posttoday
"บิ๊กตู่"ไม่เลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่เกิดความรุนแรง

"บิ๊กตู่"ไม่เลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่เกิดความรุนแรง

02 กันยายน 2559

นายกฯไม่เลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่ก่อความรุนแรงหวั่นกลายเป็นแหล่งซ่องสุมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ขอนักวิชาการองค์กรสิทธิมนุษยชนอย่ากดดันรัฐบาล

นายกฯไม่เลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่ก่อความรุนแรงหวั่นกลายเป็นแหล่งซ่องสุมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ขอนักวิชาการองค์กรสิทธิมนุษยชนอย่ากดดันรัฐบาล

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. เวลา 20.15 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ”ว่าในเรื่องของการขอให้มีการยกเลิกกฎหมายพิเศษ เช่น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี 2548  กฎอัยการศึก ในทุกๆพื้นที่ที่เป็นอันตราย ซึ่งที่เราทำงานได้ทุกวันนี้เพราะมีกฎหมายพิเศษกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ออกมาควบคุมใคร ถ้าใครทำความดีอยู่แล้ว อย่าไปกลัว  มาตรา 44 ก็เหมือนกัน ถ้าทำความดีอยู่แล้วจะกลัวอะไร ฉะนั้น ถ้าเราไปยกเว้นบางพื้นที่อาจจะทำให้ผู้ที่ก่อเหตุความรุนแรงไปปรับวิธีการในพื้นที่ดังกล่าว เป็นแหล่งส่องสุ่ม เป็นพื้นที่ฝึกการต่อสู้ เป็นพื้นที่ส่งกำลัง และแยกออกจากพื้นที่ส่วนปฏิบัติการที่มีการใช้อาวุธต่อสู้กัน   ดังนั้นจะให้รัฐยกเลิกโดยเร็ว ไม่ได้  เราต้องครอบคลุมตรงนี้ไว้ให้ได้ด้วยการพัฒนาทำให้ประชาชนมีส่วนร่วม ให้เขามีรายได้ ให้คนไม่ดีกลับมาสู่กลไกของรัฐ สู่กฎหมายจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

“เราอย่าไปทำให้พื้นที่ต่างๆ เป็นพื้นที่ปลอดภัยของเขา อย่าไปกดดันรัฐ อ้างสิทธิมนุษยชน ก็ขอให้ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม เอ็นจีโอ องค์กรสิทธิมนุษยชนในประเทศนอกประเทศเข้าใจตามนี้ เพราะ กฎหมายไทยก็ต้องเคารพซึ่งกันและกัน เหมือนกับที่เราเคารพกฎหมายต่างประเทศทุกฉบับ สิ่งสำคัญคือการใช้พื้นที่นอกประเทศ เป็นแหล่งซ่องสุม เราได้มีการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านมาตลอด ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูดคุยสันติสุข  แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังที่สุด คือ  การเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายสุดโต่ง ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่การสืบสวนสอบสวน ทั้งด้านข่าวกรอง ข่าวกรองยุทธศาสตร์ ข่าวกรองเศรษฐกิจ ยังไม่พบ แต่มีหลายคนไปพูดนี้  ผมจึงถามว่าทำไมไปลากเขาเข้ามา ปัญหาของเราๆก็แก้ปัญหาของเราให้ประชาชนหลุดพ้นความยากจน  ให้ประชาชนได้รับการแก้ปัญหาทางกฎหมาย  ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขอย้ำว่าไม่ใช่เป็นการรังแกผู้นับถือศาสนาอื่นๆหรือเป็นการละเมิดสิทธิไม่เป็นธรรม เพราะจะเป็นจุดอ่อนให้ทุกอย่างบานปลายไปเรื่อยๆ จากในประเทศจากต่างประเทศพันกัน  แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลต้องรับผิดชอบในการจะแก้ปัญหาให้ได้  ด้วยการร่วมมือบูรณาการในทิศทางเดียวกัน อย่ามาโต้แย้งกันอย่ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ในสิ่งที่มันอันตรายโดยไม่มีข้อเท็จจริง อย่ามาคิดว่าผลประโยชน์ตรงนี้เพื่อความชอบธรรม ของรัฐบาล ของคสช.  ตนไม่เคยคิด  ยืนยันว่าไม่ได้คิดเข้าข้างทหาร ไม่ได้คิดเข้าข้างพลเรือน ไม่คิดเข้าข้างตำรวจ ต้องคิดเข้าข้างทุกคน เพราะคิดถึงคนไทยที่จะต้องร่วมมือแก้ปัญหาภาคใต้

ส่วนการทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาในวันนี้ ถือเป็นภาระ และหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ในการที่จะต้องคุ้มครองเพิ่มมากขึ้น ทุกเส้นทาง เราจึงต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมาก  และเพิ่มกำลังจากนอกพื้นที่เข้าไป ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร และพลเรือน เพราะ ประชาชนต้องการเสรีในการใช้ชีวิต ไม่เหมือนต่างประเทศ  ถ้ามีเหตุการณ์อย่างนี้ เขาปิดทั้งหมด บังคับทั้งหมด แล้วก็กวาดล้าง ใช้กำหลังเข้าไป เขาทำได้  แต่ประเทศไทย ทำไม่ได้ เพราะหลายอย่างมีความขัดแย้งอยู่  และเจ้าหน้าที่ถูกจับตามองในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย  มองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากทั้งในองค์กรในประเทศเราเอง  และองค์กรในต่างประเทศด้วย จึงต้องระวังที่สุด

ส่วนการศึกษาขั้นพื้นฐาน เราต้องพัฒนาอีกมากในโรงเรียนตาดีกา และในโรงเรียนปอเนาะ ที่ร่วมในโครงการของรัฐ ของกระทรวงศึกษาในขณะนี้ก็มีบางแห่งที่ยังไปไม่ได้ เพราะมีการสอนเน้นเฉพาะในด้านศาสนาอย่างเดียว จบออกมาก็จะไม่มีงานทำ จึงอยากให้ปรับแก้ปรับเปลี่ยนให้หมด ปรับให้เป็น2หลักสูตร คือ สายสามัญและศาสนาไปด้วย จะได้มีงานทำ ซึ่งกำลังให้กระทรวงศึกษาพิจารณาเรื่องนี้อยู่

ส่วนเรื่องปัญหาความยากจนประชาชนในพื้นที่ ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมในเรื่องการศึกษานั้น รัฐบาลกำลังปรับแก้อยู่  และพร้อมให้เงินงบประมาณสนับสนุน ขอให้ปรับมาหารัฐบาล ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นปัญหาความขัดแย้งอยู่แบบนี้  หากมีคนนำไปบิดเบือน แล้วก็จะเป็นปัญหาที่แก้ยากต่อไปอีกเรื่อยๆ

“วันนี้รัฐบาลนี้เข้ามา ผมเป็นนายรัฐมนตรี ผมเป็นหัวหน้าคสช. ผมเป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.กอ.รมน.) ผมก็เอาทั้งหมดมาแก้รวมกัน อาจจะแก้โดยทหาร โดยพลเรือนโดยการเมืองบ้าง วันนี้เราต้องแก้แบบนี้ เอาปัญหาทุกปัญหามาแก้ ส่วนสิ่งที่กลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรงพยายามกดดันรัฐ  ด้วยการใช้ความรุนแรง เจ้าหน้าที่รัฐจำเป็นจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย โดยที่อีกฝ่ายจะอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่รังแก  ผมมองว่าอย่าไปพูดกันแบบนี้ การใช้กำลังมาต่อสู้กัน ไม่ทำให้เรื่องจบ ขอให้เข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม เราจะดูแลให้ทั้งหมด รวมถึงปัญหาสำคัญคือคนนอกพื้นที่ วิจารณ์ในพื้นที่จนเกิดความเสียหาย ผมเข้าใจดีว่าคนนอกพื้นที่เป็นห่วง แต่ต้องเห็นใจคนในพื้นที่ด้วย เขามีผลกระทบมาก วิจารณ์กันไปกันมา ก็มีผลต่อการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เขาก็เดือดร้อน”พล.อ.ประยุทธ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อยากขอร้อง เรื่องการเสนอความคิดเห็นของนักวิชาการบางคน บางกลุ่ม  ทั้งในพื้นที่ และนอกพื้นที่ มักพูดเสมอว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงอยากจะถามว่ากฎหมายเขาเขียนว่าอย่างไร อย่านำประเด็นเหล่านี้มาขัดแย้งกัน เราต้องคำนึงถึงชีวิตผู้บาดเจ็บ สูญเสีย ทั้งประชาชนผู้บริสุทธิ์ และเจ้าหน้าที่รัฐ ตายกันไปเท่าไหร่แล้ว  คนวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้เดือดร้อนกับเขาด้วย

 
 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท