posttoday
รวบคาสนามบินแก๊งฟิลิปปินส์ฉกสร้อยเพชรงานเมืองทองฯ

รวบคาสนามบินแก๊งฟิลิปปินส์ฉกสร้อยเพชรงานเมืองทองฯ

08 กันยายน 2559

ตำรวจรวบแก๊งชาวฟิลิปปินส์ 5 คน คาสนามบินดอนเมือง หลังขโมยเครื่องเพชรมูลค่า 300,000 บาท ในงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair 2016 ที่ เมืองทองธานี

ตำรวจรวบแก๊งชาวฟิลิปปินส์ 5 คน คาสนามบินดอนเมือง หลังขโมยเครื่องเพชรมูลค่า 300,000 บาท ในงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair 2016 ที่ เมืองทองธานี

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. เวลา 23.30น. ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว4กองกำกับการ1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (ส.ทท.4กก.1บก.ทท.)พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท.,พ.ต.อ.ทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด และนายปรมินทร์ ทาฮาเรียน ผู้เสียหาย ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาเป็นสัญชาติฟิลิปปินส์จำนวน5ราย คือ นางคานอย อโดแรคชั่น คาร์ปิโอ้ ( Mrs.CANOY ADORACION CARPIO ) อายุ58ปี, นายอิบูซา คริสเทน คาร์ปิโอ้ (Mr.EBUEZA CHRISTIAN CARPIO ) อายุ27ปี,นายเบียน นอนอย มูโลบูโค(Mr.BIEN NONOY MULOBUKO) อายุ 27ปี,นางมัลลารี โซเฟีย แคนเดลเรีย(Mrs.MALLARI SOFIA CANDELARIA )อายุ 56ปี และนายชาโพโค ฟลอเร้นซ์(Mr.CHAPOCO FLORENZ VELARDE) อายุ 65ปี พร้อมของกลางสร้อยคอเพชร 1เส้น มูลค่ากว่า3แสนบาท สามารจับกุมได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายเมื่อเวลาประมาณ21.00น. ว่ามีผู้ขโมยสร้อยเพชรไปจากบูทออกร้านขายเพชร ภายในงานแบงคอก เจมส์ แอนด์ จิวเวอรี่ แฟร์ (Bangkok Gems &Jewelry Fair ) ครั้งที่58 ที่อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าเมื่อเวลาประมาณ14.00น. วันที่7กันยายนมีผู้ต้องหา2คน ทำทีมาซื้อเพชรและชวนพนักงานคุย ก่อนจะอาศัยจังหวะที่พนักงานเผลอเอื้อมมือไปหยิบสร้อยเพชรที่อยู่ภายในตู้โชว์ ก่อนจะหลบหนีไป จนต่อมาเวลา18.00น. ทางร้านได้ตรวจสต็อกจึงทราบว่าสร้อยเพชรได้หายไป จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมื่อที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง เจ้าหน้าที่การท่า และตำรวจท่องเที่ยว เพื่อตรวจสอบ

ต่อมาพบกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะตรงตามกล้องวงจรปิดกำลังซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อกลับประเทศฟิลิปปินส์จึงได้ขอเข้าตรวจสอบและพบของกลางเป็นสร้อยเพชร มูลค่า3แสนบาทที่หายไป ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าของคนร้ายอีกคนหนึ่ง จึงได้จับกุมตัวในที่สุด ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวฟิลิปปินส์ทั้งหมด เดินทางเข้ามาเมื่อวันที่ 5 ก.ย. และมีการจองตั๋วกลับไว้ก่อนแล้วในวันที่ 12 กันยายน โดยทั้งหมดเดินทางเข้ามาพร้อมกัน

จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีคนไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนประวัติการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย หรือเคยก่อเหตุอาชญากรรมหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามเป็นวันแรกของการจัดงาน ซึ่งงานจะจัดไปจนถึงวันที่11กันยายน ทั้งนี้เป็นเรื่องดีที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมคัวได้ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินทางออกนอกประเทศไป ประเทศไทยจะมีการจัดงานในลักษณะนี้ขึ้นทุกปี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเฝ้าระวังกลุ่มคนร้ายที่จะเข้ามาก่อเหตุ ซึ่งตำรวจท่องเที่ยวก็ได้มีการประสานข้อมูลกับทางตำรวจสันติบาลตลอดเฝ้าระหวังเหล่ามิตรฉาชีพที่จะเข้ามาก่อเหตุ

นายปรมินทร์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายอ้างว่าเป็นลูกชายจะมาซื้อต่างหูให้แม่ โดยคนร้ายได้ทำที่ขอดูต่างหูเพชรจำนวน2คู่ ตนจึงหยิบมาให้ดู จากนั้นคนร้ายซึ่งเป็นแม่ได้ทีชวนคุยและเบียงเบนความสนใจ ส่วนคนร้ายที่เป็นลูกชายได้ฉวยโอกาสที่ตนเผลอเอื้อมมือเจ้าไปในตู้เพชรก่อนจะหยิบสร้อยเพชรและนำไปซ้อนไว้ใต้สมุดและชวนตนพูดคุยต่อ จากนั้นคนร้ายได้ตัดสินใจไม่ซื้อแล้วเดินออกไป ซึ่งปกติแล้วเวลาขายเพชรหรือเอาสินค้าให้ลูกค้าดูนั้นเราจะดูอยู่แล้วว่าเอาสินค้าให้ดูกี้ชิน แต่ในกรณีนี้คนร้ายไม่ได้ขโมยสินค้าที่เอามาให้ดู แต่กลับเอื้อมมือไปหยิบสินค้าที่อยู่ในตู้แทน ทำให้เรารู้ตัวช้าเพราะกว่าจะรู้ก็ต้องรอตอนเช็คสต็อกสินค้า ซึ่งโชคดีมากที่เมื่อเช้าตอนจัดสินค้าตนได้ถ่ายรูปไว้ด้วยจึงรู้ตัวเร็วว่าสร้อยเส้นไหนหายไป

นอกจากนี้ขณะที่คนร้ายเข้ามาขอดูเพชรคนร้ายในภาษาอังกฤษสำเนียงคล้ายกับชาวฟิลิปปินส์ ตนจึงถามว่าเป็นชาวฟิลิปปินส์ใช่ไหม แต่คนร้ายกลับอ้างว่าตนเป็นคนอินโดนีเชีย ปกติที่ร้านจะมาออกบูทขายสินค้าที่นี้ทุกปีนานว่า10ปีแล้ว โดยจะมีการจัดงานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนกันยายน ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ2-3ปีที่ผ่านมา เคยมีกลุ่มคนจีนเข้ามาก่อเหตุเช่นกันโดยอาศัยจังหวะพนักงานเผลอจึงกำเพชรไว้ในมือแต่โชคดีที่พนักงานเห็นเสียก่อนจึงได้ของคืน หลังจากนี้อาจจะต้องให้พนักงานเพิ่มความระมัดระวัง และเช็คสต็อกบ่อยๆขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่งตัวให้กับพนังงานสอบสวนสภ.ปากเกร็ดเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ภาพ อสมท.

ข่าวล่าสุด

คนไทยใช้ AI ดีขึ้น แต่ยังพบช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่-ผู้สูงวัย ชัด

คนไทยใช้ AI ดีขึ้น แต่ยังพบช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่-ผู้สูงวัย ชัด