
ชูแผนพัฒนาพื้นที่ตะวันออก
ภาคเอกชน โดย กลินท์ สารสิน รองประธานหอการค้าไทย รายงานความคืบหน้าแผนงานโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีซีซี) ที่ก่อนหน้านี้ได้เคยเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คาดหวังว่าแผนงานดังกล่าวจะเป็นจุดเปลี่ยนในการรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ดที่มีการลงทุนเดิมอยู่แล้ว และรองรับการลงทุนใหม่
ภาคเอกชน โดย กลินท์ สารสิน รองประธานหอการค้าไทย รายงานความคืบหน้าแผนงานโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีซีซี) ที่ก่อนหน้านี้ได้เคยเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คาดหวังว่าแผนงานดังกล่าวจะเป็นจุดเปลี่ยนในการรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ดที่มีการลงทุนเดิมอยู่แล้ว และรองรับการลงทุนใหม่
กลินท์ ระบุว่า เมื่ออีซีซีเกิด ก็จะกลายเป็นแหล่งดึงดูดการลงทุนใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศของไทย โดยการพัฒนาในระยะแรกจะมีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสนามบินอู่ตะเภา การขยายท่าเรือจุกเสม็ดเพิ่ม โดยวางไว้ว่าท่าเรือดังกล่าวจะมีเรือเฟอร์รี่ข้ามไปยังฝั่งหัวหิน บริเวณปากน้ำปราณ และกลับมายังบางปู
นอกจากนี้ จะมีการลงทุนขยายเส้นทางคมนาคมทางบก คือ เส้นทางมอเตอร์เวย์จากกรุงเทพฯ-ชลบุรี-ศรีราชา และระบบรางที่เชื่อมกับโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ในภาคตะวันออก (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พัทยา และระนอง) กลายเป็นเมืองใหม่
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชน เห็นว่า แผนงานการพัฒนาเพื่อรองรับการท่องเที่ยวในพื้นที่ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ควรจะมีการจัดโซนนิ่งพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ภาคอุตสาหกรรมไหลทะลักเข้ามากินพื้นที่หมด โดยจะกำหนดพื้นที่ตั้งแต่บางแสนต่อเนื่องมาจนถึงบางเสร่ (ยกเว้นแหลมฉบังที่เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม) โดยจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายต่างๆ เพื่อจัดโซนนิ่งสำหรับการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์ของประเทศ รวมทั้งเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพื่อให้เป็นแลนด์มาร์คของพัทยา โดยอาจจะต้องเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาด้วย
นอกจากนี้ รัฐบาลควรจะลงทุนทำส่วนต่อขยายมอเตอร์เวย์จากบูรพาวิถีให้ถึงสนามบินอู่ตะเภา ที่มีระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร โดยเรื่องนี้ได้ถูกบรรจุไว้ในแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวของกระทรวงคมนาคมแล้ว
กลินท์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ภาคเอกชนยังมีแผนลงทุนพัฒนารถไฟรางเบาที่วิ่ง-ภายในพัทยา ผ่านถนนเลียบชายฝั่ง (ระยะ 2 จากอ่าวไข่-อู่ตะเภา) ด้วย โดยโครงการดังกล่าวอาจจะต้องเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนกับภาครัฐในลักษณะพีพีพีเช่นกัน คาดว่าจะใช้งบประมาณในการลงทุนประมาณ 8,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี การลงทุนในอุตสาห กรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกนั้น จะได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 15 ปี จากเดิมให้ 8 ปี และมีกองทุนในการลงทุนที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่ที่มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรม
ด้าน อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวเพิ่มเติมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ว่า หลังจากโครงการรถไฟระหว่างเมืองในเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จะเปิดเป็นทางการในเดือน ต.ค.นี้แล้ว จะต่อด้วยเส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี และกรุงเทพฯ-นครราชสีมา
ทั้งนี้ รถไฟระหว่างเมือง มี 2 ระบบ คือ ระบบปัจจุบันที่จะต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรให้มีความเร็วขึ้น ขณะนี้ได้ทำการเปลี่ยนไม้หมอนและตัวรางใหม่แล้ว 90% การแก้ปัญหาจุดตัดรถไฟที่มีกว่า 1,000 จุด ที่อยู่ระหว่างหาทางแก้อยู่ และการจัดหารถขบวนใหม่ที่จะให้บริการเฉพาะแบบพาณิชย์ เพื่อสร้างรายได้ให้การรถไฟ เบื้องต้นได้จัดหามาแล้ว 115 คัน และรับมอบแล้ว 39 คัน และในปี 2560 จะยกระดับจากการใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงเป็นไฟฟ้าแทน ทำให้วิ่งเชื่อมเข้าไปยังประเทศมาเลเซียได้
สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ ในปีนี้กำลังก่อสร้างที่จิระ-ขอนแก่น เพื่อเร่งให้ปี 2560 สามารถเปิดบริการได้ 2-3 สถานีก่อน ส่วนมาบกะเบา-แก่งคอย กำลังก่อสร้าง สำหรับเส้นประจวบฯ-ชุมพร อยู่ระหว่างประกวดราคา
นอกจากนี้ ยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูง ที่เชื่อมเมืองหลักในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน 1.เส้นไทย-จีน จากคุนหมิง ถึงลาว (เวียงจันทน์) ข้ามฝั่งมาไทยที่ จ.หนองคาย ที่แบ่งออกเป็น 4 ตอน โดยเร่งทำระยะแรกสั้นที่สุดก่อน 3.5 กม. 2.เส้นไทย-ญี่ปุ่น (กรุงเทพฯ-เชียงใหม่) ยังไม่คืบหน้านัก เพราะการศึกษาพบว่ากว่าจะคืนทุนต้องใช้เวลานาน จึงต้องมีการพัฒนาพื้นที่ 2 ข้างทางด้วย โดยญี่ปุ่นจะส่งแบบรายละเอียดให้ภายในปี 2560







