะทำบึงสีไฟเป็นแก้มลิงตามโครงการพระราชดำริจะต้องมีองค์ประกอบ 3 ข้อ คือ พระองค์ท่านต้องทรงวินิจฉัยเห็นสมควร, เป็นเรื่องความเดือดร้อนของราษฎรที่ถวายฎีกา แต่ต้องไม่ขัดกับข้อกฎหมายหรือเรื่องที่ดิน รวมถึงต้องไม่ก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่ราษฎร หรือเป็นเรื่องที่ทางราชการขอให้พระองค์วินิจฉัย
นางฉัตรพร ผู้ว่าฯพิจิตร ได้กล่าวในที่ประชุมว่าจังหวัดพิจิตรไม่มีธงในการเสนอ แต่อยากได้คำแนะนำจาก กปร.เพื่อจะได้เริ่มต้นอย่างถูกต้องในการสร้างแบบแผนที่เป็นมาสเตอร์แพลน ที่ทุกคนจะได้เดินตามไปในทิศทางเดียวกัน







