posttoday
แบงก์ชาติตุนกระสุน รับมือโลกแกว่ง

แบงก์ชาติตุนกระสุน รับมือโลกแกว่ง

02 กันยายน 2559

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

กระแสความผันผวนอย่างหนักของตลาดการเงินโลกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เป็นความท้าทายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการดำเนินนโยบายการเงินที่ต้องรักษาเสถียรภาพทางการเงินควบคู่ไปกับการสนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย

ความท้าทายเกิดขึ้นเมื่อประเทศอุตสาหกรรมหลักดำเนินนโยบายการเงินที่สวนทางกัน คือ การดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเต็มที่ นำโดยธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่พยายามใช้นโยบายการเงินกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างหนักหน่วง ขณะที่สหรัฐที่เป็นประเทศเดี่ยวที่เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและพร้อมที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้จะยื้อเวลาการขึ้นออกไปก็ตาม แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นต้องขึ้นดอกเบี้ย

เศรษฐกิจโลกผันผวนมากขึ้นอีก เมื่อผลการลงประชามติของสหราชอาณาจักรออกมาว่าต้องการออกจากสมาชิกสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) จนธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ลดดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 0.25% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจอีกราว 1.7 แสนล้านปอนด์ เมื่อกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

ภายใต้แรงผันผวนจากภายนอกที่มาเป็นระลอก เศรษฐกิจไทยเองกำลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐรวมกับภาคการท่องเที่ยว แต่ลักษณะการฟื้นตัวยังช้า เนื่องจากเครื่องจักรอื่นยังถูกดึงรั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคภาคเอกชนที่ติดบ่วงหนี้ครัวเรือน การลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวหลังจากกำลังการผลิตส่วนเกินยังมีอยู่มาก ที่สำคัญคือการส่งออกที่หดตัวอย่างหนัก

ด้วยเหตุนี้ การดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท. จึงต้องรักษาช่องว่าง หรือเก็บกระสุนไว้บ้างเพื่อรองรับความผันผวนที่คาดเดาได้ยากขึ้น พร้อมทั้งเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือทางการเงินไว้ให้พร้อมรองรับการดูแลตลาดเงินตลาดทุนที่จะพลิกผันได้ตลอดเวลา

เห็นได้จากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.5% มานานถึง 1 ปี 4 เดือน และไม่มีทีท่าจะปรับลดอีก แม้ว่าจะมีเสียงเรียกร้องจากผู้ส่งออกให้ลดดอกเบี้ยลงอีก เพื่อกดค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลง สนับสนุนภาคการส่งออก

แต่การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางนั้น ไม่ได้คำนึงถึงผลของอัตราแลกเปลี่ยนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาให้รอบด้านถึงความเสี่ยงที่อาจตามมา โดยเฉพาะผลตอบแทนของผู้ออมเงิน หากดอกเบี้ยลดลงอีก ก็จะยิ่งกดดันให้เกิดการโยกเงินฝากไปยังสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ยิ่งสร้างความเปราะบางแก่ระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

บทพิสูจน์หนึ่งที่ทำให้มั่นใจว่าช่องว่างนโยบายการเงินอยู่ในระดับเหมาะสม คือ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในครึ่งแรกของปี 2559 เติบโตได้ถึง 3.4% แม้ว่าดอกเบี้ยนโยบายไม่ได้ปรับลดลง สะท้อนว่า ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ระดับเหมาะสมกับการสนับสนุนเศรษฐกิจได้ดี ขณะที่การไหลเข้าออกของเงินทุนค่อนข้างควบคุมได้ยากในภาวะตลาดเสรี แต่สังเกตจากในภาวะเงินทุนไหลเข้าภูมิภาคและตลาดเกิดใหม่ ก็มีเม็ดเงินไม่น้อยที่เลือกเข้าไทย สะท้อนถึงความน่าสนใจของประเทศยังดีอยู่

อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นที่เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นในขณะนี้ แต่ในระยะยาวนั้นเงินบาทยังมีมีทิศทางอ่อนค่าลงจากการที่สหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้เงินทุนต่างชาติไหลออก แต่เมื่อเปรียบเทียบค่าเงินบาทกับตะกร้าเงินในภูมิภาคและประเทศคู่ค้าคู่แข่งตามดัชนีค่าเงินบาท (NEER) จะพบว่าค่าเงินบาทอยู่ในทิศทางสอดคล้องกับภูมิภาคและคู่ค้า ไทยไม่ได้สูญเสียความสามารถในการแข่งขันจากอัตราแลกเปลี่ยน

ภาคธุรกิจเองไม่ควรจะเปิดความเสี่ยงเพื่อหวังเก็งกำไรจากค่าเงิน เพราะค่าเงินมีแนวโน้มผันผวน ไม่สามารถคาดเดาได้ ดังนั้นควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเพื่อลดความสูญเสียจะดีกว่าการเรียกร้องให้ ธปท. ดูแลค่าเงินให้คงที่จากอัตราใดอัตราหนึ่ง

ขณะเดียวกันได้มีมาตรการผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้าย สนับสนุนให้มีการนำเงินออกไปลงทุนยังต่างประเทศมากขึ้น เพื่อบรรเทาเงินบาทให้อ่อนค่าลงได้ และให้นักลงทุนมีทางเลือกหลากหลายขึ้น พร้อมทั้งเพื่อลดความเสี่ยงของผู้ส่งออก ธปท. ได้มีความตกลงทำธุรกรรมระหว่างประเทศเป็นเงินสกุลท้องถิ่นป้องกันความผันผวนที่เกิดจากค่าเงินสกุลหลักด้วย

ส่วนสถาบันการเงินที่เป็นแขนขาในการส่งผ่านนโยบายการเงินไว้วางใจได้ถึงความแข็งแกร่งด้วยเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่สูงกว่าเกณฑ์ 8.5% ที่กำหนดไว้ และมีการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม สามารถทำหน้าที่เส้นเลือดหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจได้ไม่มีขาดตกบกพร่อง

ด้วยความที่ประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆ ไม่สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนจากคลื่นการเงินลูกใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาได้ จึงเป็นเรื่องดีที่ ธปท. เตรียมเครื่องมือทางการเงินและรักษาช่องว่างไว้ให้ยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับความผันผวน และอยู่ในระดับที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจควบคู่กันไปด้วย

รวมทั้ง ธปท.คงต้องระวังไม่ให้การ์ดตก เพราะไม่มีใครรู้ว่าวัฏจักรเศรษฐกิจโลกข้างหน้าจะเป็นเช่นไร วิกฤตเศรษฐกิจใหม่พร้อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และประเทศไทยจะต้องไม่ชะล่าใจเดินซ้ำรอยความเจ็บปวดที่เคยเกิดขึ้นมาเมื่อ 19 ปีที่แล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท