
จ่อเอ็มโอยูรถไฟจีน
รถไฟความเร็วสูงคึกคัก รัฐบาลเล็งเคาะรูปแบบลงทุน หลังจีนส่งทีมสำรวจเส้นทาง
รถไฟความเร็วสูงคึกคัก รัฐบาลเล็งเคาะรูปแบบลงทุน หลังจีนส่งทีมสำรวจเส้นทาง
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านการร่วมทุนรถไฟฟ้าไทยจีน จะหารือถึงความคืบหน้ารูปแบบการลงทุนในวันศุกร์ที่ 20 ส.ค.นี้
ทั้งนี้ หลังจากตัวแทนจากกระทรวงรถไฟของจีนได้เข้ามาสำรวจเส้นทางการก่อสร้างเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ตั้งแต่ จ.หนองคาย ลงไปจนถึง ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นระยะทางเกือบ 1,000 กิโลเมตร
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า หลังจากได้ข้อสรุปแล้วอาจมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยู ระหว่างรัฐบาลไทยจีน แต่ก็ต้องขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ โดยทางรัฐบาลจีนมีความพร้อมด้านการเงินและความชำนาญ ขณะที่รัฐบาลไทยต้องการใช้เงินน้อยที่สุด
อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการร่วมทุนไทยจีน พบว่า มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นอุปสรรคในการร่วมทุนครั้งนี้ อาทิ ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 ที่ห้ามคนต่างด้าวทำกิจการรถไฟ ยกเว้นได้รับอนุมัติจากครม. หรือหากฝ่ายไทยถือหุ้นเกิน 50% ก็จะถือเป็นรัฐวิสาหกิจกลายเป็นข้อจำกัดที่ฝ่ายจีนอาจไม่ยอมรับก็ได้
ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า รัฐบาลยังมีแผนชัดเจนที่จะสร้างรถไฟความเร็วสูงที่ 4 สายหลักต่อไป ประกอบด้วย สายกรุงเทพฯ ไป จ.ระยอง เชียงใหม่ หนองคาย และหาดใหญ่ โดยคณะกรรมการพิจารณาร่วมลงทุนรัฐและเอกชน (พีพีพี) กำลังหารูปแบบการระดมเงิน คาดว่าจะสรุปได้เร็วๆ นี้
สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้ว่าจ้างให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ศึกษาวิจัยแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องในประเทศไทย (ระยะที่ 2 ) ระยะ 20 ปี (2553-72)
เนื่องจากไทยจะมีการลงทุน รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน 12 เส้นทาง มูลค่า 8 แสนล้านบาท และปรับปรุงประสิทธิภาพรถไฟฟ้าทั้งประเทศอีกกว่า 1.8 แสนล้านบาท เพื่อวางแผนดำเนินงานที่ชัดเจน ไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย







