posttoday
ช่วยกันสกัดข่าวลือ

ช่วยกันสกัดข่าวลือ

07 กันยายน 2559

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทย เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ ที่จู่ๆ นักลงทุนพร้อมใจกันกระหน่ำขายหุ้นออกมาอย่างหนัก จนทุบดัชนีหุ้นที่บวกอยู่ พลิกกลับมาติดลบอย่างรวดเร็ว และลงไปลึกที่สุดถึง 44.20 จุด  คิดเป็นจำนวน 2.90% โดยมีกระแสข่าวลือออกมาทำลายบรรยากาศการลงทุน สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนกันถ้วนหน้า แม้จะมีแรงขายของนักลงทุนสถาบันไทยผสมโรงด้วยก็ตาม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทย เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ ที่จู่ๆ นักลงทุนพร้อมใจกันกระหน่ำขายหุ้นออกมาอย่างหนัก จนทุบดัชนีหุ้นที่บวกอยู่ พลิกกลับมาติดลบอย่างรวดเร็ว และลงไปลึกที่สุดถึง 44.20 จุด  คิดเป็นจำนวน 2.90% โดยมีกระแสข่าวลือออกมาทำลายบรรยากาศการลงทุน สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนกันถ้วนหน้า แม้จะมีแรงขายของนักลงทุนสถาบันไทยผสมโรงด้วยก็ตาม

ข่าวลือที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทุบหุ้นครั้งนี้ ไม่ได้เป็นครั้งแรก แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก  ซึ่งเมื่อสร้างความเสียหายแล้ว  นักลงทุนไม่เคยเรียนรู้และนำประสบการณ์เหล่านี้มาเป็นบทเรียน เพราะยังคงตื่นตระหนก แห่ทิ้งหุ้นตามข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด  นักลงทุนตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีมาโดยตลอด

ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก็จับมือใครดมไม่ได้  ไม่มีการลงโทษผู้หวังร้ายแต่อย่างใด

แม้ว่าข่าวลือที่ออกมาจะตามจับตัวคนปล่อยได้ยากมาก ยิ่งสถานการณ์ปัจจุบันข้อมูลข่าวสารเคลื่อนไหวรวดเร็วเหลือเกินตามประสิทธิภาพของเครื่องมือที่ทันสมัย  โดยเฉพาะทางไลน์  เพราะใช้เวลาปล่อยข้อมูลเพียงไม่กี่วินาทีก็สามารถกระพือข่าวออกไปเป็นวงกว้าง  ทำให้การรับรู้ข้อมูลทั่วถึงและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงอย่างที่เห็นกัน

แต่เราเห็นว่าเรื่องการปล่อยข่าวลือ ไม่ควรปล่อยให้เงียบไปเฉยๆ เหมือนคลื่นกระทบฝั่ง   เพราะได้สร้างความเสียหายในรูปของเม็ดเงินสูงถึง 297,974 ล้านล้านบาท ภายในวันเดียว แบ่งเป็นความเสียหายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มูลค่า 282,016 ล้านล้านบาท และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 15,958 ล้านล้านบาท นอกจากนั้น ยังมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทยอีกด้วย

เพราะฉะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต.จะต้องตามหาต้นตอของข่าวลือ  ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำงานเพียงลำพังหน่วยงานเดียว โดยสามารถร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพราะความผิดเรื่องการปล่อยข่าวลือ หรือเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ นอกจากเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แล้ว กฎหมายคอมพิวเตอร์ก็สามารถเอาผิดได้    รวมถึงเครื่องมืออุปกรณ์ และทีมงานของภาครัฐ มีประสิทธิภาพสูง เชื่อว่าจะสามารถตามหาคนทำผิดมาลงโทษได้

แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ นักลงทุนจะต้องมีสติ พร้อมรับผิดชอบและดูแลทรัพย์สินของตัวเองให้ดี  เมื่อได้รับข้อมูลข่าวสารแล้ว จะต้องวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้และความน่าเชื่อถือด้วย ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน ไม่ควรตื่นตระหนกกับภาวะตลาดหุ้นที่ดำดิ่งอย่างรวดเร็ว เพราะหากตัดสินใจผิดพลาดแล้วจะสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก   นอกจากนั้นควรจะเชื่อมั่นในตัวเองให้มากด้วยว่าได้เลือกซื้อหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกลัวหรือกังวล  แม้ว่าตลาดจะปรับตัวลงด้วยเหตุผลใดก็ตาม ในที่สุดราคาหุ้นที่อยู่ในพอร์ตก็จะพลิกฟื้นกลับมาสร้างกำไรให้อย่างที่ตั้งใจลงทุน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท