posttoday
แผ่นดินไหว จะอยู่กันอย่างไร?

แผ่นดินไหว จะอยู่กันอย่างไร?

12 กันยายน 2559

โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ

โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ

เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาครั้งล่าสุดวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เจดีย์โบราณในพุกามหลายแห่งได้รับผลกระทบจนเกิดความเสียหาย แม้แต่ในประเทศไทยเองก็ยังสามารถรู้สึกได้ จนเกิดความแตกตื่นและเกิดความกลัวโดยเฉพาะยิ่งผู้ที่อยู่ตามอาคารสูงในกรุงเทพมหานคร ทั้งที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวหลายร้อยกิโลเมตรก็ตาม

แม้ว่ากรมทรัพยากรธรณีจะบอกเสมอว่า ความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงในประเทศไทยนั้นเกิดขึ้นได้ยาก แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะหลัง แม้กระทั่งเมื่อสามปีก่อนยังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ ที่ จ.เชียงราย ซึ่งขนาดของความรุนแรงใกล้เคียงกับแผ่นดินไหวที่พุกาม ประเทศเมียนมา

เมื่อไม่กี่วันมานี้ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีได้ให้ข้อมูลว่า ถึงแม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในแนววงแหวนไฟที่มีภูเขาไฟตั้งอยู่เหมือนกับประเทศญี่ปุ่น การเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงจึงมีไม่บ่อยนัก มีเพียงรอยเลื่อนขนาดเล็กที่มีพลังและไม่มีพลังแล้ว โดยภาคเหนือมีรอยเลื่อนพาดผ่านมากที่สุดถึง 14 รอยเลื่อน มีรอยเลื่อนที่ยังคงมีพลังและต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดคือ รอยเลื่อนแม่จัน ซึ่งมีความยาว 101 กิโลเมตร พาดผ่าน อ.ฝาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ อ.แม่จัน อ.เชียงแสน อ.เชียงของ จ.เชียงราย และยังมีอีกรอยเลื่อนหนึ่งคือ รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีความยาว 29 กิโลเมตร พาดผ่าน อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

อธิบดีกรมทรัพยากรธรณียังได้อธิบายอีกว่า แผ่นดินไหวแบ่งเป็นสองลักษณะ หากเกิดในความลึกที่ไม่มากเหมือนครั้งล่าสุดที่ประเทศเมียนมาซึ่งจะมีความลึกประมาณ 90 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าไม่ลึกมากทำให้แรงสั่นสะเทือนไหวกระเพื่อมไปถึงพื้นที่ภาคเหนือและในกรุงเทพมหานครตามแนวชั้นดินอ่อน ส่วนลักษณะที่สอง หากจังหวัดใดชั้นดินแข็ง ถึงแม้จะอยู่ในเขตภาคเหนือก็จะไม่รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน แต่ก็ขึ้นอยู่กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวด้วย หากจุดศูนย์กลางเกิดในเขตที่มีบ้านเรือนตั้งอยู่และแผ่นดินไหวขนาดที่มีความรุนแรงตั้งแต่ 3.5 ริกเตอร์ขึ้นไป ก็ทำให้รับรู้ได้เช่นกัน

ฉะนั้น คนไทยจึงต้องเริ่มเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมที่จะรับมือแผ่นดินไหว เพื่อให้อยู่ร่วมกับรอยเลื่อนได้เหมือนกับประชาชนในเขตแผ่นดินไหวเช่นประเทศญี่ปุ่น ที่ทุกคนรู้สึกตื่นตัว พร้อมที่จะรับมืออยู่ตลอดเวลาและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

เหตุการณ์สึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2547 ซึ่งมีสาเหตุมาจากแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงขนาด 9.0 ริกเตอร์ ที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย จนทำให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ทั้งทรัพย์สินและชีวิตประชาชนในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย ในครั้งนั้นรอยเลื่อนที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงมาหยุดบริเวณ จ.ระนอง เพราะมีรอยเลื่อนที่ตัดขวางรอยเลื่อนสะแกง ซึ่งเป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่ที่มีพลังและขยับอยู่ตลอดเวลา ทำให้รอยเลื่อนบริเวณที่อยู่เหนือจาก จ.ระนอง ขึ้นมายังมีความเสี่ยงที่จะเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงได้อีก

กรมทรัพยากรธรณียังแนะนำว่า หากเกิดแผ่นดินไหว ต้องมีสติ อย่าตื่นเต้นมาก ถ้าอยู่ในบ้านหรืออาคารที่ออกไปไม่ได้โดยง่าย ควรมุดเข้าไปอยู่ใต้โต๊ะเพื่อป้องกันของแข็งที่จะร่วงลงมา ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากที่สุด และเมื่อหนีออกมาได้ก็ขอให้ไปอยู่ในที่ที่มีความมั่นคงแข็งแรงและไม่อยู่ใต้หรือใกล้อาคารและสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ ที่สำคัญขณะเกิดเหตุไม่ควรใช้ลิฟต์ลงจากอาคารสูง เพราะเสี่ยงต่อการติดอยู่ภายในและหนีได้ยาก สำหรับการรับการแจ้งเตือนภัยนั้น เมื่อรู้สึกว่าแผ่นดินไหวหรือสิ่งของที่ห้อยอยู่เหนือศีรษะเกิดไหว ก็ให้ทุกคนรีบหลบภัย เพราะเราไม่รู้ว่าแผ่นดินไหวในแต่ละครั้งจะรุนแรงมากน้อยเพียงใด

วันนี้แผ่นดินไหวไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนไทยอีกต่อไป ถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องเรียนรู้และปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมที่จะรับมือ หน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาที่มีความรู้ในเรื่องนี้ ควรจะต้องร่วมกันทำแผนเพื่อรับมือกับแผ่นดินไหวตั้งแต่สร้างความตระหนักรับรู้ ประชาสัมพันธ์และสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านสื่อสาธารณะต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับรู้ รับทราบ รวมทั้งการจัดทำหลักสูตรและฝึกอบรมในห้องเรียนเพื่อให้นักเรียนและเยาวชนได้เข้าใจถึงผลกระทบและภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง ครอบครัวและชุมชน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐจะต้องมีการตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างและอาคารในแต่ละพื้นที่ว่ามีความสามารถที่จะรองรับแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากแผ่นดินไหวได้ในระดับใด จะสามารถปรับปรุงแก้ไขให้รองรับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ นอกจากนั้นในแต่ละอาคารควรจะต้องมีแผนผังเส้นทาง เครื่องหมายนำทางและทางออกที่ชัดเจน ซึ่งทุกคนสามารถมองเห็นและเข้าใจง่าย ควรมีการจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยและจัดทำแผนการช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัย กรณีที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว มีการแบ่งพื้นที่และหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนและต้องมีระบบการประสานงานและสั่งการที่เป็นเอกภาพ มีผู้รับผิดชอบชัดเจน

ที่สำคัญจะต้องมีการซักซ้อมและมีการฝึกซ้อมอยู่เป็นประจำและสม่ำเสมอ สังคมไทยและคนไทยไม่ควรตั้งอยู่บนความประมาทอีกต่อไป เราถึงจะเผชิญหน้ากับแผ่นดินไหวได้ด้วยความมั่นใจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท