
แรงงานทะลักระวัง โรคติดต่อข้ามพรมแดน
ข้อมูลจากรายงานประจำปี 2558 ของกรมควบคุมโรค ได้สรุปว่าการเคลื่อนย้ายแรงงานได้ส่งผลกระทบด้าน
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
ข้อมูลจากรายงานประจำปี 2558 ของกรมควบคุมโรค ได้สรุปว่าการเคลื่อนย้ายแรงงานได้ส่งผลกระทบด้านปัญหาโรคติดต่อ โดยมีโรคติดต่ออุบัติใหม่ข้ามพรมแดน โรคติดต่อเรื้อรัง อนามัยแม่และเด็ก มีปัญหาเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน ความสามารถในการรองรับระบบบริการสุขภาพ อัตราการครองเตียงเพิ่มขึ้นในโรงพยาบาลในพื้นที่ที่มีแรงงานข้ามชาติจำนวนมาก ส่งผลให้มีภาระค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ การเคลื่อนย้ายของแรงงานข้ามชาติ ซึ่งไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง ไม่มีโรงพยาบาลรักษาชัดเจน ได้สร้างปัญหาตามมา ทำให้กระบวนการรักษาไม่ต่อเนื่อง
ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บที่พบในแรงงานต่างด้าวอีกอย่างคือ “วัณโรค” โดยในปี 2557 พบแรงงานข้ามชาติป่วยเป็นวัณโรคมากถึง 3,091 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2555 มากกว่า 1,000 คน และพบมากในบรรดาเมืองใหญ่ชายแดนที่มีแรงงานข้ามชาติทำงานอยู่มาก โดยการออกตรวจของกรมการจัดหางานเมื่อต้นปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ป่วยวัณโรคมากกว่า 100 คน จากผู้เข้าตรวจคัดกรองโรค 500 คน
นอกจากวัณโรคแล้ว โรคที่พบบ่อยยังประกอบไปด้วย โรคเท้าช้าง มาลาเรีย รวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างซิฟิลิส โรคเอดส์ อีกด้วย
สำหรับโรคเรื้อนก็เป็นอีกปัญหาสำคัญ นพ.กฤษฎา มโหทาน ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลว่า การเคลื่อนย้ายและตั้งถิ่นฐานของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยได้ทำให้โรคที่เคยหายไปจากประเทศไทยอย่างโรคเรื้อนกลับเข้ามาใหม่ โดยการเพิ่มขึ้นของประชากรแรงงานข้ามชาติได้เพิ่มโอกาสให้มีแหล่งรังโรคเรื้อน และด้านสิ่งแวดล้อม ที่พักอาศัยของประชากรกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นชุมชนแออัดทำให้มีโอกาสเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคเรื้อน
ขณะเดียวกัน เมื่อแรงงานข้ามชาติบางส่วนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ก็ทำให้เข้าไม่ถึงระบบบริการสาธารณสุข และไม่ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเรื้อน ทำให้ไม่ได้รับการดูแลรักษา ทำให้มี “ความเสี่ยง” มากขึ้นที่จะมีการติดต่อในบางจุดที่มีคนกลุ่มนี้อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามหากตรวจพบและรักษาในสัปดาห์แรกก็จะไม่แพร่โรค โดยหากพบวงด่างสีขาวหรือแดง มีอาการชา ผื่นนูนแดง ตุ่มแดงไม่คัน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ปัจจุบันกลุ่มแรงงานต่างด้าว ผู้ติดตาม และคนต่างด้าวมีทั้งหมดประมาณ 3.5 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งเข้าข่ายต้องรับการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพ ก่อนขึ้นทะเบียนทำงาน เพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคและรักษาพยาบาล แต่ปัญหาที่สำคัญก็คือแรงงานจำนวนมากไม่เข้าสู่ระบบ และเลือกที่จะเข้ารักษาที่คลินิกเอกชนด้วยตัวเอง หรือที่ร้ายกว่านั้นคือ ไม่เข้ารับการรักษาใดๆ เนื่องจากกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
สำหรับอัตราค่าบริการในการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพในแรงงานต่างด้าว รวมถึงผู้ติดตาม ซึ่งเป็นบุตรของแรงงานต่างด้าวอายุ 7-18 ปี บัตรราคา 3,700 บาท คุ้มครอง 2 ปี ค่าตรวจสุขภาพครั้งแรกคนละ 500 บาท ค่าประกันสุขภาพคนละ 3,200 บาท ค่าตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอีก 1 ปี ค่าตรวจ 500 บาท ในส่วนผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรอายุไม่เกิน 7 ปี ไม่มีค่าตรวจสุขภาพ บัตรราคา 730 บาท คุ้มครอง 2 ปี ค่าประกันสุขภาพคนละ 730 บาท โดยสิ้นสุดการคุ้มครองวันที่ 31 มี.ค. 2561







