posttoday
อุตสาหกรรมเร่งปรับทัพ รับไอทีเปลี่ยนโลก

อุตสาหกรรมเร่งปรับทัพ รับไอทีเปลี่ยนโลก

01 กันยายน 2559

โดย...นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

โดย...นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

ความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี การเงิน หรือยานยนต์ ต้องเร่งปรับตัวเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นความอยู่รอดขององค์กรหรือของประเทศผู้ส่งออกในระยะยาว แต่ยังเป็นความอยู่รอดของแรงงานในยุคที่ต้องปรับทักษะฝีมือในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนั้น ข่าวล่าสุดที่บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ อิงค์ วางแผนลดพนักงาน 5,500 คน เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรที่เดิมเน้นการผลิตฮาร์ดแวร์ หันไปมุ่งการผลิตซอฟต์แวร์แทนนั้น ถือเป็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของภาคไอทีในสหรัฐว่า เทคโนโลยีใหม่ๆ กำลังมาแทนที่หน่วยธุรกิจดั้งเดิม

ก่อนหน้านี้ รายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทไอทีหลายแห่งมาจากการจำหน่ายฮาร์ดแวร์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ชิป เราเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ทว่าการเข้ามามีบทบาทมากขึ้นของแอพพลิเคชั่น บนสมาร์ทโฟนและระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ทำให้ฮาร์ดแวร์ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีรุ่นเก่า ค่อยๆ ลดความสำคัญลง     

นอกจากนี้ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยียังส่งผลกระทบต่อการทำงานของบุคลากรในแวดวงไอทีด้วยเช่นกัน

ทริป ชอว์ทราย นักวิเคราะห์ของหน่วยวิจัย โกลบอล อิควิตี้ แสดงความเห็นว่า อุตสาหกรรมไอทีกำลังเข้าสู่การปรับโครงสร้างบริษัทครั้งยิ่งใหญ่และรุนแรง โดยบริษัทไอทีจะมีแนวโน้ม
ปรับลดพนักงานลงอีก เนื่องจากบริษัทจำนวนมากขึ้นหันไปใช้บริการคลาวด์ ที่ช่วยบริหารจัดการฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เครือข่ายระบบ รวมถึงฐานข้อมูลได้ ทำให้บริษัทดังกล่าวไม่จำเป็นต้องว่าจ้างพนักงานเพื่อดูแลงานในส่วนดังกล่าว

เว็บไซต์อีโคโนมิกส์ อินเดียไทมส์รายงานว่า บริษัทไอทีในสหรัฐลดตำแหน่งงานลงไปแล้วถึงกว่า 6.3 หมื่นอัตราภายในปีนี้ โดยบริษัทไอบีเอ็ม ฮิวเลตต์- แพคการ์ด และเดล ซึ่งเป็นบริษัท
ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใหญ่ ก็มีแนวโน้มปรับลดพนักงานเป็นรายต่อไป   

ก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์ เอชพี และอินเทล ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีก็ได้ปรับลดพนักงานไปแล้ว หลังเผชิญกับการชะลอตัวของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (พีซี) โดยไมโครซอฟท์ปลดพนักงาน 1.8 หมื่นอัตรา สูงสุดในประวัติศาสตร์วงการเทคโนโลยี เมื่อเดือน ก.ค. 2014 &O5532;

สำหรับอาชีพที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ วิศวกรฮาร์ดแวร์ ซึ่งจะต้องปรับตัวและพัฒนาทักษะมากยิ่งขึ้น เนื่องจากความนิยมในฮาร์ดแวร์ปรับตัวลดลง

นอกเหนือจากการเปลี่ยนทิศทางสู่การมุ่งเน้นผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์มากขึ้นแล้ว การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) กลายเป็นธุรกิจที่เริ่มมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ และคาดว่าจะขยายตัวต่อไปในอนาคต โดยล่าสุด บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังอย่างไมโครซอฟท์ประกาศซื้อบริษัทสตาร์ทอัพ จีนีซึ่งพัฒนาระบบการจัดการตารางเวลาอัจฉริยะด้วยการใช้เทคโนโลยีเอไอ โดยมีรายงานว่าไมโครซอฟท์ต้องการนำระบบของบริษัท จีนี ไปผสมผสานกับระบบออฟฟิศ 365 ของบริษัท เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับบริษัทไอทีรายใหญ่อย่างกูเกิลและแอปเปิ้ล

ด้านอุตสาหกรรมการเงินทั่วโลกต่างก็มุ่งหน้าสู่การผสมผสานกับเทคโนโลยีไอที ภาคเอกชนรุกเข้ามากินส่วนแบ่งในภาคเทคโนโลยีการเงิน (ฟินเทค) ลดการผูกขาดของภาคธนาคาร ส่งผลให้ธนาคารต้องเร่งปรับตัวรับการแข่งขัน ซึ่งการปรับตัวเบื้องต้นที่เห็นได้ชัดก็คือ การลดจำนวนสาขาและพนักงาน มุ่งหน้าสู่อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งบนแพลตฟอร์มต่างๆ

รอยเตอร์สรายงานว่า ธนาคารในสหรัฐหลายแห่งปรับลดจำนวนสาขาลง ทำให้ตัวเลขสาขาของธนาคารทั่วประเทศอยู่ที่ 9.3 หมื่นแห่งในปีที่แล้ว หรือต่ำสุดในรอบ 10 ปี เช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์หลายแห่งในออสเตรเลียที่ลดจำนวนสาขาลงอยู่ที่ 315 แห่งในปีนี้

ทว่าในอีกด้านหนึ่งก็เป็นโอกาสที่หลายประเทศจะได้เปิดพื้นที่ให้อุตสาหกรรมใหม่ขึ้นมา ทดแทนอุตสาหกรรมการเงินดั้งเดิมที่มีขีดจำกัด และยังสามารถส่งออกอุตสาหกรรมใหม่นี้ไปยังต่างประเทศ เช่น อังกฤษ ที่พยายามตั้งศูนย์ฟินเทคทั้งในสิงคโปร์ ฮ่องกง และจีน พร้อมขนทีมนักธุรกิจไปขายของระหว่างที่อดีตนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน เดินทางเยือนหลายประเทศก่อนหน้านี้ ขณะที่คณะกรรมการกำกับดูแลด้านตลาดและการแข่งขัน (ซีเอ็มเอ) ได้เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า การมุ่งหน้าสู่ฟินเทคจะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของอังกฤษ ซึ่งแม้แต่ภาคธนาคารที่ถูกกระทบโดยตรงจากการแข่งขัน ก็ยังได้อานิสงส์จากการปล่อยกู้ในอุตสาหกรรมฟินเทคของภาคเอกชนที่กำลังขยายตัวไปด้วย

เทคโนโลยีอีกอย่างที่คาดว่าจะมีบทบาทมากขึ้นคือ “บล็อกเชน” ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้ในการซื้อขายบิตคอยน์ โดยบล็อกเชนคือระบบการจัดการและเก็บสถิติการทำธุรกรรมออนไลน์ มีลักษณะเป็นเครือข่ายใยแมงมุม ซึ่งผู้ใช้สามารถตรวจสอบการทำธุรกรรมทั้งหมดภายในบล็อกเชนได้เอง ไม่จำเป็นต้องใช้สถาบันการเงินเป็นตัวกลางอีก

ทั้งนี้ บลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารยูบีเอส ดอยช์แบงก์ ซานตันเดร์ และแบงก์ออฟนิวยอร์กเมลลอน ได้จับมือกันพัฒนาระบบการชำระบัญชีโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เนื่องจากการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินภายในบล็อกเชนสามารถดำเนินการได้ง่าย รวดเร็ว และโปร่งใสกว่า ซึ่งอาจปูทางสู่แนวทางในการสร้างรายได้ใหม่ๆ ให้ธนาคารในอนาคต ขณะที่ก่อนหน้านี้ 4 บริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีรายใหญ่ของโลก ก็มีการพิจารณาจัดตั้งกลุ่มบริษัทบัญชีที่ดูแลและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ในด้านการตรวจสอบบัญชีเช่นกัน

อีกภาคส่วนที่เร่งปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคก็คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งบริษัทรถยนต์รายใหญ่ต่างมุ่งสู่การพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ที่เริ่มต้นเมื่อราว 5 ปีก่อน

ท่ามกลางสังคมที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้สูงอายุที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น สภาพการจราจรแออัดภายในเมือง หรือแม้กระทั่งชีวิตอันเร่งรีบ ซึ่งบีบให้คนต้องสามารถทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน รถยนต์ไร้คนขับซึ่งเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ที่สามารถเปลี่ยนเส้นทางได้ตามต้องการ ให้คำแนะนำในการขับรถ หรือแม้กระทั่งอาจเช็กอีเมลงานได้ไปพร้อมกันนั้น จึงน่าจะตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ และเป็นตัวขับเคลื่อนการขยายตัวให้บริษัทผู้ผลิตรถทั่วโลก

ล่าสุด บริษัทผู้ผลิตรถรายใหญ่อย่างโตโยต้าประกาศทุ่มงบลงทุน 22 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 761 ล้านบาท) เป็นเวลา 4 ปี เพื่อพัฒนาระบบการขับเคลื่อนโดยใช้เอไอ ร่วมกับมหาวิทยาลัยมิชิแกน ขณะที่นิสสัน บริษัทผู้ผลิตรถรายใหญ่ของญี่ปุ่นอีกรายประกาศพัฒนาระบบ “โพรไพลอต” ซึ่งเป็นระบบการขับขี่อัตโนมัติ โดยคาดว่าว่าจะระบบดังกล่าวจะมีการนำมาใช้งานภายในปี 2020

ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ ยังส่งผลให้ซัพพลายเออร์รายย่อยต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดโดยควบรวมกิจการกับบริษัทขนาดใหญ่กว่าอื่นๆ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและทักษะการผลิต โดยบลูมเบิร์ก รายงานอุตสาหกรรมรถยนต์ไร้คนขับ ส่งผลให้ยอดควบรวมกิจการของอุตสาหกรรมดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้นในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 7.44 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.6 ล้านล้านบาท) สูงกว่าค่าเฉลี่ยต่อปีในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาที่ 1.77 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.1 แสนล้านบาท) โดยมีการควบรวมกิจการเกิดขึ้นทั้งหมดถึง 11 ครั้งในปี 2016 นี้

หากกล่าวโดยสรุปแล้ว ทั้ง 3 ภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ซึ่งขยับตัวนำความก้าวหน้าของเทคโนโลยีมาปรับใช้ เพื่อปูทางสร้างผลกำไรของบริษัทต่อไป โดยในอนาคตคาดว่าคงเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในภาคอุตสาหกรรมอื่นด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท