posttoday
10เทคโนโลยีฮอต พลิกโฉมศก.ไทยใน5ปี

10เทคโนโลยีฮอต พลิกโฉมศก.ไทยใน5ปี

10 กันยายน 2559

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้นำเสนอ 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้นำเสนอ 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองที่จะส่งผลต่อธุรกิจในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เริ่มตั้งแต่ปี 2553 ได้กล่าวถึงรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งวันนี้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่มาแรงมากในต่างประเทศ หรือ 3D 4D พรินติ้ง ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมถึงเทคโนโลยี Augmented Reality ที่ใช้ในเกมโปเกมอน โก ก็ถูกพูดถึงเมื่อ 3 ปีก่อน

สำหรับ 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจที่ สวทช.นำเสนอในปีนี้ เป็นภาพจำลองอนาคต ตั้งแต่ตื่นนอน ไปทำงาน หรือการดำรงชีวิตระหว่างวัน ต้องใช้เทคโนโลยี 10 รูปแบบนี้

เริ่มตั้งแต่การกิน เทคโนโลยีที่ 1 ฟู้ด สตรักเจอร์ ดีไซน์ (Food Structure Design) หรือเทคโนโลยีเกี่ยวกับการออกแบบโครงสร้างอาหารที่มีคุณภาพและดีต่อสุขภาพ ยิ่งไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ การพัฒนาอาหารที่เคี้ยวง่ายจึงมีความจำเป็นในอนาคต ตามด้วยเทคโนโลยีที่ 2 อาหารเฉพาะบุคคล (Personalized Food) แนวคิดของเทคโนโลยีนี้ คืออาหารเท่ากับยา เป็นการออกแบบอาหารโดยอาศัยข้อมูลสุขภาพของแต่ละบุคคลแบบจำเพาะ

เมื่อได้รับประทานอาหารที่ออกแบบให้เหมาะสมกับร่างกายที่สุดแล้ว ก็มาถึงเรื่องหน้าตาและผิวพรรณ เทคโนโลยีที่ 3 ผิวหนังที่ 2 (Second Skin) ขณะนี้ในสหรัฐอเมริกากำลังพัฒนานวัตกรรมที่เรียกว่า Second Skin Polymer ซึ่งมีคุณสมบัติเทียบกับผิวหนังของหนุ่มสาว มีความยืดหยุ่นสูงถึง 250% ช่วยปกป้องผิวกายให้ดูอ่อนเยาว์ เต่งตึงและชุ่มชื้น ช่วยป้องกันรังสียูวี ที่สำคัญ Second Skin ยังสามารถประยุกต์ใช้ในการส่งยาหรือสารอื่นๆ ได้ด้วย

เทคโนโลยีที่ 4 ตัวเก็บประจุยิ่งยวดขนาดจิ๋ว(Micro Supercapacitor) ที่มีขนาดเล็กมาก สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เก็บพลังงานได้หลากหลายรูปแบบ เช่น จากการสั่นสะเทือนหรืออุณหภูมิ จึงเหมาะที่จะประกอบเข้ากับเส้นใยเสื้อผ้า ในอนาคตจะสามารถชาร์จมือถือจากเสื้อผ้าได้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบสวมใส่ (Wearable Electronics) จึงไม่เป็นเรื่องใกล้เกินเอื้อม

5.วัสดุสามารถตั้งโปรแกรมได้ (Programmable Materials) ก่อนหน้านี้มีการพูดถึงวัสดุที่ซ่อมแซมตัวเอง แต่สำหรับเทคโนโลยีนี้คือ วัสดุที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างและฟังก์ชั่นการทำงานได้ตามสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ ความชื้น สนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า ปัจจุบันนี้มีการทดลองในกลุ่มยานยนต์และอากาศยาน แต่ยังสามารถใช้กับเครื่องใช้ภายในบ้านได้ เช่น ไม่อัดโปรแกรมได้ ชุดเสื้อผ้าโปรแกรมได้ เป็นต้น

ขณะที่ปัจจุบันเมื่อสมาร์ทโฟนสามารถเก็บภาพถ่ายหรือวิดีโอได้ไม่จำกัดบนระบบคลาวด์ เทคโนโลยีที่ 6 การวิเคราะห์เนื้อหาภาพและวิดีโอ (Image and Video Content Analytics) จึงมีส่วนสำคัญในการจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาล ที่เรียกว่า "บิ๊กดาต้า" ภาพจากกล้องซีซีทีวีสามารถนำมาใช้ในแบบแอ็กทีฟและเรียลไทม์ได้ รวมถึงการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เช่น หุ่นยนต์ อุตสาหกรรมขนส่งและการบิน อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ

สำหรับเทคโนโลยีที่ 7-10 จะเกี่ยวข้องกับการแพทย์และการรักษาโรค เริ่มที่ 7 เทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ (Terahertz Technology) คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างคลื่นไมโครเวฟและคลื่นอินฟราเรด เหมาะสำหรับใช้ในการสื่อสารโทรคมนาคม การตรวจจับสารเคมีและสารตั้งต้นวัตถุระเบิด เหมาะกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต รวมทั้งยังใช้แยกแยะองค์ประกอบทางเคมี เหมาะกับวัสดุจำพวกอินทรียสารอย่างสินค้าเกษตรต่างๆ

เทคโนโลยีที่ 8 โดรน (Service Drone) หรืออากาศยานไร้คนขับ โดยเฉพาะโดรนที่ใช้งานด้านพลเรือน เติบโตมากกว่าโดรนทางการทหารมาก และสามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น การเกษตร การจัดการภัยพิบัติ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ ตลอดจนการสำรวจพื้นที่เพื่อใช้ในการตัดสินใจและวางแผนการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือ อย่างกรณีบริษัทยักษ์ใหญ่ของอะเมซอน ประกาศจะใช้โดรนในการขนส่งสินค้า เป็นต้น

เทคโนโลยีที่ 9 คัสโตไมซ์ สเต็มเซลล์ (Customized stem cell) เป็นเซลล์ปกติที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นสเต็มเซลล์ได้ สามารถใช้ตรวจสอบยา วัคซีน หรือสารออกฤทธิ์อื่นๆ ได้ สามารถพัฒนาเป็นยาเฉพาะบุคคลได้โดยปลอดภัย ค่าใช้จ่ายต่ำ และลดการใช้สัตว์ทดลอง

และเทคโนโลยีสุดท้าย คริส-เปอ-แคส-ไนน์ (CRISPR/Cas 9) ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่มากจนวารสาร Science คัดเลือกให้เป็นเทคโนโลยีแห่งปี และจะเป็นการเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่ คล้ายกับดีวีดีที่มาแทนวีซีดี โดยเทคโนโลยี CRISPR/Cas 9 เป็นเทคโนโลยีที่อาศัยความรู้ที่เลียนแบบระบบภูมิคุ้มกันของแบคทีเรียที่ใช้สู้กับไวรัสที่รุกรานเข้าไปในเซลล์ สามารถตัดและใส่ดีเอ็นเอได้อย่างจำเพาะเจาะจง เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยร่นระยะเวลาสร้างพืชและสัตว์ชนิดใหม่ เพิ่มความปลอดภัยด้านอาหารให้กับโลก

ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจในอนาคตจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่จะส่งผลกระทบในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ทุกเทคโนโลยีสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจได้ทั้งสิ้น ปัจจุบันทั้ง 10 รายการไทยสามารถผลิตต่อยอดในประเทศได้ จึงมุ่งนำเทรนด์เทคโนโลยีให้แก่นักลงทุน กระตุ้นให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ ผลักดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ ตามเป้าหมายของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ต้องการผลักดันการใช้งานวิจัยให้ได้ 1% ของจีดีพีภายในปี 2560

ขณะที่ พิชัย คุ้มหรั่ง ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานงบประมาณ 2 สำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า สำนักงบประมาณตั้งเป้าจัดสรรทุนวิจัยปีละ 1.4 แสนล้านบาท โดยสำนักงบประมาณมีหน้าที่จัดทำและประกาศบัญชีนวัตกรรมไทย ซึ่งได้ร่วมกับ สวทช. จัดประกาศสินค้าที่อยู่ในบัญชีนวัตกรรม 34 รายการ และสร้างตลาดนวัตกรรมไทยให้แก่หน่วยงานภาครัฐเป็นตัวกลางจัดการประชุมเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐพบกับผู้ประกอบการเพื่อดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง โดยในปีงบประมาณ 2560 ได้กำหนดวันเจรจาการจัดซื้อจัดจ้าง วันที่ 15 ก.ย. 2559 เพื่อส่งเสริมตลาดนวัตกรรม

นอกจากนี้ สำนักงบประมาณมีหน้าที่รวมฐานข้อมูลสินค้าบริการที่รัฐต้องการส่งต่อให้กับผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันได้จัดสรรงบประมาณพัฒนาด้านการวิจัยประจำปี 2560 ให้แก่ภาครัฐจำนวน 3 หมื่นล้านบาท และให้แก่ภาคเอกชนจำนวน 8 หมื่นล้านบาท รวม 1.1 แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุนการวิจัยพัฒนาสินค้านวัตกรรมสัญชาติไทย

ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุด คือการกระตุ้นให้ภาครัฐและเอกชนนำงานวิจัยมาพัฒนาให้เกิดสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะสร้างธุรกิจในอนาคต ผลักดันให้ประเทศไทยหลุดพ้นกับดับรายได้ปานกลางก้าวสู่ประเทศที่มีรายได้สูงต่อไปในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท