posttoday
125 ปีพระองค์วรรณฯ

125 ปีพระองค์วรรณฯ

01 กันยายน 2559

โดย...ศุภมิตร ปิติพัฒน์

โดย...ศุภมิตร ปิติพัฒน์

วันที่ 25 ส.ค. เป็นวาระคล้ายวันประสูติของ พล.ต.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ซึ่งในปีนี้ครบ 125 ปี กระทรวงการต่างประเทศ จึงจัดงานเฉลิมพระเกียรติขึ้นเป็นพิเศษเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอถือโอกาสนี้ร่วมรำลึกถึงพระเกียรติคุณของพระองค์วรรณฯ อันเกิดจากพระอัจฉริยภาพในด้านการทูตและการเจรจาระหว่างประเทศด้วยอีกทางหนึ่ง

พระนามวรรณไวทยากร เป็นชื่อที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้เมื่อทรงสอบชิงทุนเล่าเรียนหลวงได้ ทรงเล่าว่าแต่แรกนั้นพระบิดา คือ สมเด็จฯ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ทรงกะไว้ว่าจะให้เป็นแพทย์ จึงตั้งชื่อประทานว่า ไวทยากร แต่ภายหลังเมื่อออกไปศึกษาที่ต่างประเทศแล้ว พระบิดาทรงเปลี่ยนพระมติให้มาเรียนวิชาชีพด้านการทูตแทน ในขณะที่ วรรณไวทยากร อันเป็นนามพระราชทานนั้นก็เหมือนเป็นพรที่เปลี่ยนจากการเป็นแพทย์ให้กลายมาเป็น “หมอหนังสือ” ไปในที่สุด

พระองค์วรรณฯ ทรงได้รับการอบรมความรู้ความชำนาญด้านการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศมาแต่สำนักฝรั่งเศส เช่นเดียวกับนักการทูตไทยในเวลาต่อมาอีกหลายคน การฝึกฝนทางการทูตของสำนักฝรั่งเศสในสมัยนั้นให้ความสำคัญแก่ความรอบรู้และแม่นยำชำนาญในกฎหมาย ในหลักการทูต ในระเบียบข้อบังคับการประชุม ในแบบพิธีทางการทูต และการรู้จักที่จะนำหลักเหล่านั้นมาใช้ได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง เหมาะสมแก่สถานการณ์ เมื่อพระองค์วรรณฯ กลับมารับราชการในกระทรวงการต่างประเทศภายหลังสำเร็จการศึกษา ยังทรงได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์ความเชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศจากองค์ปฐมเสนาบดีแห่งกระทรวงนั้น อันเป็นความรู้ที่ทรงเห็นว่าสำคัญยิ่งกว่าที่รู้มาแล้วจากตำรา นั่นคือความรู้อันเกิดจาก “การศึกษาชีวิตที่เป็นจริงของโลก” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรู้จักเรียนรู้คนที่เราต้องเข้าไปติดต่อสัมพันธ์ด้วย เพื่อที่จะเข้าถึง “ชีวิตจิตใจ” ของพวกเขา

ความสำเร็จของพระองค์วรรณฯ ในฐานะนักการทูตตั้งมาตรฐานอันสูงสำหรับผู้จะเข้ามารับผิดชอบด้านการต่างประเทศของไทย ว่าต้องประกอบพร้อมด้วยความชำนาญในทางการทูต การเจรจา และกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งมีความแนบเนียนรู้จักเลือกวิธีดำเนินการด้วยความมากน้อยหนักเบาได้อย่างเหมาะสมกับกาละและเทศะ โดยยึดถือการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ในสงครามมหาเอเชียบูรพา ปัญหาหนึ่งที่ไทยต้องเจรจากับญี่ปุ่นเป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐสงคราม นั่นคือการทำข้อตกลงเรื่องเงินสำหรับใช้จ่ายในการเดินทัพและทำสงครามระหว่างที่ญี่ปุ่นตั้งกองกำลังอยู่ในประเทศไทย และการซื้อทองคำ พระองค์วรรณฯ ทรงเสนอให้รัฐบาลแยกการเจรจาและทำความตกลงทางการทหารเรื่องเงินสำหรับการใช้จ่ายของกองทัพญี่ปุ่น ออกจากการทำความตกลงเรื่องซื้อทองคำ ตอนเจรจาจะเจรจาคู่ขนานกันไปก็ได้ แต่ทรงแนะว่าต้องทำความตกลงเป็นต่างหากจากกัน

คำแนะนำที่มาจากความรู้อันลึกซึ้งทางการทูตดังกล่าวเป็นคุณแก่ประเทศในเวลาต่อมา เพราะเมื่อสงครามเลิก ไทยต้องเจรจากับสหรัฐ และฝ่ายสัมพันธมิตรในเรื่องทองคำของไทยที่อยู่ในธนาคารชาติญี่ปุ่น ว่าไทยได้ทองคำนั้นมาจากการช่วยญี่ปุ่นทำสงครามหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ทองคำทั้งหมดจะต้องถูกริบ แต่เพราะเหตุที่การทำความตกลงเรื่องซื้อทองคำได้ทำแยกจากเรื่องเงินค่าใช้จ่ายในการทำสงครามจึงทำให้ไทยมีช่องที่จะแสดงหลักฐานให้เห็นว่าสองเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน

การทูตไทยของท่านแต่ก่อนที่ได้รับการยกย่องอย่างมากนั้น มิใช่ที่ได้มาเพราะโชคช่วย หรือเป็นเพียงคำเยินยอที่ไร้ความหมาย แต่เป็นเพราะท่านแต่ก่อนที่เป็นผู้กุมบังเหียนการต่างประเทศของไทย เป็นผู้รู้จักเงื่อนแง่และนัยทางกฎหมายระหว่างประเทศของข้อตกลงที่ต้องทำภายใต้สถานการณ์บีบรัด มองเห็นปัญหาที่อาจจะตามมาจากข้อตกลงแบบนั้น มีความแนบเนียนในการหาทางป้องกันผลเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ในเวลาต่อมา รู้จักใช้ “คารมกฎหมาย” พาสถานะของประเทศออกจากจุดอับและรู้เลือกใช้คนให้ถูกกับงาน

เมื่อศึกษาผลงานด้านการต่างประเทศโดยตลอดแล้ว ข้าพเจ้าสรุปได้ข้อหนึ่งว่า งานการทูตและงานการเจรจาระหว่างประเทศนั้นไม่ใช่นึกจะส่งใครมาทำ นึกอยากจะส่งใครมาเป็น แล้วจะมาทำจะมาเป็นได้ดีโดยไม่ผ่านการฝึกฝนอบรมมาอย่างถูกต้อง คนที่คิดว่างานเจรจาคือเพียงการพูดสัมโมทนียกถาไปตามแต่ใจที่ตัวคิดนั้นกลายเป็นตัวตลกให้เห็นมานักต่อนักแล้ว นั่นไม่เท่าไร แต่เป็นตัวตลกแล้วยังพาให้ผลประโยชน์ของประเทศได้รับผลกระทบไปด้วยนี่ก็เป็นเรื่องชวนให้เศร้าใจ มากกว่าที่ใครจะเห็นขัน การหวนกลับไปดูอดีตว่าเขารักษาผลประโยชน์ของบ้านเมืองมาอย่างไร จึงไม่ใช่เพื่อฟูมฟายโหยหา แต่เพื่อใช้อดีตเป็นไฟส่องทาง เพื่อที่อนาคตจะได้ไม่ดุ่มไปในความมืดมิด

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69