
รถไฟฟ้าสะดุด
แนวโน้มใหญ่ระดับโลกหรือเมกะเทรนด์ ที่มาแรงช่วงนี้ คือแรงกระเพื่อมจากนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลถึงรถเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ปัจจุบันใช้เชื้อเพลิงเป็นน้ำมันหรือก๊าซอย่างมาก ซึ่งเมกะเทรนด์โลกดังกล่าว นับว่าสอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศไทยที่วางยุทธศาสตร์จะเติบโตด้วยนิวเอสเคิร์ฟ 10 อุตสาหกรรม โดยหนึ่งในนั้นคืออุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีนวัตกรรม
แนวโน้มใหญ่ระดับโลกหรือเมกะเทรนด์ ที่มาแรงช่วงนี้ คือแรงกระเพื่อมจากนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลถึงรถเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ปัจจุบันใช้เชื้อเพลิงเป็นน้ำมันหรือก๊าซอย่างมาก ซึ่งเมกะเทรนด์โลกดังกล่าว นับว่าสอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศไทยที่วางยุทธศาสตร์จะเติบโตด้วยนิวเอสเคิร์ฟ 10 อุตสาหกรรม โดยหนึ่งในนั้นคืออุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีนวัตกรรม
อย่างไรก็ตามด้วยปัจจัยต่างๆ ที่อาจยังไม่ลงตัว เช่นเทคโนโลยีที่พัฒนายังไม่เสถียร โดยเฉพาะแบตเตอรี่รถยนต์ อาจต้องรอผู้ใช้ปรับพฤติกรรม รวมทั้งนโยบายการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลเองที่ยังไม่ชัด นอกจากนี้ประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีแต่เป็นผู้ซื้อเทคโนโลยี จึงทำให้การผลักดันยุทธศาสตร์รถยนต์ไฟฟ้าให้ไทยยังเป็นฐานผลิตส่งออก คงต้องมีแผนงานการเปลี่ยนผ่านให้ราบรื่นมากกว่านี้ รวมทั้งสมดุลได้ประโยชน์ทั้งประชาชนผู้ใช้ นักลงทุน และเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนตัวใหม่ที่มาพลิกโฉมการส่งออกของไทย ให้มาเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักได้อีกครั้ง
ทั้งนี้ ตามแผนส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของไทย ที่แบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะแรกปี 2559-2560 เป็นการเตรียมพร้อมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เช่น การสนับสนุนด้านภาษี สาธารณูปโภครองรับ การปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ซึ่งจะนำร่องจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้า 2,000 คันเข้ามาให้บริการ มีการติดตั้งสถานีชาร์จไฟรถไฟฟ้า 100 แห่ง กำหนดค่าบริการชั่วคราวค่าไฟฟ้าชาร์จกลางคืนหน่วยละ 2.60 บาท กลางวันหน่วยละ 6 บาท มีการประชุมตกลงมาตรฐานสถานีชาร์จไฟฟ้า
ระยะที่สองปี 2561-2563 จะขยายการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มรถโดยสารสาธารณะให้มากขึ้น พร้อมทั้งจะเตรียมความพร้อมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล และระยะสามปี 2564-2579 จะขยายผลไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล
บนโรดแมปการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยดังกล่าว นับเป็นปฏิบัติการเชิงรุกที่รัฐบาลเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงไปสู่นิวเอสเคิร์ฟที่น่าสนใจ หลังจากที่ผ่านมา ปัญหาการส่งออกของประเทศไทย นอกจากผลกระทบมาจากเศรษฐกิจโลกที่ยังเติบโตไม่มาก ทำให้การบริโภคไม่โตพอที่จะต้องการสินค้าส่งออกแล้ว อีกปัญหาใหญ่คือความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ที่ส่วนหนึ่งมาจากการยังส่งออกสินค้าเดิมๆ เช่น ยังส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ในขณะที่โลกหันไปใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่มากกว่าคอมพิวเตอร์ที่ต้องการใช้ชิปมากกว่าใช้ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์
การปรับไปหาอุตสาหกรรมใหม่รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ของโลกจึงนับเป็นเรื่องที่มียุทธศาสตร์ แต่ปัญหาที่ยังสะดุดของยุทธศาสตร์นี้ คือการเปลี่ยนผ่าน ที่ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ ยังอยากจะให้รัฐบาลเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นขั้นตอนไม่เร่งรีบเกินไป โดยเปลี่ยนจากรถยนต์สันดาปภายใน ไปเป็นรถยนต์ไฮบริด-ปลั๊กอิน ที่รถใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า หลังจากที่แบตเตอรี่รถยนต์พัฒนาเทคโนโลยีให้มีราคาต่ำ สามารถชาร์จได้เร็วและใช้งานได้นานแล้ว ถึงเวลานั้นจึงเร่งลงทุนแบบเต็มตัว อีกทั้งยังมีรายละเอียดที่ต้องกำหนดทิศทางผลิตส่งออก เช่น ต้องวิเคราะห์ตลาดให้ออกว่า ควรเน้นรถพวงมาลัยซ้ายหรือขวา เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอยากให้รัฐ จับจังหวะรถยนต์ไฟฟ้าให้ดีก่อนลุย







