
ลุยเวนคืนที่เชิงพาณิชย์
ครม.ให้กฤษฎีกาแก้กฎหมายการใช้ที่เวนคืนให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อพัฒนาเชิงพาณิชย์
ครม.ให้กฤษฎีกาแก้กฎหมายการใช้ที่เวนคืนให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อพัฒนาเชิงพาณิชย์
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติแนวทางการนำที่ดินที่ได้จากการเวนคืนไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ พร้อมอนุมัติหลักการให้คณะกรรมการกฤษฎีการ่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกร่างกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แนวทางปฏิบัติดังกล่าวได้แบ่งกลุ่มที่ดินที่เวนคืนมาแล้วเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เวนคืนก่อนปี 2521 กรณีนี้รัฐสามารถนำไปใช้ในกิจการอื่นๆ ของรัฐได้ ส่วนที่ดินที่เวนคืนมาช่วงหลังปี 2521 รัฐธรรมนูญได้กำหนดว่าหากมิได้เข้าใช้ประโยชน์ในระยะเวลากำหนด ต้องคืนให้แก่เจ้าของและทายาท ที่ดินที่เวนคืนมาจึงยังไม่
ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐโดยเด็ดขาด
คณะกรรมการกฤษฎีกาจึงเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใน 5 ประเด็น คือ 1.ที่ดินที่ได้จากการเวนคืนและยังไม่มีหลักเกณฑ์การใช้ ให้เจ้าของหรือทายาทใช้สิทธิขอคืนภายในระยะเวลากำหนด ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 10 ปี เพื่อสอดคล้องกับกฎหมายการครอบครองปรปักษ์ หากล่วงเวลาไปแล้วให้ตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
นอกจากนี้ กรณีหน่วยงานรัฐเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินตามวัตถุประสงค์ให้ที่ดินได้ตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือที่ราชพัสดุ และรัฐสามารถใช้ประโยชน์เพื่อการอื่นได้ ประเด็นที่ 2 กรณีที่ดินจากการเวนคืนเหลือบางส่วน หากเจ้าของเดิมหรือทายาทจะขอคืนก็ให้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน ประเด็นที่ 3 หากหน่วยงานที่เวนคืนไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ ให้ตรากฎหมายเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในการเวนคืนได้
“ยิ่งอนาคตรัฐบาลจะมีโครงการรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง จะต้องใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะที่ดินถือเป็นส่วนที่มีมูลค่ามหาศาล” นายกอบศักดิ์ ระบุ
ประเด็นที่ 4 ให้กระทรวงการคลังตั้งคณะกรรมการระดับชาติขึ้น 1 คณะ พิจารณาแผนงานและโครงการหน่วยงานที่จะใช้ที่ดิน แต่ต้องรับฟังความคิดเห็นก่อน ประเด็นสุดท้าย ให้กำหนดหลักเกณฑ์การตกลงซื้อขายอสังหาฯ ที่เวนคืน เพื่อใช้ที่ดินได้เต็มประสิทธิภาพ







