
จำคุกสนธิ20ปีคดีหุ้น
ปิดฉาก “สนธิ ลิ้มทองกุล” ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฐานปลอมเอกสารค้ำกู้แบงก์กรุงไทย
ปิดฉาก “สนธิ ลิ้มทองกุล” ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฐานปลอมเอกสารค้ำกู้แบงก์กรุงไทย
ศาลฎีกามีคำสั่งเมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้จำคุกนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และอดีตผู้บริหารของบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป คือ น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ ผู้บริหารแผนฟื้นฟู น.ส.ยุพิน จันทนา กรรมการบริษัท และนายสุรเดช มุขยางกูร กรรมการบริษัท โดยไม่รอลงอาญา ฐานกระทำผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
คดีนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด เนื่องจากพบว่าร่วมกันทำรายงานการประชุมเท็จค้ำประกันเงินกู้ให้กับบริษัท เดอะ เอ็ม กรุ๊ป กับธนาคารกรุงไทย กว่า 1,000 ล้านบาท และไม่รายงานผลต่อ ก.ล.ต. ทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุน คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุกนายสนธิ น.ส.เสาวลักษณ์ และ น.ส.ยุพิน คนละ 20 ปี จำเลยจึงได้ยื่นฎีกาขอต่อสู้คดี ส่วนนายสุรเดช ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี 6 เดือน และคดีถือว่าสิ้นสุดแล้ว เนื่องจากจำเลยไม่ได้ยื่นฎีกาต่อสู้คดี
นายสมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า คดีนี้สำนักงาน ก.ล.ต.เป็นผู้กล่าวโทษ และมีความผิดหลายกรณี กรณีละ 5 ปี อาทิ การนำข้อมูลทุจริตไปใช้ในทางทุจริต ผิดตามกฎหมายอาญา การลงโทษครั้งนี้ถือเป็นบรรทัดฐานที่จะมีผลต่อผู้บริหารบริษัทเอกชนทั้งหมดหากกระทำความผิดในลักษณะนี้
“การลงโทษนายสนธิและพวกครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้กระทำความผิดถูกจำคุก ตามความผิดของ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ผ่านมามีการตัดสิน
จำคุก แต่ผู้กระทำความผิดหนีไปก่อนหน้านั้น เช่น คดีรอยเนท” นายสมชาย กล่าว
นายสุรงค์ บูลกุล นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียน (บจ.) กล่าวว่า คำตัดสินของศาลฎีกาจะสะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นไปตามมาตรฐานสากล และการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ แม้ว่าคดีนี้จะเกิดขึ้นมานานกว่า 10 ปี แต่เมื่อคดีถึงที่สุดก็จะเป็นอุทาหรณ์ให้บุคคลหรือกรรมการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่คิดจะทำผิดได้ยับยั้งชั่งใจ เพราะจากคดีนี้จะเห็นว่าหากทำอะไรไม่ถูกต้อง แม้ว่าเวลาจะผ่านมานาน แต่เมื่อผิดก็คือผิด







