posttoday
สู่ทำเนียบขาว

สู่ทำเนียบขาว

01 กันยายน 2559

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐกำลังเป็นไปอย่างเข้มข้นทั้งหน้าฉากและหลังฉาก หน้าฉากก็คือหากจัดการเลือกตั้งขึ้นในวันที่ 25 ส.ค. หรือเมื่อวานนี้ ฮิลลารี คลินตัน จะมีโอกาสเอาชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ ไปอย่างขาดลอยที่ 95% และชนะไปด้วยจำนวนอิเล็กทอรัลโหวต 268 ต่อ 179 เสียง จากการวิเคราะห์สถิติที่รวบรวมจากโพลหลายสำนัก โดยฮิลลารีจะเฉือนชนะทรัมป์ราว 6% ของ 19 รัฐสวิงสเตท ที่ยังไม่มีแนวโน้มชี้ขาดได้ว่าใครจะชนะ

หน้าฉากเช่นนี้นับเป็นเรื่องที่ไม่ได้เหนือความคาดหมายอะไรนัก ฮิลลารีรับบทหญิงเก่งและแกร่ง เป็นถึงอดีต รมว.ต่างประเทศและสุภาพสตรีหมายเลข 1 ที่เหมาะกับทำเนียบขาวมากที่สุดเมื่อเทียบกับทรัมป์ ในบทเศรษฐีปากกล้าที่บ้าดีเดือดเกินไป พูดอะไรไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย วันนี้พูดอย่าง วันหน้าอาจพูดไปอีกอย่าง แล้วแต่ว่าฟีดแบ็กของสาธารณชนจะตอบรับอย่างไร

แต่เรื่องหลังฉากนั้นน่าสนใจกว่ากันมาก และสะท้อนให้เห็นว่าก้าวย่างสู่ผู้นำประเทศมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลกนั้น เป็นเส้นทางประชาธิปไตยที่ไม่ได้ไร้เดียงสาเท่าไรนัก

ในบรรดาผู้บริจาคจากหลายภาคส่วนนั้น พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมอาวุธยุทโธปกรณ์บริจาคให้ทรัมป์เพียง 5.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับฮิลลารีที่ 2.73 แสนเหรียญสหรัฐ หรือน้อยกว่าถึงราว 5 เท่า ทั้งที่อุตสาหกรรมอาวุธเคยเป็นผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันมาโดยตลอด

เว็บไซต์ข่าวโพลิติโค รายงานว่า บริษัทบิ๊กๆ ในอุตสาหกรรมเหล่านี้หันมาเลือกข้างหนุนฮิลลารี เพราะมั่นใจในจุดยืนนโยบายต่างประเทศของฮิลลารีได้มากกว่าทรัมป์ที่เป็นทั้งมือใหม่ แถมยังเคยวิพากษ์วิจารณ์บรรดาชาติพันธมิตรของสหรัฐในเอเชีย-แปซิฟิก และยังร่ำๆ ว่าจะเปลี่ยนนโยบายในองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้)

จุดนี้ทำให้เราตีความได้หรือไม่ว่า หากฮิลลารีขึ้นเป็นประธานาธิบดีแล้ว จะการันตีได้ว่าโลกจะยังคงวุ่นวายกับสงครามจริงและสงครามเย็นต่อไป โดยที่อุตสาหกรรมอาวุธในสหรัฐจะยังคงส่งออกได้เป็นเบอร์ 1 ของโลก เหมือนตลอดช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ไล่เลี่ยกันไม่นาน ก็มีรายงานเปิดเผยออกมาว่า ในบรรดาอีเมลลับของฮิลลารีระหว่างที่เป็น รมว.ต่างประเทศนั้น บ่งชี้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างผู้บริจาคเข้ามูลนิธิคลินตัน ซึ่งเป็นมูลนิธิส่วนตัวของ
ฮิลลารีและครอบครัว กับฮิลลารีในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งแม้จะไม่มีหลักฐานอะไรที่บ่งชี้ถึงความผิด แต่สื่อขั้วตรงข้ามกับฮิลลารีหรือแม้แต่เอพีเองได้สะท้อนให้เห็นถึงความ “ไม่เหมาะสม” ที่บ่งชี้ถึงการใช้ตำแหน่งอันทรงอิทธิพลกับการหาเงินเข้ามูลนิธิตัวเอง

เมื่อลงลึกในรายละเอียดยังพบว่าผู้บริจาครายใหญ่บางคน เช่น มกุฎราชกุมารของบาห์เรน ได้บริจาคเงินเwข้ามูลนิธิถึงกว่า 32 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายหลังจากที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐเพิ่มการขายอาวุธให้บาห์เรน ซึ่งตลอดช่วงการดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศนั้น คลินตันเพิ่มโควตาการขายอาวุธให้บาห์เรน จาก 219 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2006-2008 ขึ้นเป็น 630 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้จะมีรายงานว่าบาห์เรนใช้กำลังเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในช่วงอาหรับสปริง ปี 2011 ก็ตาม

โดนัลด์ ทรัมป์ อาจนำความวุ่นวายมาสู่โลกจากความไร้จุดยืนและนโยบายที่ไร้ความชัดเจน แต่ฮิลลารีก็อาจจะไม่ได้ดีกว่ากันไปเท่าไรนัก หากมองจากมุมมองนอกสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท