posttoday
ชาวประมงธรรมดา

ชาวประมงธรรมดา

04 กันยายน 2559

“ลุงยูร” เป็นคนหาปลา เขาบอกว่าตัวเองเป็นชาวประมงธรรมดาๆ คนหนึ่ง

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

(1)

“ลุงยูร” เป็นคนหาปลา เขาบอกว่าตัวเองเป็นชาวประมงธรรมดาๆ คนหนึ่ง 

เวลาแต่ละวันของลุงยูรหมดไปกับวัตรปฏิบัติอันกลมเกลียวกับสายน้ำ เกินครึ่งถูกใช้ไปกับการล่องเรือ-ไหลมอง (อุปกรณ์ประมง) จะมีบ้างที่ขึ้นฝั่งมาก่อสร้าง-กรีดยาง ตามเรื่องตามราว

เท่าที่มีโอกาสสัมผัสกับชาวประมงในหลายพื้นที่ ดูเหมือนว่า “ความใจเย็น” จะเป็นคุณสมบัติร่วมของพวกเขา

ผมคิดเอาเองว่า ข้อจำกัดเรื่อง “เวลา” น่าจะไม่ใช่เงื่อนไข-อุปสรรค หรือมีอิทธิพลเหนือชีวิตของชาวประมง

เพราะคนจับปลามิอาจเปิดให้ “ความเร่งรัด-เร่งรีบ” เข้ามายึดกุมพื้นที่ในจิตใจ

นั่นไม่ใช่วิถี

ลุงยูรใช้เวลากว่าค่อนคืนในการหาปลา ซึ่งเป็นไปตามกติกาที่กลุ่มประมงพื้นบ้านร่วมกันกำหนดเพื่อใช้แม่น้ำโขงร่วมกัน

เริ่มต้นจากการล่องเรือไปจอดบริเวณจุดหาปลา (ดอนไข่) เพื่อเข้าคิวไหลมอง ซึ่งระยะเวลาเร็ว-ช้า ขึ้นอยู่กับจำนวนเรือที่ออกมาหาปลาในคืนนั้นๆ

เมื่อถึงรอบของตัวเอง ลุงยูรจะล่องเรือออกไปไหลมองตามลำน้ำ เขาค่อยๆ ปล่อยมองหรือตาข่ายช้าๆ เพื่อป้องกันไม่ให้พันกัน เมื่อสุดก็จับปลายด้านหนึ่งเอาไว้ ทิ้งให้มองไหลตามน้ำอย่างอิสระประมาณ 20-30 นาที

จากนั้นเป็นเรื่องของโชคชะตา

ว่ากันว่า ชาวประมงแต่ละรายมีลีลาการจับปลาในแบบฉบับเฉพาะตัว ตั้งแต่การขี่เรือ ท่ายืน วิธีปล่อยอุปกรณ์ ซึ่งขึ้นอยู่กับความถนัดและนิสัยของแต่ละคน แต่ที่ไม่อาจลอกเลียนกันก็คือ “จังหวะ”

โดยเฉพาะจังหวะการดึงปลาขึ้นจากน้ำ ซึ่งต้องอาศัยความเฉียบคม ฉับไว หนักแน่น ส่งผ่านอวัยวะทั้ง 32 ที่สอดผสานเป็นหนึ่งกับผืนน้ำ ท้องเรือ แรงลม ความมืด และอีกหนึ่งชีวิตที่อยู่ตรงหน้า

วินาทีเผชิญหน้าจึงชี้ขาดกันที่ “ความสงบด้านใน”

ผมไม่ทราบว่าลุงยูรกำลังคิดอะไรอยู่ในขณะที่ใช้สองมือสาวมองขึ้นมาบนเรือ หรือเขาอาจไม่ได้คิดอะไรเลย เพื่อเปิดเผยตัวเองต่อความจริงที่ปรากฏ

ลุงยูรเล่าว่า บ่อยครั้งที่ออกเรือไปทั้งคืนโดยไม่ได้ปลาแม้แต่ตัวเดียว แต่ลุงยูรก็ยังจะออกเรือไปหาปลาอยู่อย่างนั้น หนำซ้ำวันละหลายรอบ

ที่น่าแปลกใจก็คือชาวประมงรายนี้ยังยิ้มและหัวเราะสม่ำเสมอ แม้จะไม่ได้ปลาติดต่อกันมาหลายวัน

ผมคิดว่าความสุขของลุงยูรคือการได้หาปลา เป็นความสุขที่เกิดจากการ “หาเพื่อหา”

ส่วนปลาอาจเป็นเพียงผลพลอยได้

(2)

แสงไฟจากถนนคนเดินส่องสว่างเป็นทางยาวตลอดริมฝั่งโขง ปลุกค่ำคืนเมืองเชียงคานให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากฝนเพิ่งซาเม็ดได้ไม่นาน

นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยออกมาจากที่พักเพื่อสัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของเมืองเก่า บ้างจับกลุ่มเดินเตร่ชิมอาหาร บ้างยืนชมการแสดงพื้นบ้านของเด็กน้อย คู่รักจูงมือกันไปถ่ายรูป ขณะที่ชายหนุ่มกำลังบรรจงเลือกของฝากน่ารักๆ หวังพิชิตหัวใจสาวเจ้า

ไกลออกไปในแม่น้ำ... ยินเสียงเครื่องยนต์เรือเล็กแผ่วเบา ลำแล้วลำเล่าแล่นผ่านไป

ลุงยูรยืนยืดเส้นยืดสายในความมืด สองมือวักน้ำล้างหน้าล้างตาพอกระปรี้กระเปร่า ก่อนจะฉวยอุปกรณ์หาปลาเดินลงไปยังแพเพื่อตระเตรียมเรือ ขณะนั้นเป็นรอยต่อเข้าสู่วันใหม่

ท่วงทำนองของลุงยูรในความเงียบเป็นไปอย่างปกติ ไม่มีผิดแผกแตกต่างไปจากช่วงกลางวัน จังหวะการยืน เดิน หรือเคลื่อนไหวในเรือที่โคลงเคลงก็เป็นไปตามธรรมชาติ

ความมืดอาจเป็นอุปสรรคต่อใครหลายคนแต่ไม่ใช่กับชาวประมง แสงสว่างจากไฟฉายกระบอกเล็กๆ เพียงพอต่อการนำทางตลอดคืน

อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เคยเขียนเอาไว้ว่า อันที่จริงชีวิตไม่เพียงอาศัยอ้อมกอดของราตรีคอยอุ้มประคอง หากคือการเดินทางในความมืดโดยตัวของมันเอง

ดังนั้น มีแต่ต้องเรียนรู้นิมิตแห่งค่ำคืนจึงอาจข้ามพ้นสายน้ำแห่งกาลเวลา

ดุจดั่งคนหาปลารู้จักดับตะเกียงเพื่อดูดาว

(3)

แว่บหนึ่งก่อนความคิดจะออกเดินทาง ผมนั่งสบตากับความมืดอยู่ริมโขง

ไม่มีความโกรธ ความเกลียด หรือความกลัว

ไม่มีตัวเขา ตัวเรา หรือตัวใคร

เบื้องบนดาวดวงน้อยสุกสกาวประดับฟ้า เบื้องหน้าเรือลอยล่องท่องมหานทีอันไพศาล

ความจริงประการหนึ่งก็คือ มนุษย์ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าองค์ประกอบเล็กๆ ของโลก

ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรไปกว่าฝุ่นผงในระบบนิเวศของจักรวาล

โปรดเคารพธรรมชาติและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท