
จตุพรชี้ข้อเสนอเซตซีโร่พรรคการเมืองส่อทำให้วุ่นวาย
ประธาน นปช. เชื่อแนวคิดเซตซีโร่เป็นเกมป่วนพรรคการเมือง สร้างความวุ่นวายในอนาคต ชี้ทำไพรมารีโหวตแทบเป็นไปไม่ได้
ประธาน นปช. เชื่อแนวคิดเซตซีโร่เป็นเกมป่วนพรรคการเมือง สร้างความวุ่นวายในอนาคต ชี้ทำไพรมารีโหวตแทบเป็นไปไม่ได้
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ เมื่อ 11 ก.ย.ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอรูปแบบเซตซีโร่พรรคการเมืองแสดงถึงการออกแบบเกมการเมืองทำให้พรรคการเมืองวุ่นวาย และต้องการล้วงความลับนโยบายหาเสียงเลือกตั้งในอนาคต
"การเซตซีโร่พรรคการเมืองให้ประชาชนสมัครเป็นสมาชิกพรรคต้องจ่ายค่าสมาชิก 200 บาท ไม่เกิดประโยชน์กับพรรคการเมืองและการพัฒนาประเทศเลย เพราะการกำหนดให้แต่ละพรรคมีสมาชิกอย่างน้อย 5,000 คน คิดเป็นเงินเพียง 1 ล้านบาท รวมทั้งได้งบประมาณสนับสนุนการรณรงค์หาเสียงอีก 2 ล้านบาท จึงเป็นไปไม่ได้ในการทำกิจกรรมทั่วประเทศของพรรคการเมือง"นายจตุพรกล่าว
นอกจากนี้ การกำหนดให้พรรคการเมืองทำไพรมารีโหวต เพื่อให้สมาชิกพรรคออกเสียงเลือกผู้สมัครเบื้องต้น ถ้าจะเกิดขึ้นได้เป็นจริงได้แต่ละพรรคต้องมีสมาชิกเต็มพื้นที่ทุกจังหวัด และการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต้องทำได้โดยง่าย แต่แนวคิดเซตซีโร่ของ กกต. ให้สมาชิกจ่ายเงิน 200 บาท แทบเป็นไปไม่ได้เลยในช่วงมีเวลาที่เหลืออยู่ตามโรดแมปเลือกตั้งปี 2560
นายจตุพร กล่าวว่า ระบบไพรมารีโหวตเป็นการออกแบบมาเพื่อล้มพรรคการเมืองใหญ่ ถ้าเจอปนวิชามารจ้างคนมาสมัครเป็นสมาชิก แล้วใส่ร้ายพรรคการเมือง จะนำไปสู่การยุบพรรคในอนาคต ซึ่งพรรคการเมืองจะหนีไม่พ้นเกมการเมืองนี้ได้เลย เพราะพรรคการเมืองไม่สามารถตรวจสอบอย่างรอบคอบในเวลาที่ต้องเร่งรีบดำเนินการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่
ส่วนแนวคิดให้พรรคการเมืองเสนอนโยบายต่อ กกต. ก่อน เท่ากับเป็นการล้วงความลับและขัดขวางการพัฒนาชาติ โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง อ้างจะนำนโยบายไปประกาศให้ประชาชนตรวจสอบ เพื่อไม่สร้างความเสียหายและหายนะทางเศรษฐกิจต่อประเทศในอนาคต ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. อีกทั้งนโยบายของพรรคต้องนำเสนอต่อสาธารณะอยู่แล้ว
"แนวคิดของนายสมชัยที่อ้างไม่ให้ประชาชนถูกพรรคการเมืองหลอกนั้น เหลวไหล เพราะพรรคการเมืองต้องแข่งขันนโยบายกับประชาชน แต่หน้าที่ของ กกต. ต้องรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ และจัดการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส ยุติธรรม แต่ กกต. ทำทุกเรื่องยกเว้นเรื่องของตัวเอง เวลาว่างมากนักหรือ จึงไปคิดแต่เรื่องนอกหน้าที่ การทำตัวแบบนี้จึงทำให้เกิดแนวคิดคืนการจัดการเลือกตั้งให้กระทรวงมหาดไทยได้ทำแทน และระวังจะถูกผู้มีอำนาจเซตซีโร่เสียเอง แล้วจะยุ่งกันไปใหญ่"
นายจตุพร กล่าวว่า กกต. ต้องใส่ใจกับบทบาทในการจัดการเลือกตั้ง ไม่ให้เกิดการล้มเลือกตั้งให้หนักขึ้น ไม่ควรมาสนใจนโยบายพรรคการเมืองเพื่อป้องกันประชาชนถูกหลอก ดังนั้น แนวคิดของนายสมชัย และกตต.หากมีเวลาว่างในการทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว ควรเข้าวัดปฏิบัติธรรม หรือไปยกเครื่ององค์กรของตัวเองไม่ให้สร้างปัญหาต่อประเทศชาติ เพราะ กกต. จะรู้เรื่องการจัดการนโยบายของ พรรคการเมืองได้อย่างไรกัน







