posttoday
พณ.สั่งรุกส่งออก 4 กลุ่ม

พณ.สั่งรุกส่งออก 4 กลุ่ม

08 กันยายน 2559

สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ ได้มอบนโยบายแก่ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างต่างประเทศ พร้อมบรรยายพิเศษ หัวข้อ “Thailand 4.0 & Creative Thailand” เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าการส่งออกในตลาดอาเซียนที่หดตัวลงนั้น ไม่อยากให้มองตัวเลขเทียบเป็นเดือนต่อเดือน แต่ให้มองภาพรวมมากกว่า

สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ ได้มอบนโยบายแก่ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างต่างประเทศ พร้อมบรรยายพิเศษ หัวข้อ “Thailand 4.0 & Creative Thailand” เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าการส่งออกในตลาดอาเซียนที่หดตัวลงนั้น ไม่อยากให้มองตัวเลขเทียบเป็นเดือนต่อเดือน แต่ให้มองภาพรวมมากกว่า

ทั้งนี้ เพราะจะมีเงินลงทุนก้อนใหญ่จากไทยที่จะเตรียมเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน การลงทุนกลุ่มนี้จะเป็นการลงทุนขยายฐานการผลิตเข้าไปเพื่อทดแทนการส่งออกจากไทยที่หดตัวลง ดังนั้นตัวเลขที่ออกมาก็ไม่ได้บอกอะไรได้

“วันนี้ได้มาฉายภาพให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งถือว่าเป็น New Normal แต่ตราบใดที่ตัวเลขส่วนแบ่งการตลาดของไทยในตลาดโลกและตลาดอาเซียนไม่ได้ลดลงทั้งในตลาดหลักและตลาดรองก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ถึงเวลาที่ทูตพาณิชย์จะต้องยกเครื่องใหม่ ทำงานเชิงรุกมากขึ้นด้วยการเน้นเรื่องการค้าภาคบริการและส่งเสริมการออกไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น เรียกว่าเป็นการทำงานแบบ Work Hard but Smart” สุวิทย์ กล่าว

สำหรับส่วนแบ่งการส่งออกของไทยในปี 2558 พบว่า มีการกระจายความเสี่ยงไปในหลายๆ ตลาด ไม่ได้เน้นแค่ตลาดใดตลาดหนึ่ง โดยอาเซียนมีส่วนแบ่งการส่งออก 26% สหรัฐ 11% จีน 11% สหภาพยุโรป 11% ญี่ปุ่น 10% ออสเตรเลีย 5% อื่นๆ 27%

“จะนิ่งนอนใจไม่ได้ จึงให้การบ้านทูตพาณิชย์ในทุกประเทศ ทุกภูมิภาคจัดทำยุทธศาสตร์เชิงรุกลงไป โดยแบ่งกลุ่มประเภทสินค้าออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มผลักดัน (กลุ่มที่มีมูลค่าไม่สูง แต่การเติบโตสูง) เช่น เครื่องยนต์สันดาป ผลิตภัณฑ์พลาสติก น้ำตาลทราย ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป กลุ่มสนับสนุน (กลุ่มที่มีมูลค่าสูงและการเติบโตสูง)

“เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทองคำ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ กลุ่มติดตามและเร่งแก้ไข (กลุ่มที่มีมูลค่าน้อยและการเติบโตต่ำ) เช่น เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ น้ำมันสำเร็จรูป ข้าว ยางพารา เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และกลุ่มเร่งแก้ไข (กลุ่มที่มูลค่าสูง แต่การเติบโตน้อย) เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เม็ดพลาสติก อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาง เคมีภัณฑ์”

กล่าวอีกว่า ทูตพาณิชย์จะต้องปรับแผนงานให้สอดรับกับการเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 จะต้องนำโอกาสทางธุรกิจของโลกมาทำงานร่วมกับภาคเอกชนให้มากขึ้น ต้องเน้นการใช้นวัตกรรม และงานวิจัยมาพัฒนาสินค้า เพราะการขายสินค้าโภคภัณฑ์

เช่น น้ำมัน สินค้าเกษตร แบบเดิมที่ส่งออกเป็นเพียงวัตถุดิบ จะทำได้ยากเพราะไม่สามารถกำหนดราคาในตลาดเองได้ ต้องจัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่สามารถปฏิบัติได้จริง โดยให้เน้น 2 กลุ่มที่ยังส่งออกได้ปริมาณมาก และยังขยายตัวได้ดี และกลุ่มที่มีมูลค่าสูงแต่เริ่มชะลอตัวก่อน เพื่อจะได้ทำแผนการผลักดันให้เหมาะสมและทันสถานการณ์

ขณะเดียวกัน จะต้องเน้นการส่งออกภาคบริการจากปัจจุบันมีอยู่ 25% ของการส่งออกทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นบริการการท่องเที่ยว จึงต้องขยายไปสู่ภาคบริการอื่นๆ ให้มากขึ้น นอกจากนี้ ต้องดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามายังประเทศไทยที่เป็นตัวสร้างรายได้ทางตรงได้อีกจำนวนมาก และยังมั่นใจแม้การส่งออกของไทยยังได้รับผลกระทบเศรษฐกิจโลก หากทุกฝ่ายช่วยกันปรับตัวน่าจะดันการส่งออกและสินค้าบริการของไทยยังเติบโตได้

รมช.พาณิชย์ ยอมรับว่า การจะผลักดันให้การส่งออกปีนี้ได้ 5% ได้นั้น เป็นเป้าที่เกินมุ่งมั่น เพราะไม่มีใครสามารถฝืนเศรษฐกิจโลกได้ โดยมองว่าการส่งออกปีนี้น่าจะบวกลบไม่เกิน 2% เพราะเครื่องยนต์ในการผลักดันที่มีอยู่ไปได้ไม่ไกล จึงต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่เน้นการใช้นวัตกรรมมากขึ้น เพื่อเตรียมรับมือกับการค้ารูปแบบใหม่

ด้าน ปิตินันท์ สมานวรวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม กล่าวว่า การประชุมอาเซียนซัมมิตที่มีผลว่าการเข้าร่วมข้อตกลงหุ้นส่วนทางการค้าและเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) จะเลื่อนออกไปกลางปีหน้า ไม่น่าจะกระทบต่อการส่งออกของไทยและภูมิภาคอาเซียน เพราะขณะนี้มีเพียงสิงคโปร์ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก ส่วนเวียดนามยังไม่ได้ลงสัตยาบัน

ขณะนี้แหล่งข่าวเปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อหารือแนวโน้มการส่งออกในปี 2560 และการจัดทำกลยุทธ์ผลักดันการส่งออก เบื้องต้นทูตพาณิชย์ได้ประเมินว่า การส่งออกในปีหน้าจะมีอัตราการขยายตัวที่ประมาณ 3% เพราะการส่งออกน่าจะดีขึ้นกว่าปีนี้ที่ส่วนใหญ่ขยายตัวอยู่ในแดนลบ และมองว่าเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจคู่ค้าในปีหน้า จะฟื้นตัวได้ดีขึ้น ทำให้เป็นผลดีต่อการส่งออกของไทย

อย่างไรก็ตาม คาดว่า การส่งออกไปยังตลาดอาเซียนจะเพิ่มขึ้น 2.5% เอเชียใต้เพิ่ม 2% เอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย ได้แก่ จีน เพิ่ม 3% ฮ่องกงเพิ่ม 2% ไต้หวันเพิ่ม 3% ญี่ปุ่นเพิ่ม 1% เกาหลีใต้ไม่ขยายตัว ทวีปออสเตรเลียเพิ่ม 5% อเมริกาเหนือเพิ่ม 2.9% ละตินอเมริกาลดลง 0.1% ยุโรปเพิ่ม 1% แอฟริกาเพิ่ม 5% และตะวันออกกลางเพิ่ม 3.3%

“ตัวเลขคาดการณ์การส่งออกในปี 2560 ดังกล่าว จะมีการนำเสนอให้ อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ พิจารณาร่วมกับผู้บริหารกระทรวงและทูตพาณิชย์อีกครั้งในวันที่ 9 ก.ย.นี้ ก่อนที่จะประกาศตัวเลขเป้าหมายการส่งออกของปี 2560 ต่อไป” แหล่งข่าวระบุ

ข่าวล่าสุด

คนไทยใช้ AI ดีขึ้น แต่ยังพบช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่-ผู้สูงวัย ชัด

คนไทยใช้ AI ดีขึ้น แต่ยังพบช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่-ผู้สูงวัย ชัด