
ตั้งกองทุนรวมเอกชน
ลงทุนเมกะโปรเจกต์รัฐ สมคิดสั่งทำแผนเสริมแกร่งสตาร์ทอัพ/ฟินเทค
ลงทุนเมกะโปรเจกต์รัฐ สมคิดสั่งทำแผนเสริมแกร่งสตาร์ทอัพ/ฟินเทค
“สมคิด” ผลักดันการตั้งกองทุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาคเอกชน เสริมการลงทุนภาครัฐ
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายในการประชุมกับผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสภาธุรกิจตลาดทุน เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า ให้ ตลท.และ ก.ล.ต. ร่วมกันผลักดันให้เกิดกองทุนรวมจากภาคเอกชนเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหลายด้านของรัฐบาล เนื่องจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์) ที่กระทรวงการคลังมีเป้าระดมเงิน 1 แสนล้านบาท ยังไม่เพียงพอกับการลงทุนที่จะเกิดขึ้นอีกมาก
นอกจากนี้ ให้ ตลท.และ ก.ล.ต. ร่วมจัดทำแผนแม่บทให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่กำลังผลักดันภาคอุตสาหกรรมไปสู่ประเทศไทย 4.0 โดยการสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่ อาทิไบโอเทค อุตสาหกรรมอากาศยาน หุ่นยนต์อุตสาหกรรมดิจิทัล เข้ามาจดทะเบียนให้มากขึ้น รวมถึงหาแนวทางให้ธุรกิจสตาร์ทอัพ ธุรกิจฟินเทคสามารถเข้าถึงเงินทุนได้ เพื่อให้มีสตาร์ทอัพมากขึ้น จะเปิดเซ็กชั่นใหม่หรือจะใช้เงินกองทุนของตลาดหลักทรัพย์มาใช้พัฒนาสตาร์ทอัพในรูปคราวด์ฟันดิ้ง เวนเจอร์แคปปิตอล เพื่อเป็นเงินเริ่มต้นการทำธุรกิจก็ได้
สำหรับนโยบายถัดมา ตลท.และ ก.ล.ต. จะมีเครื่องมืออะไรทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางตลาดทุนในกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ที่ทำให้นักลงทุนไปลงทุนในตลาดเหล่านี้ได้ รวมถึงให้พัฒนานักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่มีคุณภาพรองรับตลาดที่จะมีขนาดใหญ่ขึ้น
ทั้งนี้ การที่ขณะนี้เศรษฐกิจฟื้นตัวแล้ว มีกองทุนเพื่อระดมทุน และมีโครงการเตรียมจะลงทุนชัดเจน ทั้งโรงไฟฟ้า ถนน รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง รวมถึงโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก เป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่ตลาดหลักทรัพย์จะออกไปโรดโชว์ในตลาดใหญ่ในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ซึ่งสอดคล้องกับกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ที่จะออกมา







