posttoday
ผู้ส่งออกอย่าติดหลุมบาทอ่อน เร่งปรับตัวรับโลกที่เปลี่ยนไป

ผู้ส่งออกอย่าติดหลุมบาทอ่อน เร่งปรับตัวรับโลกที่เปลี่ยนไป

05 กันยายน 2559

โดย...เสาวรส รณเกียรติ

โดย...เสาวรส รณเกียรติ

น่าสนใจที่ช่วงนี้ระยะนี้ ค่าเงินบาทก็มาเป็นประเด็นอีกครั้ง ถึงขนาดที่รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า จะขอเข้าพบ วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. เพื่อหารือถึงทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน และมาตรการในการเข้าไปดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทผันผวนจนกระทบกับผู้ส่งออก และระบุถึงขนาดว่าผู้ส่งออกเห็นว่าอัตราแลกเปลี่ยนที่ 34.50 บาท/เหรียญสหรัฐ เป็นระดับที่ผู้ส่งออกรับได้

อย่างไรก็ตาม หากดูจากข้อมูลของ ธปท.แล้วจะเห็นว่า เงินบาทของไทยมีความผันผวนน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับหลายสกุลในภูมิภาค โดยความผันผวนของเงินเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 4.3% เพิ่มขึ้นจาก 3.8% ในเดือนก่อนหน้า แต่เงินวอนเกาหลีใต้กลับผันผวนถึง 11% รองลงมาเป็นเงินริงกิตของมาเลเซีย ผันผวน 10.8% และรูเปียห์อินโดนีเซีย ผันผวน 7%

เรียกได้ว่าที่ผ่านมา ธปท.มีการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทให้มีความผันผวนน้อยที่สุดแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลการศึกษาของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ที่พบว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าจาก 28 บาท/เหรียญสหรัฐ ในปี 2556 มาทะลุ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ ในปี 2558 หรืออ่อนค่าลงถึง 22% แต่การส่งออกของไทยกลับหดตัว 3 ปีติดต่อกัน ผิดกับเวียดนามที่ต้นปี 2559 เงินด่องแข็งค่าขึ้นในทิศทางเดียวกับเงินบาท แต่การส่งออกของเวียดนามยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง

สะท้อนว่ายังมีปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ ที่มีผลต่อการแข่งขันการส่งออกมากกว่าค่าเงินบาท

โดยหากดูโครงสร้างสินค้าส่งออกของไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จะพบว่านอกจากมูลค่าส่งออกสินค้า 10 อันดับแรกของไทยจะลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่น การส่งออกรถยนต์ที่แม้จะยังครองอันดับ 1 การส่งออกของไทย แต่ 7 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่าการส่งออก 5.11 แสนล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่า 8.63 แสนล้านบาท

แต่ที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุด คือ การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปที่เคยติด 1 ใน 10 อันดับแรกในปี 2557 ด้วยมูลค่า 3.63 แสนล้านบาท และ 2.71 แสนล้านบาท ในปี 2558 แต่พอ 7 เดือนแรกของปีนี้ การส่งออกน้ำมันหลุด 1 ใน 10 อันดับแรก สาเหตุสำคัญคือ ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงมากกว่า 50% ในช่วงที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันที่ลดต่ำลงยังกดดันให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ยางพารา และสินค้าเกษตรอื่นๆ ลดต่ำลง และยังลดทอนกำลังซื้อสินค้าส่งออกของไทยสำหรับประเทศที่ส่งออกน้ำมันเป็น
รายได้หลักอีกด้วย

นอกจากนี้ การส่งออกคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน รวมทั้งแผงวงจรต่างๆ ที่เคยสร้างรายได้มหาศาลให้กับไทย ก็ตกลงมาเป็นอันดับ 3 ด้วยมูลค่าที่ลดลงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากตลาดโลกทยอยเลิกใช้สินค้ากลุ่มนี้แล้ว

ขณะเดียวกัน ความหวังของผู้ส่งออกไทยที่จะรอให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว เพื่อให้เกิดกำลังซื้อ และการส่งออกกลับมาดีได้เหมือนเดิม ก็เริ่มจะกลายเป็นความหวังที่เลือนรางลงทุกที เมื่อดูจากเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยักษ์ใหญ่จะพบว่ามีเพียงสหรัฐเท่านั้นที่เศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ดี ดัชนีตัวเลขสำคัญๆ สะท้อนการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่แม้กระนั้นธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็ยังรีรอที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งที่ตั้งเป้าหมายว่าปีนี้จะขึ้นอย่างน้อย 4 ครั้ง

ทั้งนี้ เพราะเศรษฐกิจกลุ่มประชาคมยุโรป (อียู) ยังไม่เห็นวี่แววจะฟื้นตัว ขณะที่ญี่ปุ่นและจีนยังต้องคิดค้นมาตรการกระตุ้นและอัดฉีดเงินเพื่อประคองสถานการณ์เศรษฐกิจที่ส่อเค้าย่ำแย่

ขณะเดียวกันมีการศึกษาพบว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะผ่านพ้นวิกฤตเหล่านี้ไปได้ และขยายตัวดีขึ้น แต่โครงสร้างการค้าโลกที่เปลี่ยนไป ก็ไม่ได้ทำให้การส่งออกของไทยจะดีขึ้นไปตามด้วย โดยธนาคารโลกศึกษาพบว่า ช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา การตอบสนองของมูลค่าการค้าโลกต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ลดลงจาก 2 ในช่วงปี 2533-2542 (ค.ศ. 1990-1999) และลดเหลือ 1 ในปี 2556 (ค.ศ. 2013) สาเหตุเพราะสัดส่วนความต้องการซื้อสินค้าขั้นสุดท้ายภายในประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงการลดลงของปริมาณนำเข้าสินค้าขั้นกลางและเครื่องจักรต่างๆ

เมื่อดูจากปัจจัยและข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ จะเห็นว่าการส่งออกที่ลดลงของไทยในระยะที่ผ่านมา ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับค่าเงินบาท และคงเป็นไปไม่ได้ที่ ธปท.จะเข้ามาดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าไปกว่า 34.50 บาท/เหรียญสหรัฐ เมื่อคำนึงถึงการเคลื่อนย้ายเงินทุนต่างประเทศที่ปัจจุบันจะวิ่งไปหาประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด ซึ่งไทยก็เป็นประเทศหนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย

กวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย ระบุว่า เม็ดเงินของนักลงทุนต่างประเทศจะยังไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอีกประมาณ 1 แสนล้านบาท ในปี 2560 สูงกว่าปีนี้ที่เข้ามาแล้ว 1.2 แสนล้านบาท และอีก 4 เดือนที่เหลือจะเข้ามาอีก 7 หมื่นล้านบาท

ซึ่งหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เงินบาทก็มีโอกาสจะแข็งค่าขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ จากการไหลบ่าของเงินทุนต่างประเทศในตลาดหุ้น

ด้วยเหตุนี้ หากผู้ประกอบการส่งออกยังไม่ยอมรับความจริงว่าบริบทใหม่ของการค้าโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว ทั้งจากโครงสร้างการค้าโลก โครงสร้างสินค้าส่งออกของไทย และเร่งปรับตัวโดยใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่รัฐบาลชุดนี้จัดให้ โดยเฉพาะการลดภาษีอากรให้อย่างเต็มที่เพื่อปรับโครงสร้างการผลิตไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม และใช้นวัตกรรมขั้นสูง โอกาสที่ผู้ส่งออกไทยจะตกขบวนจากการค้าโลก และไม่สามารถอยู่รอดได้จะมีสูงขึ้น

ขณะที่การติดอยู่กับวังวนเก่าๆ หวังที่จะมีการใช้มาตรการกดค่าเงินบาทให้อ่อนค่า คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และไม่ช่วยให้เกิดความสามารถในการแข่งขันการส่งออกกับประเทศอื่นได้ ในบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนไปอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท