
ปปง.ยึดทรัพย์คดีข้าวจีทูจี7พันล.-เครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญ13,200ล.
มติปปง.ยึด-อายัดทรัพย์ กว่า 7,000 ล้านบาท เครือข่าย “เสี่ยเปี๋ยง” คดีทุจริตขายข้าวจีทูจี และเครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญอีกกว่า 13,200 ล้านบาท
มติปปง.ยึด-อายัดทรัพย์ กว่า 7,000 ล้านบาท เครือข่าย “เสี่ยเปี๋ยง” คดีทุจริตขายข้าวจีทูจี และเครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญอีกกว่า 13,200 ล้านบาท
วันที่ 9 ก.ย. ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอัมพันธุ์กุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินของบริษัทสยามอินดิก้า บริษัทสิราลัย หรือปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทกีธา และบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับนายอภิชาต จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคาร จำนวน 51 บัญชี มูลค่า 921 ล้านบาท และที่ดินในกทม. ลำพูน ภูเก็ต พังงา พนครศรีอยุธยา อ่างทอง จำนวน 611 รายการ มูลค่าประมาณ 5,970 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 662 รายการ มูลค่ารวม 7,000 ล้านบาท
พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าวว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากคณะกรรมป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ กับพวกรวม 21 คน กระทำความผิดด้วยการแบ่งหน้าที่กันทำงานโดยช่วยเหลือมุ่งหมายและเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทสยามอินดิก้า ไม่ต้องแข่งขันราคากับผู้เสนอราคารายอื่น แล้วนำข้าวที่ซื้อได้ ในราคาที่ต่ำกว่าราคาขายในประเทศ หรือต่ำกว่าราคาที่รับจำนำ แล้วนำไปขายต่อให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในประเทศหรือ นำไปให้บริษัทสยามอินดิก้านำไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง ทำความเสียหายแก่กรมการค้าต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) และพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
"จากการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน พบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์ทุจริตโดยการปลอมสัญญาให้ดูเสมือนมีการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจีจริง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าการได้มาซึ่งทรัพย์สินของกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นทรัพย์ที่ได้จากการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน จึงมีมติยึดอายัดทรัพย์ไว้ "เลขาฯปปง.กล่าว
ทั้งนี้ ปปง. ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและการทำธุรกรรมของบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ที่ให้บริการรถบัส กับบริษัทฝูอัน ทราเวล จำกัด และ บริษัท ซินหยวน ทราเวล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัททัวร์ศูนย์เหรียญ โดยไม่เรียกเงินค่าเช่ารถบัส แต่มีเงื่อนไขให้นำนักท่องเที่ยวซื้อสินค้าตามที่บริษัทกำหนด ซึ่งมีราคาสูงเกินจริง และศาลได้ออกหมายจับกรรมการในบริษัทดังกล่าวซึ่งเป็นชาวจีนที่ลักลอบสวมบัตรประชาช และคนไทย ฐานเป็นสมาชิกอั้งยี่ ไปก่อนหน้านี้
ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการได้มีมติยึดและอายัดทรัพย์สินผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทฝูอัน และบริษัทโอเอ รวมมูลค่ากว่า 13,200 ล้านบาท
ด้านพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ระบุว่า สมาคมจีน ได้ยืนยันว่าหลังวันที่ 15 ก.ย. นี้ จะไม่มีทัวร์ศูนย์เหรียญในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาทางสมาคม และเจ้าหน้าที่ก็ได้ร่วมกันทำความเข้าใจกับบริษัททัวร์ต่างๆ ให้มีการปรับปรุง และในขณะนี้นักท่องเที่ยวจีน ยังคงเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยตามปกติ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังได้กำชับหากพบเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
ภาพ นิวพลัส







