posttoday
ยาแรงปฏิรูปการเมือง แก้รากเหง้า-ไม่เอาใจคสช.

ยาแรงปฏิรูปการเมือง แก้รากเหง้า-ไม่เอาใจคสช.

12 กันยายน 2559

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย ณัฐชยา บุญทิวากร 

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย ณัฐชยา บุญทิวากร 

การเมืองเวลานี้กำลังเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนผ่านเต็มตัว หลังจากร่างรัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติเมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีการประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญ แต่การจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นกลไกให้ร่างรัฐธรรมนูญมีผลเป็นรูปธรรมก็เริ่มต้นไปพอสมควรแล้ว

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เป็นหนึ่งในองค์กรที่ทำหน้าที่เสนอความเห็นเพื่อการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งล่าสุดคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. ที่มี “เสรี สุวรรณภานนท์” เป็นประธาน ได้จัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ การให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาช่วยดูแลการเลือกตั้งในปี 2560 และการควบคุมการใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง โดยข้อเสนอเหล่านี้จะเข้าสู่การให้ความเห็นชอบของที่ประชุม สปท.ในวันที่ 12 ก.ย.

โพสต์ทูเดย์ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “เสรี สุวรรณภานนท์” เพื่อสอบถามถึงที่มาที่ไปของข้อเสนอดังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจ

“เราต้องการให้มีการปฏิรูปการเมืองให้ดีขึ้นกว่าเดิม และแก้ปัญหาการเมืองที่ผ่านมา เราก็จะจับประเด็นว่าการเมืองที่ผ่านมา เรื่องสำคัญที่ก่อให้เกิดการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ที่ผ่านมาบางทีเราเลือกตั้ง เราได้ สส.เข้ามา แต่เข้ามาแล้วกลายเป็นเผด็จการสภาก็เยอะ เข้ามาแล้วกอบโกยผลประโยชน์ก็เยอะ ลุแก่อำนาจก็เยอะ เพราะฉะนั้นประเด็นปัญหาเหล่านี้ก็เป็นที่ฐานที่มาว่าทำยังไงให้ได้การเมืองที่ดี” เสรี เกริ่นนำ

เสรี อธิบายอีกว่า “ดังนั้นการเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรมจึงเป็นฐานคิดว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพื่อไม่ให้มีทุนทางการเมืองเข้ามาครอบงำ ทำอย่างไรให้การเลือกตั้งใช้เงินน้อย ทำอย่างไรให้การเลือกตั้งสามารถที่จะได้รับเลือกจากประชาชนที่เลือกคนมีความรู้ ความสามารถ”

ข้อเสนอที่ออกมาถือเป็นยาแรงเกินไปหรือไม่? เสรี ตอบว่า “ถามว่าเป็นยาแรงไหม จริงๆ เราก็ใช้หลายอย่าง ในรัฐธรรมนูญปี 2550 เราใช้ยาแรงถึงขนาดยุบพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่ปรากฏว่าไม่มีคนกลัว ก็กล้าเสี่ยงที่จะทำความผิด กล้าเสี่ยงที่จะถูกยุบพรรค แล้วก็ถูกยุบพรรคจริง เรามองย้อนกลับไปว่าถึงขนาดยุบพรรคหรือการตัดสิทธิทางการเมืองมันใช้ไม่ได้ผล”

“การตัดสิทธิทางการเมืองที่ผ่านมา เป็นการตัดสิทธิทางการเมืองเพียง 5 ปี ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่คนถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี เวลาผ่านไปซึ่งถือว่าไม่นาน ก็กลับมาเป็นรัฐมนตรีอีก มันก็เลยไม่มีใครเกรงกลัว กล้าที่จะแลกผลประโยชน์มากกว่า ดังนั้น มาตรการการแก้ปัญหาที่เราจะนำมาใช้ตอนนี้ เราจึงให้ความสำคัญไปที่นอกจากตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตเลย ไม่เอา 5 ปี มีโทษทางอาญา โทษอาญาเดิม กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเดิม กำหนดไว้ว่ามีโทษจำคุก 1-10 ปี แต่เราตัดโทษต่ำ เราให้มีโทษจำคุก 10 ปีเลย คนไม่กลัวก็ให้มันรู้ไป”

“จะบอกยาแรงไหม เราต้องยอมรับก็คือยาแรง เพราะว่าก่อนหน้านี้เราก็แรงมาแล้ว แต่แรงไม่เต็มที่ มันก็ได้แบบการเมืองที่เหลวแหลกมาตลอด แต่ถ้าใครที่ทำสุจริตไม่ต้องไปกังวล ถ้ามีใครกลั่นแกล้งเราก็มีบทลงโทษตามกฎหมาย ในยุคปัจจุบันใครจะกลั่นแกล้งมันต้องมีที่มาที่ไป มันไม่ใช่อยู่ๆ เดินมายัดเงินใส่มือแล้วบอกว่าเป็นความผิด มันไม่ใช่”

สำหรับข้อเสนอที่ให้ คสช.เข้ามาช่วยดูแลการเลือกตั้ง ประธาน กมธ. แจกแจงว่า เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน รวมทั้ง คสช. ที่ต้องมาให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ กกต. เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ใช่เอาอำนาจของ กกต.ไปไว้ที่ คสช.

“ที่คนก็ไปมองว่าเป็นประโยชน์ของ คสช. มันไม่ได้เป็นประโยชน์ตรงไหนเลย เพราะ คสช.ไม่ได้ลงการเลือกตั้ง เขารักษาความสงบบ้านเมือง เพราะอันนี้เป็นเรื่องของฝ่ายการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็ไปดิสเครดิต ลดความเชื่อถือของ คสช. หรือของผู้เสนอแนวทางดังกล่าวนี้”

ข้อเสนอที่ออกมานี้เป็นความต้องการที่อยากเอาใจ คสช.หรือไม่? เสรี ตอบทันทีว่า “มันไม่ได้เกี่ยวเลย หนึ่งไม่มีเหตุผลอะไรเข้าไปเอาใจ คสช.ด้วยเหตุผลนี้ แต่เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เสนอตามเหตุผล ตามข้อเท็จจริง ตามข้อมูลที่ควรจะเป็น ไปถาม คสช.เองก็ไม่ได้อยากมา แล้วจะไปเอาใจได้อย่างไร หรือถ้าถามว่าไปเอาใจ ก็ต้องเป็นเรื่องที่ คสช.ได้ประโยชน์ แต่ คสช.ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรในเรื่องนี้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปเอาใจ”

“แต่เป็นฝ่ายการเมืองเองที่หาเรื่องจะว่ากล่าวมากกว่า เหตุต่างๆ เหล่านี้ ถ้าไม่เอาเหตุนี้ ก็หาเหตุอื่นมาว่ากล่าวจนได้ คือคนมันหาเรื่องอยู่แล้ว ก็หยิบยกขึ้นมาลดความน่าเชื่อถือ และมันทำให้เหตุผลในการนำเสนอนั้นเสียหาย ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด”

เสรี กล่าวอีกว่า ข้อเสนอทั้งหมดที่ออกมาคิดว่าฝ่ายการเมืองคงกลัว คงไม่อยากได้ เพราะว่ามันยังมีความคิดเก่าๆ แต่ถ้าเกิดสามารถนำแนวทางเหล่านี้มาใช้ได้ จริงๆ แล้วมันเป็นประโยชน์ต่อการเมือง มันจะทำให้การเมืองเป็นการเมืองจริงๆ การเมืองที่มีคุณภาพ การเมืองที่เป็นตัวแทนผลประโยชน์ของประชาชน มากกว่าการเมืองแบบเล่นละคร เอาสมาชิกพรรคการเมืองมาก็ไม่ใช่ตัวจริง แล้วก็ไปตั้งสาขาพรรคที่เอาป้ายขึ้น ทั้งๆ ที่ตรงพื้นที่ดังกล่าวเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวบ้าง เป็นร้านซ่อมจักรยาน เป็นร้านขายยา

“แล้วการเมืองเหล่านี้จะปล่อยอยู่ได้อย่างไร มันเป็นการเมืองที่เล่นละคร เป็นการเมืองที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของเจตนารมณ์ความต้องการของประชาชน”

สุดท้าย เสรี เชื่อว่า แม้ข้อเสนอดังกล่าวจะเป็นยาแรง แต่จะช่วยให้นักการเมืองรุ่นใหม่เข้ามาสู่วงการทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยให้การเมืองเปิดการปฏิรูป

“นักการเมืองใหม่จะเข้ามาง่าย เพราะเขาไม่มีบาดแผล หรือไม่เคยทำความผิด การเข้ามาของนักการเมืองใหม่เข้าง่าย แต่นักการเมืองเก่าจะเกรงกลัวและไม่ต้องการมากกว่า ดังนั้นน่าจะเป็นแนวทางที่ให้การเมืองดีขึ้น และต่อไปอนาคตข้างหน้าถ้าเผื่อการเมืองเราไม่อยู่บนฐานของการทุจริตการโกงการเลือกตั้ง กฎหมายจะไม่มีผลอะไรเลย เพราะถือว่าทุกคนยอมรับที่วัฒนธรรมที่จะยอมรับทางการเมืองไปในแนวทางสร้างสรรค์มากกว่า มันก็จะได้ตัวแทนดีๆ เข้ามา กติกาที่ว่าแรงๆ ก็จะไม่ถูกนำมาใช้ เพราะมันจะไม่มีคนทำผิด” เสรี ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท