posttoday
ทางเลือกแห่งมายา ประเทศไทย 4.0

ทางเลือกแห่งมายา ประเทศไทย 4.0

02 กันยายน 2559

โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล

โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล

ได้ฟังคุณอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ซึ่งท่านเป็นนายกรัฐมนตรีในสภาวะพิเศษของประเทศคล้ายๆ ปัจจุบัน ปาฐกถาในงานเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) แต่สิ่งที่ท่านพูดไกลกว่าเรื่องนี้มาก ท่านพูดถึง “ความเหลื่อมล้ำทางสังคม” และความรับผิดชอบต่อผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง ที่ได้ยกตัวอย่างไกลจากประเทศถึง Brexit และสหรัฐอเมริกา และในอีกหลายประเทศ

ส่วนหนึ่งในการบรรยายครั้งนี้ที่สำคัญในมุมผู้เขียน คือ ท่านใช้คำว่า “มายา” รู้สึกว่าการใช้คำคำนี้ ที่แม้ไม่รู้จะแปลชัดๆ ว่าอะไรดี ตรงกับสภาพความเป็นจริงที่ในกลุ่มคนบางกลุ่มที่มีโอกาสสูง ไม่ว่าจะสถานะทางเศรษฐกิจ ตำแหน่งแห่งหนที่สามารถขับเคลื่อนประเทศแรงๆ ได้ เขาเหล่านี้มองมายาออกหรือไม่ หรือคนส่วนใหญ่มองมายาของคนเหล่านี้ออกหรือไม่? อดีตนายกอานันท์ ได้พิสูจน์เรื่องนี้ด้วยตัวเองอย่างดี มาด้วยสภาวะพิเศษอาจเป็นมายาอย่างหนึ่ง แต่ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีใครจำได้ แต่จำสิ่งที่ท่านทำได้ การเปลี่ยนผ่านครั้งนั้น นโยบายหลายอย่างที่ให้คุณประโยชน์ การแก้ปัญหา Monopoly ในหลายเรื่อง ที่สำคัญคือสังเกตว่าหลังจากเลิกเกี่ยวข้องกับการเมือง ท่านจะพูดเรื่อง “ความเหลื่อมล้ำทางสังคม (Social Disparity)” ทุกครั้งในการบรรยายใหญ่

โลกเศรษฐกิจทุกวันนี้เคลื่อนด้วยข้อมูลทางโซเชียลเน็ตเวิร์กในประเทศไทย แม้หลายคนปรามาสว่าการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กของคนไทยทำอย่างไม่มีสาระเป็นแก่นสาร ซึ่งอาจจะเป็นจริงในครั้งเริ่มต้นเมื่อ 3-4 ปีก่อน แต่หากใช้เวลาศึกษาสักหน่อยจะพบว่าปัจจุบันการใช้งานเพื่อแสวงหาความจริงต่างๆ เป็นไปอย่างมีระบบ หรือใช้เป็นเครื่องมือในการกระตุ้น การสร้างอิทธิพลหรือจูงใจ (Influencer) ทั้งในรูปแบบกลุ่มคนหรือบุคคล ไม่ได้ต่างจากต่างประเทศซึ่งอาจจะนำหน้าประเทศไทย โดยการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมทางธุรกิจอย่างครบวงจรเรียบร้อยแล้ว

โซเชียลเน็ตเวิร์กในทุกประเทศได้พิสูจน์เรื่องหนึ่งว่าจะจบลงหรือคงอยู่ต่อไปได้ด้วย “ความจริง” ด้วยความเป็นธรรมชาติที่ดึงดูดผู้สนใจได้อย่างไม่มีขอบเขต และเปิดกว้าง 100% สังคมโซเชียลเน็ตเวิร์กในมุมหนึ่งคือสังคมแห่งการแลกเปลี่ยนความคิด การวิพากษ์วิจารณ์ การยอมรับ และการสังเกตความเป็นไปในแนวคิดของกลุ่มคนที่เข้ามามีส่วนร่วมจากคนในทุกระดับ ไม่มีใครเหนือใครในสังคมเสมือนนี้ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งแสดงว่าการจงใจสร้างความต้องการ (Demand) หรือจงใจสร้างภาพตราสินค้า (Branding) ผ่านระบบของโซเชียลเน็ตเวิร์กไม่ประสบความสำเร็จในประเทศที่มีพัฒนาการเรื่องเหล่านี้สูงๆ ยิ่งสร้างภาพยิ่งล้มเหลว ยิ่งทำมากคนยิ่งต่อต้าน ระแวง ความเสมอกัน ความเท่าเทียมกันทางธุรกิจ และธรรมชาติของมนุษย์ต่างหากจะคัดกรองสิ่งที่ใช่และไม่ใช่ออกไปจากความสนใจของตนเอง ด้วยการตัดสินใจของตัวเอง เขียนเรื่องนี้พร้อมกับเรื่องความเหลื่อมล้ำและ “มายา” ที่ว่า เพื่อบอกว่าขณะนี้ด้วยจำนวนผู้ใช้งานเทคโนโลยีออนไลน์ทุกประเภทของประเทศไทย เรามีสังคม 2 สังคมซ้อนกันอยู่เรียบร้อยแล้ว ส่วนสังคมไหนจะเป็นจริง และสังคมไหนจะมายา อันนั้นอนาคตจะพิสูจน์เอง

ประเทศไทย 4.0 ขอสนับสนุนอีกครั้งในฐานะคนรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ เป็นแนวคิดการเดินสายกลางที่จับต้องได้ในทุกมุม ที่สำคัญที่สุดคือการที่จะมุ่งไปสู่จุดสุดท้ายคือการที่สร้างความเป็นธรรมให้ผู้ที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจทั้งหมด ไม่ว่าจะเล็ก กลาง ใหญ่ ทั้งผู้เล่นและผู้กำกับของรัฐ ความเหลื่อมล้ำจะลดลง ความเข้มแข็งภายในอย่างแท้จริงจากผู้เล่นตัวเล็กๆ จะมากขึ้น ซึ่งต้องกัดฟันไปให้ได้ในทางนี้ เพราะในระยะยาวแล้ว การฝากความหวังอะไรไว้กับใครเพียงไม่กี่รายไม่ใช่ทางเลือกที่ดี

ผู้เขียนเห็นโครงการสารพัดโครงการของรัฐร่วมกับเอกชนในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเอื้ออาทร ไทยเข้มแข็ง และอีกมากมาย การแห่เกิดขึ้นของแนวคิดซีเอสอาร์ รวมไปถึงเรื่องความโปร่งใส (Corporate Governance) ซึ่งมักจะมีการใช้งานอย่างหนักในกลุ่มผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจสูง และฝ่ายรัฐที่เกี่ยวข้อง แต่ 15 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยดีขึ้นหรือเลวลงในแง่โครงสร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ทุกฝ่ายมีคำตอบแก่ใจดี ใครได้อย่างแท้จริงและใครเสีย สิ่งที่เสียหายที่สุดในมุมผู้เขียนไม่ใช่มูลค่าเงินในโครงการ สิ่งที่เสียหายที่สุดคือ “โครงสร้างอันแท้จริงของระบบเศรษฐกิจประเทศ ที่ต้องสร้างผู้เล่นให้แน่นหนาที่สุดในทุกระดับ” ไม่สร้างความบิดเบี้ยว ไม่รู้ว่ามีผู้ประกอบการรายกลาง รายเล็ก รายย่อย ต้องล้มหายตายจากจากระบบเศรษฐกิจ

นโยบายเหล่านี้อาจจะดีในบางมุมทางภาพรวม แต่ทำร้ายผู้ประกอบการอื่นๆ เกือบทั้งประเทศ แบบนี้ทางเลือกในการตัดสินใจคืออะไร?  สิ่งสำคัญที่สุดของทุกฝ่ายวันนี้คือ การต้องมองผ่าน “มายา” เพราะหากมองไม่ผ่าน จะประเทศไทย 8.0 ทุกอย่างก็จะอยู่ที่เดิม หวังอย่างมากให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้กำกับนโยบายมองให้ขาดว่า ประเทศไทย 4.0 ต้องทำเพื่อใคร คนส่วนใหญ่อยู่ตรงไหน หาเขาให้เจอครับ มองผ่านข้อมูล ผ่านตัวเลขต่างๆ หรือกลไกรัฐบ้าง เพื่อให้ได้ทางเลือกที่ไม่มีมายา

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์