posttoday
ค่าบริการ 4จี ที่ถูกควบคุม

ค่าบริการ 4จี ที่ถูกควบคุม

30 สิงหาคม 2559

โดย...รุจิระ บุนนาค [email protected]

โดย...รุจิระ บุนนาค [email protected]

เมื่อช่วงเดือน ก.ค. 2559  สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์  และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดประชุมหารือกลุ่มย่อยหรือโฟกัสกรุ๊ป  (Focus Group) รับฟังความคิดเห็นเรื่อง แนวทางการกำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนเคลื่อนความถี่ย่าน 2.1 GHz คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz

คลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz เป็นคลื่นสำหรับใช้โทรศัพท์มือถือ 3จี ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz เป็นคลื่นสำหรับใช้โทรศัพท์มือถือ 4จี

การกำหนดอัตราค่าบริการมีที่มาจากกลุ่มผู้บริโภคที่มีความกังวลใจ ว่าอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ 4จี จะต้องมีราคาถูกกว่าอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ 3จี จึงเป็นเหตุให้ กสทช.กำหนดให้ผู้เข้าประมูลคลื่นสำหรับโทรศัพท์มือถือ  4จี บนคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz และ 1800 MHz นั้นจะต้องถูกกว่าโทรศัพท์มือถือ 3จี ประมาณร้อยละ 15 

กสทช.จึงได้กำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ 4จี บนคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และ 900 MHz ดังนี้

1) ค่าบริการเสียง (Voice) ต้องต่ำกว่า 0.69 บาท/นาที 2) อัตราค่าบริการข้อมูล (Data) ต้องต่ำกว่า 0.26 บาท/1 เมกะไบต์ ( MB)  3) ข้อความสั้น (SMS) ต้องต่ำกว่า 1.15 บาท/ข้อความ  4)  ข้อความมัลติมีเดีย (MMS)  ต้องต่ำกว่า 3.11 บาท/ข้อความ

อัตราค่าบริการนี้จะใช้บังคับทั้งในแผนการใช้งานหรือโปรโมชั่น (Promotion) ค่าบริการส่วนเกินโปรโมชั่น รวมถึงโปรโมชั่นเสริมทั้งนี้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (Operator) จะต้องระบุคลื่นความถี่ที่ให้บริการให้ผู้บริโภคได้ทราบและต้องเรียกเก็บค่าบริการตามการใช้งานจริงเป็นวินาที 

อัตราค่าบริการที่ กสทช.กำหนดนี้  เมื่อพิจารณาเบื้องต้นจะเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ 4จี เพราะควบคุมการเรียกเก็บค่าบริการที่ใช้บริการตามเวลาการใช้งานจริงเป็นวินาที

แต่เมื่อพิจารณาถึงอัตราค่าบริการที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือหลายรายเรียกเก็บแบบเหมาจ่ายหรือแบบแพ็กเกจ (Package) ที่มีโปรโมชั่น อยู่แล้ว กลับมีอัตราถูกกว่าอัตราที่ กสทช.กำหนดไว้ เช่น

โทรในเครือข่ายเดียวกันครั้งละ 9 บาทถึงเที่ยงคืนไม่จำกัดเวลา แม้จะใช้เวลานานเป็นชั่วโมง เรียกเก็บค่าบริการ 3 บาท/การใช้บริการ 1 ครั้งไม่จำกัดเวลา แม้จะใช้เวลาเป็นชั่วโมง ไม่เรียกเก็บค่าบริการในช่วงเวลา 18.00-12.00 น. ของวันถัดไป โดยผู้ให้บริการเรียกเก็บค่าบริการแบบเหมาจ่ายไว้แล้ว  เรียกเก็บค่าบริการนาทีแรก 0.99 บาท นาทีต่อไปเหลือ 0.25 บาท เรียกเก็บนาทีแรก 0.66 บาท

อัตราดังกล่าวของผู้ให้บริการนับว่าถูกกว่าอัตราที่ กสทช.กำหนดไว้นาทีละ 0.69 บาท  แม้ว่าการเรียกเก็บค่าบริการของผู้ให้บริการในนาทีแรกอาจจะแพงหรือสูงกว่าอัตราต่อนาทีที่ กสทช.กำหนด แต่ในภาพรวมทั้งหมด เมื่อใช้ต่อไปหลายนาทีกลับถูกกว่ามาก

เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือได้เสนอบริการแบบต่างๆ ที่เรียกเก็บอัตราค่าบริการที่หลากหลาย ตามแบบการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้บริการที่แตกต่างกันไป

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ หากเรียกเก็บค่าบริการเป็นวินาทีตามแบบที่ กสทช.กำหนด จะไม่สามารถมีโปรโมชั่นเหมาจ่ายแบบที่ผู้ใช้บริการพึงพอใจเกิดขึ้นได้ การเรียกเก็บค่าบริการเป็นวินาทีตามการใช้จริงจึงเหมาะสำหรับผู้ใช้บริการที่พูดโทรศัพท์มือถือโดยใช้เวลาไม่นาน นอกจากนี้โปรโมชั่นโทรศัพท์มือถือยังรวมการให้บริการแบบเสียง (Voice) และการให้บริการรับส่งข้อมูล (Data) ให้เลือกตามความพึงพอใจ

สำหรับประเทศไทยประชาชนผู้ใช้บริการยังคุ้นเคยกับการใช้บริการแบบเหมาจ่าย หากกำหนดอัตราค่าบริการตามประกาศของ กสทช. ประชาชนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ เพราะแต่ละคนมีความจำเป็น
ใช้โทรศัพท์มือถือแตกต่างกัน เช่น บางคนชอบการรับส่งข้อมูล จะซื้อแพ็กเกจที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตสูง แต่จะมีอัตราค่าโทรด้วยเสียงน้อย ส่วนคนที่เน้นคุยโทรศัพท์นานๆ จะเลือกแพ็กเกจที่เหมาค่าโทรหลายนาที ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือบางรายเสนอให้ใช้ถึง  400-500  นาที ในหนึ่งแพ็กเกจ แต่หากเป็นบริการข้อความสั้น SMS หรือบริการข้อความมัลติมีเดีย (MMS)  บางคนแทบไม่ได้ใช้บริการเลย เพราะสามารถสนทนาและส่งข้อความหรือรูปภาพผ่านไลน์ (Line) หรือเฟซบุ๊ก (Facebook) ได้

ในต่างประเทศสำหรับประเทศที่พัฒนาและเปิดเสรีบริการโทรคมนาคมจากการสำรวจโดยสมาคมของผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทั่วโลก (GSM Association)  พบว่าการเรียกอัตราค่าบริการจะไม่กำหนด
เพดานค่าบริการ เพราะการกำกับดูแลที่มากเกินไป จะไปเพิ่มต้นทุน ยับยั้งการเกิดนวัตกรรม จำกัดการแข่งขัน และทำให้ผู้บริโภคเสียประโยชน์

นอกจากนี้ การกำหนดเพดานค่าบริการจะไม่ช่วยแก้ปัญหาค่าบริการราคาสูง ในกิจการโทรศัพท์มือถือที่มีโปรโมชั่นราคาซับซ้อนอยู่แล้ว การกำหนดเพดานจะเกิดผลเสียแก่ผู้บริโภค กลับทำให้ไม่เกิดการแข่งขัน และทำให้เกิดการสมยอมราคาขึ้นได้

ฉะนั้น การกำหนดเพดานอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถืออ้างอิงอาจเป็นเรื่องดี แต่ก็ไม่ควรที่จะปิดกั้นทางเลือกของผู้บริโภค เพราะผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแต่ละรายแข่งกันให้บริการอยู่แล้ว ซึ่งหากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใดเรียกเก็บค่าบริการแพง ประชาชนผู้ใช้บริการจะเปลี่ยนไปใช้บริการโทรศัพท์มือถือที่อัตราค่าบริการถูกกว่า ซึ่งเป็นไปตามกลไกการแข่งขัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท