
พาณิชย์ดึง7พันห้าง ลดกระหน่ำสัปดาห์นี้
“พาณิชย์” ชวน 12 ห้าง 7,765 สาขาทั่วประเทศ ลดราคา 50% สัปดาห์นี้ ฉลอง 90 ปีกระทรวง ประกาศ 10 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2554
“พาณิชย์” ชวน 12 ห้าง 7,765 สาขาทั่วประเทศ ลดราคา 50% สัปดาห์นี้ ฉลอง 90 ปีกระทรวง ประกาศ 10 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2554
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ขอความร่วมมือห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ห้างค้าส่ง และห้างสรรพสินค้า 12 ราย รวม 7,765 สาขาทั่วประเทศ ลดราคาขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพของประชาชน และสินค้ากลุ่มอื่นๆ 10-50% หรือซื้อ 1 แถม 1 หรือซื้อ 2 แถม 1 รวมกว่า 4,000 รายการ วันที่ 20-22 ส.ค.นี้ ในโอกาสที่กระทรวงพาณิชย์ครบรอบ 90 ปี วันที่ 20 ส.ค.นี้
สำหรับห้าง 12 รายที่เข้าร่วมกิจกรรม เช่น เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี แม็คโคร คาร์ฟูร์ ท็อปส์ เซ็นทรัล โรบินสัน เดอะมอลล์ ฟู้ดแลนด์ เซเว่นอีเลฟเว่น แฟมิลี่มาร์ท เป็นต้น ได้แก่ เทสโก้โลตัส 144 รายการ ลด 10-50% รวม 658 สาขา บิ๊กซี มากกว่า 2,000 รายการ ลด 10-50% รวม 78 สาขา แม็คโคร 69 รายการ ลด 10-70% รวม 47 สาขา คาร์ฟูร์ 40 รายการ ลด 10-50% ซื้อ 1 แถม 1 รวม 41 สาขา ท็อปส์ 1,100 รายการ ลด 10-30% ซื้อ 1 แถม 1 รวม 121 สาขา เซ็นทรัล เคาน์เตอร์ปกติ ลด 10-30% 14 สาขา โรบินสัน เคาน์เตอร์ปกติลด 10-70% รวม 22 สาขา, เดอะ มอลล์ 78 รายการ ลด 10-50% ซื้อ 1 แถม 1 รวม 8 สาขา ฟู้ดแลนด์ 112 รายการ ลด 10-30% คูปองส่วนลด 520 บาท รวม 11 สาขา เซเว่นอีเลฟเว่น 107 รายการ ลดมากกว่า 30% ซื้อ 2 แถม 1 หรือแลกซื้อสุดคุ้มลดสูงสุด 50% รวม 5,409 สาขา แฟมิลี่มาร์ท 13 รายการ ลด 10-30% ซื้อ 2 แถม 1 รวม 581 สาขา และ108 ช็อป 6 รายการ ลด 25-35% ซื้อ 1 แถม 1 รวม 775 สาขา
“การลดราคาสินค้าครั้งนี้ จะทำพร้อมกันทั้ง 7,765 สาขาทั่วประเทศ ในช่วง 3 วัน โดยสินค้าที่นำมาลดราคา เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช เครื่องปรุงรส อาหารสด รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในครัวเรือน เสื้อผ้า ฯลฯ เป็นการลดราคามากกว่าการส่งเสริมการขายปกติ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้สอย” นายยรรยง กล่าว
นอกจากนี้ ในงานวันพาณิชย์ที่ 20 ส.ค.นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานเปิดงานและปาฐกถาพิเศษเรื่อง “พาณิชย์ร่วมภาคธุรกิจ เศรษฐกิจไทยก้าวหน้า” จากนั้นนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ จะประกาศแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการค้าไทยปี 2554 เน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากภายในประเทศและภูมิภาคอาเซียน มากกว่าการส่งออก โดยทำผ่าน 10 ยุทธศาสตร์ย่อยไปทั่วโลก เพราะหากเศรษฐกิจในประเทศมีเสถียรภาพแล้ว จะช่วยป้องกัน หรือลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยหากเศรษฐกิจโลกเกิดวิกฤติ“การจะทำให้เศรษฐกิจภายในมีเสถียรภาพได้ จะต้องทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี โดยเฉพาะเกษตรกร ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ โดยต้องทำให้ราคาสินค้าเกษตรมีเสถียรภาพ ดูแลให้ผู้ประกอบการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม”
สำหรับยุทธศาสตร์ดังกล่าว ประกอบด้วย 10 ยุทธศาสตร์ย่อย เช่น การปรับโครงสร้างการผลิตและกระตุ้นให้เกิดการลงทุน การพัฒนากระบวนการกำกับดูแลการให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม การพัฒนาระบบตลาด และขยายช่องทางการตลาด การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการทุกระดับ การยกระดับคุณภาพและภาพลักษณ์สินค้าและบริการของไทยสู่ตลาดระดับกลางและบนด้วยฐานของพาณิชยภูมิปัญญา การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการค้าภูมิภาคและการค้าชายแดน การรองรับการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ฯลฯ







