posttoday
ห่วงพุทธพาณิชยทำอักขระเลขยันต์สูญพันธุ์

ห่วงพุทธพาณิชยทำอักขระเลขยันต์สูญพันธุ์

19 สิงหาคม 2553

นักวิชาการห่วงวิชา “อักขระเลขยันต์” สูญพันธุ์ เหตุพุทธพาณิชย์ครอบงำ แนะฟื้นฟูศาสตร์โบราณ ชี้เป็นหนทางบรรลุสภาวะธรรม ล้ำหน้ากว่าทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์และทฤษฎีซูเปอร์สตริง

นักวิชาการห่วงวิชา “อักขระเลขยันต์” สูญพันธุ์ เหตุพุทธพาณิชย์ครอบงำ แนะฟื้นฟูศาสตร์โบราณ ชี้เป็นหนทางบรรลุสภาวะธรรม ล้ำหน้ากว่าทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์และทฤษฎีซูเปอร์สตริง

นายณัฐธัญ มณีรัตน์ นักวิชาการอิสระ ผู้เขียนหนังสือเรื่องเลขยันต์ แผนผังอันศักดิ์สิทธิ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันศาสตร์การเขียนอักขระเลขยันต์ของไทยอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วงและกำลังจะเสื่อมสูญไปจากสังคมไทย อีกทั้งถูกลดทอนคุณค่าลง เนื่องจากกระแสพุทธพาณิชย์และวัตถุนิยมเข้าครอบงำ โดยคนส่วนใหญ่ยึดถือแต่เพียงเรื่องความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ และอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ จนทำให้ภูมิปัญญาของบรรพชนด้อยค่าลง

ห่วงพุทธพาณิชยทำอักขระเลขยันต์สูญพันธุ์

นายณัฐธัญ กล่าวว่า เหตุที่ศาสตร์เลขยันต์ถูกมองว่าเป็นเรื่องล้าหลัง งมงาย และมอมเมาประชาชนให้ลุ่มหลงไสยศาสตร์ เพราะเป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ ทั้งที่พระเถระชั้นผู้ใหญ่สืบทอดกันมายาวนานหลายร้อยปี ดังนั้นจึงควรมีการศึกษาวิเคราะห์ศาสตร์ด้านนี้อย่างถ่องแท้และลึกซึ้งมากขึ้น เพื่อหาคำตอบที่แท้จริงและสืบทอดมรดกทางปัญญาต่อไป

“ลึกๆ แล้วคนไทยทุกคนต่างก็เชื่อในเรื่องนี้ เพียงแต่หาคำอธิบายไม่ได้ ซึ่งถ้ามองว่าเลขยันต์เป็นแค่เปลือกกระพี้หรือกาฝากของพุทธศาสนา แต่ขณะเดียวกันก็เป็นเปลือกที่ห่อหุ้มแก่นแกนของพระธรรมเอาไว้อย่างเหนียวแน่น” นายณัฐธัญ กล่าว

นายณัฐธัญ กล่าวว่า เนื้อหาแก่นแท้ของวิชาเลขยันต์มีนัยยะสัมพันธ์กับพุทธธรรมโดยตรง ซึ่งในคาถาและพระคัมภีร์ต่างๆ จะถอดมาจากพระสูตรและพระเวท อีกทั้งระหว่างที่ลงอักขระจะทำให้เกิดการเพ่งสมาธิ เกิดสติ และช่วยขัดเกลาจิตใจของมนุษย์ให้เป็นหนึ่งเดียวกับสภาวะธรรม จนในที่สุดจะสามารถถ่ายถอนตัวตนออกจากความไม่เที่ยงแท้ เข้าสู่ความว่าง และมองเห็นถึงสัจธรรมที่แท้จริงได้

“ในพระคัมภีร์ปัถมังซึ่งเป็นปฐมบทของเลขยันต์ ได้แฝงความรู้เรื่องการอุบัติของชีวิต และชี้ให้เห็นว่ารูป นาม อัตตาคืออะไร และเมื่อศึกษาให้ถึงที่สุดจะเข้าใจถึงไตรลักษณ์ คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งถ้ามนุษย์ละจากการยึดติดสิ่งเหล่านี้ได้ สังคมจะน่าอยู่ขึ้นมาก” นายณัฐธัญ กล่าว

ด้าน น.ส.สุกัญญา สุจฉายา จากศูนย์คติชนวิทยา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเรียนรู้ระบบเลขยันต์ในอดีตมีการสืบทอดกันเฉพาะกลุ่มพระภิกษุ หมอพื้นบ้าน และแม่ทัพนายกอง และมีการคัดเลือกผู้สืบทอดวิชาอย่างเคร่งครัด อีกทั้งครูบาอาจารย์ผู้มีความรู้เหลือจำนวนน้อยลง เป็นเหตุให้วิชาด้านนี้ค่อยๆ สูญหายไปอย่างน่าเสียดาย

“ปัจจัยที่ทำให้ระบบเลขยันต์เสื่อมคลายลง เพราะขาดครู ขาดผู้สืบทอดวิชา ไม่รู้อักขระภาษาในการลงยันต์ ประกอบกับมีการนำเลขยันต์ไปใช้อย่างไม่เหมาะสม และมุ่งเน้นเพื่อการค้า ฉะนั้นกระบวนการเรียนรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยประคองให้ศาสตร์นี้คงอยู่ต่อไปได้ ต้องส่งเสริมและฟื้นฟูให้มีการศึกษาเรื่องนี้อย่างถูกต้องตามหลักวิชา รวมถึงการปฏิบัติจริง” น.ส.สุกัญญา กล่าว

น.ส.สุกัญญา กล่าวว่า หากศึกษาให้ลึกซึ้งจะพบว่าศาสตร์เลขยันต์มีความก้าวหน้ากว่าทฤษฎีซูเปอร์สตริงและทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ เพราะสามารถอธิบายถึงการกำเนิดโลกและจักรวาล มิติเรื่องเวลาและสถานที่ ซึ่งนักฟิสิกส์สมัยใหม่เพิ่งมาค้นพบเมื่อไม่นาน

ขณะที่นายกังวล คัชชิมา อาจารย์คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องรางและยันต์เขมร กล่าวว่า ปัจจุบันคาถาอาคมและวิชาไสยศาสตร์ของคนกัมพูชาเสื่อมถอยลงไปมาก เช่นเดียวกับประเทศไทย โดยเฉพาะการใช้ไสยศาสตร์มนต์ดำในการเสกหนังวัวหนังควายเข้าท้องเริ่มหาได้ยาก เพราะเป็นวิชาด้านมืด เป็นอัปมงคลต่อผู้ประกอบพิธีกรรม ทำให้ชีวิตไม่เจริญ จึงไม่มีผู้สืบทอดวิชาด้านนี้

“ในยุคหนึ่งที่ประเทศกัมพูชาอยู่ในช่วงสงคราม ถูกฝ่ายเขมรแดงเผาคัมภีร์ไปเกือบหมด ส่วนพระภิกษุหรือครูอาจารย์ก็ถูกฆ่าตายหรือไม่ก็หนีภัยสงครามออกนอกประเทศ และท้ายที่สุดไม่ว่าจะมีคาถาอาคมหรือเครื่องรางของขลังใดๆ ก็ไม่สามารถต้านทานลูกระเบิดและปืนเอ็ม 16 ไปได้ จึงทำให้วิชาไสยศาสตร์เขมรค่อยๆ สูญหายไป” นายกังวล กล่าว 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท