
ขอสัมปทานไฮสปีด50ปี
เอกชนขอยืดเวลาสัมปทานเส้นกรุงเทพฯ-ระยอง เป็น 50 ปี “บิ๊กตู่” สั่งหาแหล่งทุน
เอกชนขอยืดเวลาสัมปทานเส้นกรุงเทพฯ-ระยอง เป็น 50 ปี “บิ๊กตู่” สั่งหาแหล่งทุน
นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้รายงานต่อที่ประชุมโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เมื่อวันที่ 31 ส.ค.
ที่ผ่านมา ว่า เอกชนได้ขอยืดอายุสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเส้นกรุงเทพฯ-ระยอง เป็น 50 ปี เนื่องจากโครงการนี้มีมูลค่า 1.5 แสนล้านบาท หากสัมปทานแค่ 30 ปี ต้นทุนจะสูงและเสี่ยงจะขาดทุน
ทั้งนี้ คณะทำงานชุดนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะไปพิจารณาถึงความเป็นไปได้ นอกจากนี้เอกชนยังขอปรับพื้นที่การพัฒนาเชิงพาณิชย์รอบสถานีให้กว้างขึ้นเป็นประมาณ 1,000 ไร่ขึ้นไปต่อสถานี
ซึ่งหากต้องปรับเส้นทางให้ได้พื้นที่ใหญ่ขึ้นก็อาจมีต้นทุนจากการเวนคืนที่ดินเพิ่มขึ้น และระยะเวลาการก่อสร้างอาจยืดออกไปจากเดิมที่จะแล้วเสร็จในปี 2563
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ประชุมยังสั่งให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นำรายละเอียดโครงการไปอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 เพื่อให้การลงทุนเกิดความต่อเนื่อง
หลังจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะตั้งคณะทำงานเร่งรัดการลงทุนในโครงการเพื่อติดตามงาน หาแหล่งทุน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ รวมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการเตรียมรายละเอียดเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามลำดับความสำคัญด้วย
นอกจากนี้ ให้กระทรวงการคลังไปประเมินวงเงินลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูง 4 สาย ได้แก่ สายกรุงเทพฯ-ระยอง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-หัวหิน และกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ว่าต้องใช้งบทั้งหมดเท่าไหร่ และให้พิจารณาถึงแหล่งทุนด้วย รวมถึงให้ สนข.จัดทำข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินผลตอบแทนทางการเงินในการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีเป็นเชิงพาณิชย์เพื่อจัดทำร่างประกาศขอบเขตของงาน (ทีโออาร์)
อนึ่ง ช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ระบุว่า กลุ่มซีพีสนใจจะลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-ระยอง แต่อาจจะขาดทุน เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูง







