
วิปรัฐบาล ไม่ถ่ายทอดสดประชุมงบ 24 ส.ค.
วิปรัฐบาล แก้เผ็ดฝ่ายค้าน ไม่ถ่ายทอดสดประชุมงบ 24 ส.ค.
วิปรัฐบาล แก้เผ็ดฝ่ายค้าน ไม่ถ่ายทอดสดประชุมงบ 24 ส.ค.
นายธนิตพล ไชยนันท์ เลขานุการคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ที่ผ่านมาวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านทำงานร่วมกันมาด้วยดี และได้ตกลงการจัดสรรเวลาต่อหน้าประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ อีก 2 คนแล้ว โดยทางฝ่ายค้านขอไปจัดสรรเวลากันเอง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำตามที่ตัวเองรับปากได้ อย่างนี้เท่ากับนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้านไร้เครคิตไปแล้วก็ควรต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสภาฯ อย่างใดอย่างหนึ่ง
“แม้จะต้องมีการเลื่อนประชุมออกไปเป็นวันที่ 24 ส.ค. แต่ก็จะไม่กระทบกับปฏิทินงบประมาณฯ ที่สำนักงบประมาณได้มีการนำเสนอเอาไว้แล้ว เพราะในส่วนการพิจารณาของสภาฯ จะครบกำหนด 105 วันตามรัฐธรรมนูญในวันที่ 26 ส.ค. ดังนั้น หากเกิดกรณีที่ไม่สามารถลงมติวันที่ 26 ส.ค. ได้ ตามรัฐธรรมนูญก็ให้ถือว่าสภาฯ ได้ให้ความเห็นชอบในร่างกฎหมายดังกล่าวแล้วก่อนที่จะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป” นายธนิตพล กล่าว
นายธนิตพล กล่าวว่า ทั้งนี้การที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ ได้สั่งปิดการประชุมกลางคันก็มาจากข้อเสนอของวิปรัฐบาลเอง หลังจากได้หารือกับนายกรัฐมนตรีและประธานสภาฯ เรียบร้อยแล้ว และขอให้ปิดประชุมเพราะถือว่าคุยกันไม่รู้เรื่อง ส่วนการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณางบประมาณในสัปดาห์หน้าก็ต้องมาหารือกันใหม่ เพราะคิดว่าฝ่ายค้านเองก็ต้องการจะเล่นเกมถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก ในนามวิปรัฐบาล กล่าวว่า ในการประชุมสภาฯ วันที่ 24 ส.ค.นั้น จะไม่มีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ทางวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านได้มีการหารือกันตั้งแต่แรกแล้วว่าการถ่ายทอดสดการประชุมสภาฯ จะมีเฉพาะระหว่างวันที่ 18-20 ส.ค.เท่านั้น ทำให้วันที่ 24 ส.ค.จึงไม่อยู่ในข้อตกลงของวิปทั้ง 2 ฝ่าย
เมื่อถามว่า ทำไมวิปรัฐบาลถึงปล่อยให้การประชุมยืดเยื้อออกไป ทั้งๆ ที่ข้อบังคับการประชุมสภาฯ ก็ให้อำนาจเสียงข้างมากในการเสนอปิดอภิปรายในบางมาตรา และลงมติได้ นพ.วรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็เป็นอำนาจที่เสียงข้างมากจะดำเนินการได้ แต่ที่ไม่ทำเพราะเห็นว่ากฎหมายงบประมาณฯ เป็นกฎหมายสำคัญของประเทศจึงต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายสามารถอภิปรายได้อย่าง เต็มที่ แต่สำหรับกรณีที่ออกมามีการอภิปรายยืดเยื้อและซ้ำประเด็นก็ถือเป็นความรับ ผิดชอบที่ฝ่ายค้านต้องแสดงออกมาให้สาธารณชนรับทราบ







