
อัตราว่างงานพุ่ง 22%
แบงก์หวั่นแห่กู้นอกระบบหลังถูกเลิกจ้าง-ลดเวลาทำงานสะท้อนศก.ยังไม่คึก
แบงก์หวั่นแห่กู้นอกระบบหลังถูกเลิกจ้าง-ลดเวลาทำงานสะท้อนศก.ยังไม่คึก
แบงก์ห่วงหนี้นอกระบบพุ่ง หลังพบว่างงานเพิ่มทั้งจากการเลิกจ้าง ลดชั่วโมงทำงาน และไม่จ้างงานใหม่
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานภาวะการจ้างงานในไตรมาส 2 ของปีนี้ว่า การจ้างงานและชั่วโมงการทำงานลดลง โดยมีการจ้างงาน 37,393,472 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน0.9% ส่วนการว่างงานในไตรมาส 2 มีจำนวน 411,124 คน เพิ่มขึ้น 22.3% และคิดเป็นอัตราการว่างงานเท่ากับ 1.08% เทียบกับ 0.88% ในไตรมาสเดียวกันของปี 2558
ทั้งนี้ ผู้ที่เคยทำงานมาก่อนว่างงานเพิ่มสูงขึ้นมาจากปีที่แล้ว สอดคล้องกับข้อมูลผู้ประกันตนที่ขึ้นทะเบียนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานที่เพิ่มขึ้น 8.9% เป็นการว่างงานจากกรณีเลิกจ้างเพิ่มขึ้น 34.8% และกรณีลาออกเพิ่มขึ้น 3.4% ขณะที่ผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนที่เพิ่มขึ้น เพราะมีนักศึกษาจบใหม่เข้าตลาดแรงงานแต่ตำแหน่งงานไม่ขยายตัว
นอกจากนี้ ชั่วโมงการทำงานของแรงงานทั้งระบบโดยรวมก็ลดลงเป็น 43.1 ชั่วโมง/สัปดาห์ ลดลง 1.3% จาก 43.6 ชั่วโมง/สัปดาห์ ในไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว อีกทั้งในไตรมาส 2 มีผู้ขอใช้มาตรา 75 ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 89 ราย มีแรงงานจำนวน 40,226 คน ส่วนใหญ่เป็นกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าส่งออกได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อลดลงจนต้องหยุดกิจการชั่วคราว
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การว่างงานสูงขึ้นและจำนวนชั่วโมงทำงานลดลง สะท้อนภาพกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังไม่คึกคัก อีกทั้งในครึ่งปีหลังจะเห็นบริษัทเอกชนเริ่มหันมาลดการจ้างงานเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก หลังจากที่ได้พยายามลดต้นทุนด้านอื่นไปก่อนหน้านี้
“แรงงานเหล่านี้จะมีเงินชดเชยจากนายจ้างและจากกองทุนประกันสังคมใช้จ่ายได้ประมาณ 3-6 เดือน หลังจากนั้นก็จะต้องหาแหล่งเงินกู้ใหม่ และเนื่องจากไม่มีสลิปเงินเดือน ก็จะทำให้กู้เงินในระบบไม่ได้ ต้องหันไปกู้เงินนอกระบบมาใช้จ่ายจนกว่าจะได้งานใหม่ ซึ่งส่วนนี้ไม่ได้มีการเก็บตัวเลขที่ชัดเจน ตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่แท้จริงจึงสูงกว่าที่มีการรายงานกันมาก ส่วนที่หนี้ชะลอตัวลงก็เป็นเพราะธนาคารเข้มงวดปล่อยกู้” นายเชาว์ กล่าว







