
เตือน4จังหวัดคุมซิกา
สธ.รับภูมิภาคอาเซียนยังมีเชื้อไวรัสซิกา เตือน 4 จังหวัดเหนือ อีสาน คุมเข้มไม่ให้เชื้อระบาด
สธ.รับภูมิภาคอาเซียนยังมีเชื้อไวรัสซิกา เตือน 4 จังหวัดเหนือ อีสาน คุมเข้มไม่ให้เชื้อระบาด
นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกาประปรายใน จ.เชียงใหม่ จันทบุรี เพชรบูรณ์ และบึงกาฬ ดังนั้น สธ.ได้ขอความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้สั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัดประจำ 4 จังหวัด ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เพื่อขอความร่วมมือบุคลากรสาธารณสุขในการควบคุมป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสซิกา โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ที่อยู่ในข่ายต้องระมัดระวัง โดยขอให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาขึ้นในระดับอำเภอ
นพ.โสภณ กล่าวว่า ปัจจุบันพบผู้ป่วยที่สิงคโปร์หลายรายรวมถึงในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งสะท้อนว่าในภูมิภาคนี้ยังมีเชื้อไวรัสซิกา จึงต้องเข้มงวดในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย ทำลายแหล่งเพาะพันธ์ุ และป้องกันไม่ให้ยุงกัด
สำหรับสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-22 ส.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานว่า พบผู้ป่วยแล้ว 3,124 ราย เสียชีวิต 6 ราย มากที่สุด คือ จ.สงขลา 1,196 ราย เสียชีวิต 2 ราย รองลงมาคือ จ.นราธิวาส 537 ราย เสียชีวิต 1 ราย จ.ปัตตานี 388 ราย จ.ตรัง 345 ราย เสียชีวิต 1 ราย จ.พัทลุง 321 ราย จ.ยะลา 182 ราย เสียชีวิต 1 ราย และ จ.สตูล 155 เสียชีวิต 1 ราย
นพ.สุวิช ธรรมปาโล ผู้อำนวยการ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จ.สงขลา กล่าวว่า สาเหตุไข้เลือดออกระบาดช่วงนี้ เนื่องจากภาคใต้กำลังเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้เกิดแอ่งน้ำขังบริเวณนอกบ้าน กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายได้ดี
ด้าน นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สธ.ได้ประสานไปยังศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหภาพยุโรป (ECDC) และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อสอบถามถึงกรณี ECDC ระบุว่า ไทยมีสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสซิกาในระดับสีแดง พบผู้ป่วยมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ทั้งนี้ อยากขอให้ทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่ไทยมีจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการสะท้อนว่ามาตรการเฝ้าระวัง การวินิจฉัยโรคของไทยนั้นได้รับการยอมรับจากนานาชาติ







