posttoday
อยากเป็นนายแบงก์

อยากเป็นนายแบงก์

10 กันยายน 2559

ในปี 2520 (ค.ศ. 1977) ผมได้สร้างโรงงานแห่งใหม่ ย้ายโรงงานจากคลองเตย กรุงเทพฯ ไปเทพารักษ์ สมุทรปราการ

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

ในปี 2520 (ค.ศ. 1977) ผมได้สร้างโรงงานแห่งใหม่ ย้ายโรงงานจากคลองเตย กรุงเทพฯ ไปเทพารักษ์ สมุทรปราการ และตั้งชื่อบริษัทใหม่ว่า “บริษัท ตะวันออกโปลีเมอร์อุตสาหกรรม” พร้อมทั้งโยกย้ายพนักงานทั้งหมดประมาณ 50 คนไปทำงานที่นั่น ในตอนนั้นมียอดจำหน่ายทั้งจากลูกกลิ้งยาง ลูกลอย คอร์กเทป หรือก้อนขี้หมา ประมาณ 20 กว่าล้านบาท/ปี หลังจากนั้นปีกว่า จึงผลิตฉนวนยางหุ้มท่อแอร์ ภายใต้ยี่ห้อ “แอร์โรเฟลกซ์” ขณะเดียวกันก็เปิดบริษัทนำเข้าส่งออกในนาม “บริษัท ตะวันออก อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต” เพื่อนำเข้าและส่งออกเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ทำอยู่เท่านั้น

ภวัฒน์และลูกๆ ของผม ซึ่งเป็นน้องชายของภวัฒน์หลายคน เริ่มเรียนจบก็มาร่วมทำงานที่โรงงานเทพารักษ์ ซึ่งเริ่มเข้ามามีบทบาทในการผลิต การซื้อการขาย ภวัฒน์ ทำหน้าที่บริหาร ดูแลทั่วไป แต่เน้นเรื่องการหาธุรกิจใหม่ การผลิต เทคนิคการขายและดูแลเรื่องบัญชี รวมทั้งการจัดระบบรายได้ของน้องๆ ที่เข้ามาทำงาน ซึ่งมักได้รับเงินเดือนใกล้เคียง หรือมากกว่าการไปทำงานกับบริษัทอื่นที่มีขนาดธุรกิจใกล้เคียง

ผมกับภวัฒน์ช่วยกันดูแลเรื่องเงินเรื่องทอง โดยส่วนใหญ่ผมมักนั่งทำงานประจำที่คลองเตย ธุรกิจของเราไปได้ดี สินค้าขายดีมากจนผลิตแทบไม่ทัน กิจการเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟู ผมได้เลื่อนฐานะเป็นเศรษฐีย่อมๆ คนหนึ่ง แต่ยังไม่หยุดคิดจะสร้างความร่ำรวยให้มากขึ้นไปอีก

แต่ครั้งนี้ความคิดของผมแตกต่างไปจากเดิม จากอดีตผมทำสินค้าประเภทที่ต้องลงทุนลงแรง บอกตรงๆ ว่าเหนื่อยมากกว่าจะมีฐานะขึ้นมาได้ ขณะนั้นผมมาถึงจุดที่มีเงินเป็นเศรษฐีแล้ว และคิดอยากรวยขึ้นไปอีกโดยไม่ต้องเหนื่อยแบบที่แล้วมา

ในสมัยนั้นธุรกิจที่เกี่ยวกับการเงินเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างเฟื่องฟู ผมเห็นเศรษฐีมีชื่อเสียงหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนเช่นเดียวกับผม แต่ร่ำรวยกว่ามาก นั่งอยู่บนกองเงินกองทองมีชื่อเสียง มีคนนับหน้าถือตา พวกเขาเหล่านั้นไม่มีสินค้า ไม่ต้องขายของให้เหนื่อย แต่ใช้วิธีค้าเงิน เอาเงินมาต่อเงิน ใครๆ ก็มองพวกเขาว่ารวยจริง แม้แต่ผมก็รู้สึกเช่นนั้น คือ ถ้ารวยจริงต้องเป็นนายธนาคารหรือเรียกสั้นๆ ว่านายแบงก์ ต้องทำธุรกิจด้านการเงิน

นั่นคือจุดเริ่มต้นความคิดที่อยากเป็นนายธนาคาร แต่ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่จะทำเลย รู้แต่ว่าถ้าเรารับฝากเงิน ให้ดอกเบี้ยฝากถูก แล้วนำไปปล่อยกู้ คิดดอกเบี้ยแพงก็จะได้กำไร ซึ่งต่อมาภายหลังผมจึงได้รู้ว่า หากมีความรู้แค่นี้คงเป็นไปไม่ได้ที่จะก้าวไปสู่การเป็นนายธนาคาร

ผมไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่ผมเป็นคนค่อนข้างมีชื่อเสียง ในละแวกคลองเตยมีคนรู้จักและเชื่อถือผมอยู่มากพอดู พอรู้ว่าผมอยากทำธุรกิจด้านการเงินก็เข้ามาหา ชวนให้ร่วมลงทุน

จากการชักชวนของเพื่อนฝูงหลายคน ทำให้เรารวมตัวกันตั้งบริษัทเครดิตสำเร็จในปี 2525 ด้วยเงินลงทุนร่วม 20 ล้านบาท โดยมีผมและเพื่อนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ลงเงินไปหลายล้านบาท ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างใช้ทุนมากครั้งสำคัญในชีวิตครั้งหนึ่ง

ลักษณะธุรกิจ คือ รับเงินฝากจากชาวบ้าน เสร็จแล้วก็ออกเป็นเช็คเพื่อให้เป็นหลักประกัน ขณะเดียวกันก็นำเงินที่รับฝากไปปล่อยกู้กับลูกค้าที่ต้องการใช้เงิน ซึ่งมีลักษณะคล้ายธนาคาร แต่ธุรกิจที่ผมทำไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทไฟแนนซ์ เรียกว่าเป็นไฟแนนซ์เถื่อนก็คงไม่ผิด

ในยุคนั้นมีธุรกิจลักษณะนี้ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด อาศัยความเชื่อถือของคนในชุมชนและละแวกใกล้เคียง ทั้งผู้ฝากและผู้กู้จะใช้เช็คเป็นหลักประกัน ผู้ฝากนำเงินมาฝาก เราก็จ่ายเช็คให้ไป ส่วนผู้กู้มากู้เงิน เราให้เงินเขาไป คนกู้ให้เช็คจำนวนเท่ากับเงินที่กู้บวกดอกเบี้ยให้เราอาศัยชื่อเสียงโดยไม่ได้มีหลักประกันในเรื่องทรัพย์สิน และที่สำคัญไม่ได้มีการวิเคราะห์การใช้เงินแบบธนาคาร ซึ่งจะลดความเสี่ยงในการกู้ได้

คณะกรรมการบริษัทได้ตกลงกันว่า ห้ามผู้ลงทุนกู้เงินโดยเด็ดขาด และผมได้รับเลือกให้เป็นประธาน ขณะเดียวกันผมได้ชักชวนให้ภวัฒน์มาร่วมงานด้วย แต่ภวัฒน์ปฏิเสธและไม่เห็นด้วย เขาพยายามเตือนว่าเสี่ยงมากที่จะปล่อยเงินให้ผู้กู้โดยไม่มีหลักทรัพย์ และไม่รู้ว่านำเงินไปลงทุนอะไร

ผมไม่ได้สนใจคำเตือนของภวัฒน์ และค่อนข้างจะเคืองด้วย ว่าเขาไม่รู้จักที่จะใช้ “เงินต่อเงิน” มัวแต่ไปคิดทำงานหนักๆ ได้เงินก็จริงแต่มันเหนื่อย ตอนนี้เราอยู่ในขั้นเศรษฐีมีเงินทุน ควรใช้เงินต่อเงินจะดีกว่า ผมเดินหน้าทำบริษัทไฟแนนซ์ต่อไป โดยช่วงนั้นผมมีความภูมิใจมาก กับการได้นั่งเก้าอี้ใหญ่ ในฐานะประธาน ใครๆ ก็เรียกผมว่า “ท่านประธาน” หรือไม่ก็ “ท่านเถ้าแก่” ผมได้เป็นนายธนาคารอย่างที่ฝัน และมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า จะเป็นนายธนาคารที่ร่ำรวย ประสบความสำเร็จแบบเจ้าสัวที่มีชื่อเสียงทั้งหลายในประเทศไทย

(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท