
พท.ตอก นิคม ยันไม่มีสส.ย้ายพรรคหนี
พร้อมพงศ์ ซัด นิคม หยุดปาบ้านตัวเอง หาข้ออ้างให้ดูดี บอกในพรรคไม่มีใครนิสัยเหมือน พร้อมย้ำไม่มี ส.ส.ย้ายพรรคชัวร์
พร้อมพงศ์ ซัด นิคม หยุดปาบ้านตัวเอง หาข้ออ้างให้ดูดี บอกในพรรคไม่มีใครนิสัยเหมือน พร้อมย้ำไม่มี ส.ส.ย้ายพรรคชัวร์
วันนี้(19 ส.ค.53) ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า กรณีที่นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยติดประกาศประจานตนและเพื่อนส.ส.ที่จะย้ายไปอีกพรรคภูมิใจไทยอีก 3 คน อีกทั้งยังบอกว่าจะมีส.ส.พรรคเพื่อไทยย้ายออกจากพรรคไปอยู่พรรคการเมืองอื่นโดยเฉพาะ พรรคภูมิใจไทยอีกไม่ต่ำกว่า 20 คนนั้น ตนขอเรียนในฐานะโฆษกว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีเจตนาที่จะประจานใคร แต่การที่ต้องติดประกาศเช่นนั้น เนื่องจากว่ามีประชาชนเดินทางมาที่พรรคและขอพบกับ ส.ส.คนดังกล่าว อยู่บ่อยครั้ง ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบว่าบุคคลเหล่านี้ไม่ได้มาทำกิจกรรมกับพรรคเพื่อไทยอีกแล้ว และต้องการให้ประชาชนได้ทราบถึงเจตนารมณ์ของพรรคด้วย รวมไปถึงเป็นการให้ประชาชนได้เข้าใจถึงพฤติกรรมของ ส.ส.เหล่านี้ที่นำนโยบายของพรรคไปหาเสียง และพอได้คะแนนเสียงจากประชาชนก็กลับไม่สามารถทำงานให้กับประชาชนได้ตามที่สัญญาเอาไว้
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดพรรคเพื่อไทยได้ตรวจสอบพบว่านายนิคมกำลังจะย้ายไปอยู่กับพรรคการเมืองอื่น แต่การที่ออกมาพูดเช่นนี้ก็เพื่อเพียงต้องการสร้างภาพให้ตัวเองดูดี ดูมีราคาขึ้น โดยการหาข้ออ้างตัวเลข ส.ส.อีกจำนวน 20 คนว่าจะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย เพราะเมื่อพูดเช่นนี้ทำให้ประชาชนที่รับทราบข่าวรู้สึกว่ายังมีคนที่ร่วมแนวคิดแบบนายนิคมอีกไม่น้อย แต่คณะทำงานของพรรคได้ตรวจสอบกลับไม่พบว่าจะมีใครต้องการย้ายออกจากพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน
“นายนิคมควรที่จะสำนึกบุญคุณของบ้านที่เคยอยู่ แต่กลับมาทำพฤติกรรมแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าขาดจริยธรรมทางการเมืองอย่างชัดเจน การพูดทำให้พรรคเสียหาย เหมือนเป็นการทำลายครอบครัวที่ตัวเองเคยอยู่อาศัย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สังคมไทยรับไม่ได้ เพราะถึงพรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่ก็ทำหน้าที่เพื่อประชาชนต่อไป ไม่ได้อดอยากปากแห้ง การเมืองในระบอบประชาธิปไตยก็ต้องมีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน นายนิคมควรที่จะหยุดพูดเหลวไหล อย่าคิดว่าคนอื่น ๆ ในพรรคมีนิสัยเหมือนตัวเอง และให้คอยดูต่อไปว่านายนิคมจะได้รับเลือกเป็น ส.ส.ในครั้งต่อไปหรือไม่”นายพร้อมพงศ์ กล่าว







