
เงินออม
เมื่อสัปดาห์ก่อน ได้คุยกับเพื่อนร่วมงานเกาหลีในบริษัทที่ “เชกา” ทำงานมานานและปัจจุบันได้เป็น
โดย...ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]
เมื่อสัปดาห์ก่อน ได้คุยกับเพื่อนร่วมงานเกาหลีในบริษัทที่ “เชกา” ทำงานมานานและปัจจุบันได้เป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจให้ เขาสงสัยว่าคนไทยมีการออมเงินกันอย่างไร พนักงานบริษัทเราทำไมใช้เงินกัน เดือนชนเดือนแทบจะไม่มีเงินเก็บ ทั้งๆ ที่อัตราการออมเงินของชาติที่ออกตัวเลขเป็นทางการมา ทั้งไทยและเกาหลีมีอัตราการออมเงินในครัวเรือนไม่ต่างกันเท่าไร คือ อยู่ในราว 7-9% จากเงินได้
ข้อเท็จจริงคือ พนักงานผู้น้อยรายได้ต่อเดือน 1.5-2 หมื่นบาท ที่มีอยู่หลายร้อยคนในบริษัท พอถึงสิ้นเดือนเงินก็หมดแล้ว ต่างรอเงินเดือนออกแทบขาดใจเหมือนข้าวกลางทุ่งแห้งคอยฝน คนที่จะมีเงินเหลือเก็บได้เล็กน้อย ต้องมีรายได้มากกว่า 2 หมื่นขึ้นไป ดังนั้น “พนักงานที่เพิ่งเรียนจบมาใหม่ หรือพนักงานการผลิตรายวันจะไม่มีทางมีเงินเก็บได้เลย” เพราะต้องใช้จ่ายประจำวัน ดูแลบิดามารดา เลี้ยงลูก ผ่อนรถ ผ่อนสินค้า ...คนที่ไปทำงานโรงงานไกลบ้านก็ต้องเสียค่าเช่าหอพัก ค่ากินอยู่กลายเป็นสองเท่า นี่เป็นตัวอย่างของเงื่อนไขของชีวิตพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมในต่างจังหวัด ถ้าเป็นคนที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ เงินเดือน 2 หมื่นบาท คงไม่เหลือให้เก็บได้เลย
เพื่อนเกาหลีวิเคราะห์กันว่า เป็นเพราะพนักงานของเราไม่รู้สึกว่าต้องดิ้นรนทำงานหาเงินกันเท่าไร อยู่ต่างจังหวัดอาหารการกินมากมาย ไม่มีฤดูหนาวที่ต้องขวนขวายหาปัจจัยยังชีพเก็บตุนไว้เหมือนที่เกาหลีต้องเตรียมเสื้อผ้ากันหนาว หรือเงินค่าพลังงานทำความอบอุ่นให้บ้าน... เขาบอกว่าเห็นพนักงานใส่เสื้อกางเกงชุดเดียวกันซ้ำมา 4-5 ปีแล้ว ซึ่งออกจะน่าอิจฉาด้วยซ้ำไปว่าอยู่เมืองไทยสบายกว่าที่เกาหลี และเป็นเหตุผลให้คนช่างชาติวัยหลังเกษียณ อยากย้ายมาอยู่ไทยกันมากมาย
ประเด็นหนึ่งที่เขาเปรียบเทียบขึ้นมาคือ กฎหมายคุ้มครองแรงงานไทย เอื้อเฟื้อให้แก่ลูกจ้างไทย มากกว่ากฎหมายแรงงานเกาหลีคือ จะเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุผลสมควรไม่ได้ จะหักเงินเดือนโดยบริษัทอ้างความเสียหายจากความผิดพลาดของพนักงาน โดยที่ไม่ปรากฏหลักฐานชัดแจ้งก็ไม่ได้
ที่เกาหลี อย่างน้อยเขาต้องมีเงินสำรองให้อยู่ได้ 2-3 เดือน โดยไม่มีเงินเดือนหรือรายได้อื่นๆ เข้ามา เพราะวันร้ายคืนร้ายนายจ้างโดยเฉพาะบริษัท SME เล็กๆ ที่มีพนักงานไม่กี่คน อาจจะบอกว่า “พนักงานที่รัก เดือนนี้บริษัทไม่มีเงินค่าจ้างจ่าย ขอให้ทุกคนอดทนเสียสละ เพื่อบริษัทนะ เดือนหน้าลูกค้าจ่ายเงินมาแล้วค่อยรับเงินเดือนก็แล้วกัน” ...เหตุการณ์แบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ
พนักงานเกาหลีตั้งแต่เริ่มทำงานก็หักเงินเดือนเป็นเงินออมในกองทุนบำนาญเลี้ยงชีพแห่งชาติ และระบบออมเงินอื่นๆ แล้วแต่จะเลือกหลังมีลูกก็มีภาระเพื่อการลงทุนในการศึกษาลูก เพราะการศึกษาเป็นต้นทุนหลักของชีวิต... ปัจจุบันหลังเกษียณอายุ 65 ปีไปแล้ว จะได้เงินจากกองทุนบำนาญเลี้ยงชีพแห่งชาติราว 2.8 หมื่นบาท/คน ถ้าถึงเวลานั้นเพื่อนบอกว่าจะย้ายมาอยู่เมืองไทย เพราะอยู่เกาหลีคงไม่พอใช้แน่ๆ...
ปัจจุบันพนักงานเอกชนคนไทยเกษียณอายุแล้วได้เงินเลี้ยงชีพจากกองทุนประกันสังคมเดือนละราว 3,500-4,500 บาท แล้วจะอยู่กันอย่างไรล่ะคะ...







