posttoday
กกร.ขยับจีดีพี 3.2-3.6%

กกร.ขยับจีดีพี 3.2-3.6%

07 กันยายน 2559

เจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ที่ประชุม กกร.ในเดือน ก.ย. 2559 ได้พิจารณาถึงทิศทางของเศรษฐกิจไทยในภาพรวม พบว่า เศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดในช่วงเดือนปลายปี 2558 จนถึงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแล้ว จากนี้ไปสัญญาณเศรษฐกิจไทย จะค่อยๆ ฟื้นตัวและดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะครึ่งปีหลัง จึงมีโอกาสที่จะเห็นภาคเอกชนลงทุนมากขึ้นในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะการลงทุนเพิ่มด้านนวัตกรรม

เจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ที่ประชุม กกร.ในเดือน ก.ย. 2559 ได้พิจารณาถึงทิศทางของเศรษฐกิจไทยในภาพรวม พบว่า เศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดในช่วงเดือนปลายปี 2558 จนถึงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแล้ว จากนี้ไปสัญญาณเศรษฐกิจไทย จะค่อยๆ ฟื้นตัวและดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะครึ่งปีหลัง จึงมีโอกาสที่จะเห็นภาคเอกชนลงทุนมากขึ้นในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะการลงทุนเพิ่มด้านนวัตกรรม

ทั้งนี้ ยังมีสัญญาณบวกในเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลัง ที่อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ และความต้องการแรงงานในประเทศมีมากขึ้น จึงประเมินว่าช่วง 3-4 เดือนนับจากนี้ แนวโน้มอัตราการว่างงานจะลดน้อยลงด้วย

ขณะเดียวกัน อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศไทย ในช่วงไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 3.5% สูงกว่าที่คาดไว้ ทำให้ กกร.พิจารณาว่า มีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจไทยในปี 2559 จะขยายตัวสูงกว่าที่ประมาณการไว้ที่ 3.0-3.5% มีโอกาสที่จะขยับขึ้นเป็น 3.2-3.6% รวมถึงมีสัญญาณบวกมาจากการที่ภาคการเกษตรสามารถเพาะปลูกได้ตามปกติ และปัญหาภัยแล้งที่คลี่คลาย

สำหรับการส่งออก ยังคงประเมินอยู่ในกรอบที่วางไว้ คือ 0% จนถึง -2.0% โดยอยู่ภายใต้ปัจจัยที่ภาวะเศรษฐกิจโลกมีความเปราะบาง ส่วนค่าเงินบาทเป็นสิ่งที่ภาคเอกชนมีความเป็นห่วง โดยภาคเอกชนไม่อยากให้แข็งค่าเกินระดับ 34.50 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยขณะนี้ ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าสอดคล้องกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนและประเทศคู่แข่งในโลก ส่วนผลกระทบจากเบร็กซิต ถือว่าอยู่ในระดับสั้นและไม่มาก

“สิ่งที่ภาคเอกชนอยากให้ภาครัฐเร่งดำเนินการในครึ่งปีหลัง ทั้งการกระตุ้นเบิกจ่ายใช้งบประมาณต่างๆ และโครงการลงทุน รวมถึงเรื่องการบริหารจัดการน้ำในประเทศ ถือเป็นเรื่องใหญ่และมีความสำคัญ อยากให้รัฐดำเนินการตามที่ประกาศไว้ ต่อมาคือโครงการลงทุนรถไฟ อยากให้ผู้ผลิตในประเทศไทยได้มีส่วนร่วมด้วย โดยเฉพาะการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ เช่น เบาะที่นั่งและโบกี้ เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้จะสอบถามกับภาครัฐต่อไป” เจน กล่าว

ปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย และเป็นประธานในการประชุม กกร. กล่าวว่า ที่ประชุม กกร. มีความเป็นห่วงเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และมีความผันผวน จึงอาจกระทบต่อผู้ส่งออกของไทย แม้ว่าค่าเงินบาทของไทยจะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับภูมิภาคก็ตาม ดังนั้นผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมความพร้อมและบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน ซึ่งมั่นใจว่า ธปท.จะดูแลค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกถือว่ามีความเปราะบาง แม้เศรษฐกิจสหรัฐยังฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรยังเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาด ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น ส่งสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินต่อเนื่อง

เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี กล่าวว่า ได้เพิ่มเป้าหมายจีดีพีปี 2559 เป็น 3.3% จากเดิมมองไว้ที่ 2.8% และจีดีพี ปี 2560 ที่ 3.5% เนื่องจากการลงทุนของภาครัฐ การบริโภค การลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการท่องเที่ยวเติบโตเพิ่มขึ้นตามความเชื่อมั่นหลังสถานการณ์การเมือง มีเสถียรภาพและจะมีการเลือกตั้งในช่วงปลายปีหน้า ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยมี โอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1.75% ในช่วงปลายปี 2560

ขณะที่การส่งออกเชื่อว่าจะติดลบน้อยกว่าปีนี้ที่คาดว่าจะติดลบ 1.8% โดยเงินบาทอาจมีแนวโน้มแข็งค่าต่อในปีหน้าหากเฟดไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยตามที่แถลงไว้ก่อนหน้านี้ โดยส่วนตัวเชื่อว่าปีนี้เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือน ธ.ค.นี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท