posttoday
มาช้า...แต่มาแล้ว

มาช้า...แต่มาแล้ว

29 สิงหาคม 2559

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

กฎแห่งกรรมเป็นธรรมเสมอ ขอให้เชื่อเถิดว่าบุคคลทำกรรมใดไว้จะต้องได้รับผลของกรรมนั้นแน่นอนไม่ต้องสงสัย เพียงแต่เราไม่มีญาณหยั่งรู้ว่ากรรมใดจะให้ผลเมื่อใด ทั้งหลายทั้งปวงย่อมเป็นไปตามกฎแห่งกรรม กฎแห่งธรรมชาติ ที่ไม่มีสัตว์ใดจะหนีพ้นไปได้

สัปดาห์ที่ผ่านมา บริวารผู้รับใช้นายใหญ่นายหญิงอีกคนหนึ่ง ได้รับผลกรรมตามกฎหมายที่ได้ทำไว้ เรียบร้อยโรงเรียนเหลี่ยมไปอีกรายแล้ว

หมอเลี้ยบ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตคนเดือนตุลา คนรุ่นนี้ถือกันว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์ แต่คนเดือนตุลาจำนวนมาก ได้ฝังอุดมการณ์ไว้ใต้ดิน แล้วมารับใช้นายใหญ่นายหญิง ยอมทำผิดกฎหมายผิดอุดมการณ์ เพื่อแลกกับตำแหน่งเสนาบดี แลกกับผลประโยชน์จากเศษเงิน โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ ไม่คำนึงถึงความมั่นคงของประเทศที่อาจเกิดขึ้นได้จากการขายดาวเทียมของประเทศไทยให้ต่างชาติ

ยังมีอีกหลายคดีที่เข้าคิวรอกฎแห่งกรรมตามกฎหมาย สำหรับเครือข่ายของทักษิณ โดยเฉพาะคดีปูแดง แก้วตาดวงใจนายใหญ่ ที่อยู่ในกระบวนการของศาล ซึ่งจะเสร็จสิ้นการสืบพยานภายในปีนี้ และคาดกันว่าต้นปีหน้าศาลจะมีคำพิพากษาในคดีดังกล่าว

คดีนี้คนสนใจกันทั้งประเทศ ตุลาการก็ระดับมือพระกาฬ จะหาคนหิ้วถุงขนมก็ไม่ใครกล้า กรรมตามกฎหมายกำลังทำงาน ส่วนกรรมในอเวจีคงไม่มีใครอยากตามลงไปดู

นอกจากคดีเครือข่ายทักษิณแล้ว ยังมีอีกคดีหนึ่งที่ค้างคากันมานานจนเกือบจะลืมไปแล้ว คือคดีที่คณะกรรมการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ที่มี คุณอมเรศ ศิลาอ่อน เป็นประธาน ได้ขายหนี้ของสถาบันการเงิน 56 แห่ง ให้กับบริษัทต่างชาติ ถึงคดีจะมาช้า แต่ในที่สุดก็มาแล้ว

ย้อนหลังไปเมื่อวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 สมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธบิ๊กจิ๋วหวานเจี๊ยบเป็นนายกรัฐมนตรี ลอยตัวค่าเงินบาทจากการโจมตีค่าเงินบาทของปีศาจกองทุนการเงินของจอร์จ โซรอส กองทุนที่อเมริกามหามิตรหนุนหลัง ทำให้คนไทยจนลงในชั่วข้ามคืนค่าเงินบาทลอยจาก 25 บาท เป็น 50 บาท/เหรียญสหรัฐ เดือดร้อนกันทั้งประเทศ มีเพียงธุรกิจของชายหน้าเหลี่ยมคนเดียวที่รู้ข้อมูลภายใน รอดพ้นจากวิกฤตในครั้งนั้นไปได้ แล้วกลับมาใช้ความแข็งแกร่งซ้ำเติมความทุกข์ยากของคนไทยทั้งชาติ

วิกฤตการณ์ในครั้งนั้นทำให้ 56 สถาบันการเงินถูกควบคุมต้องหยุดกิจการ สถาบันเหล่านี้มีลูกหนี้ผู้ประกอบธุรกิจจำนวนมาก ซึ่งลูกหนี้ส่วนใหญ่ของสถาบันการเงินน่าจะเป็นลูกหนี้ที่มีความสามารถชำระหนี้ได้อยู่แล้ว เมื่อขาดเงินที่จะนำไปหมุนเวียนในธุรกิจ ธุรกิจเหล่านี้ก็ไปไม่ได้ต่างล้มระเนระนาดตามสถาบันการเงินไปด้วย

เมื่อเศรษฐกิจล่ม IMF ซึ่งมีอเมริกาเจ้าเก่าชักใยอยู่เบื้องหลัง ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย (ถล่ม) ให้เงินกู้โดยกำหนดหลักเกณฑ์บังคับให้ปฏิบัติตั้ง ปรส. เพื่อขายหนี้ของสถาบันการเงิน โดยมีฝรั่ง ชาร์ล เจสัน รูบิน (CHARLES JASON RUBIN) เจ้าของบริษัท เลแมน บราเดอร์ส บริษัทการเงินจากอเมริกาเป็นที่ปรึกษา ถ้ายังจำกันได้ ปรส.กำหนดหลักเกณฑ์การขายหนี้ของ 56 สถาบันการเงินให้เข้าทางฝรั่ง โดยให้ขายเป็นล็อตใหญ่ๆ ซึ่งในขณะนั้นนักธุรกิจไทยไม่มีกำลังซื้อและในที่สุด ผู้ที่ประมูลซื้อได้คือ เลแมน บราเดอร์ส ที่เจ้าของเป็นที่ปรึกษาของ ปรส.เห็นได้ชัดว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อน และเท่าที่ทราบ ฝรั่งไม่ต้องนำเงินเข้ามาจ่ายค่าซื้อหนี้เลย แต่ได้นำหนี้ไปขายต่อให้กับบริษัทไทย ขายเท่าไรก็มีกำไร เพราะซื้อมาถูกมากๆ เป็นการจับเสือมือเปล่าของฝรั่งตาน้ำข้าว                 

คดีนี้ “ศาลฎีกาประชุมตรวจสำนวนพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยที่ 1 และ 2 ทำให้การประมูลขายทรัพย์สินไม่โปร่งใส ไม่คำนึงว่าจำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลต้องห้ามในการเข้าร่วมประมูล เนื่องจากเป็นบริษัทในเครือของชาร์ล เจสันรูบิน ที่ปรึกษา ปรส.จำเลยที่ 4 ทำให้การจัดการประมูลมีผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ การกระทำของจำเลยที่ 1 และ 2 จึงเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่”

หลังฟังคำพิพากษาคุณอมเรศ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนทำงานเพื่อส่วนรวมมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรีและ ปรส. หลังจากนี้ตนจะกลับไปบอกลูกหลานว่า จะไม่ให้ทำงานเพื่อส่วนรวมอีก หรือถ้าคิดจะทำอะไรให้ส่วนรวมก็ต้องคิดให้ดีๆ และจะต้องทำงานเพื่อตัวเองก่อน เพราะทำให้ส่วนรวมแล้วถูกลงโทษคิดว่ามันคุ้มหรือไม่

คดีนี้ศาลไม่ได้ตัดสินว่า คุณอมเรศทุจริตหรือได้รับประโยชน์ใดๆ ศาลท่านตัดสินว่าเป็นความผิดเพราะไม่ทำตามระเบียบ ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ จึงเมตตารอการลงอาญาให้

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่ากฎระเบียบต่างๆ กำหนดไว้ เพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น การละเว้นไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่มีผลเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลบางคน เป็นช่องทางของการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ หากมีกฎระเบียบแล้วไม่ทำตาม จะมีไว้ทำไม จะอ้างแต่เพียงว่า ทำไปโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงไม่ได้ เพราะผลประโยชน์แบบนี้ ไม่มีหลักฐานอยู่แล้ว กฎหมายจึงไม่ให้ทำผิดระเบียบ โดยเฉพาะการทำผิดกฎระเบียบ ที่มีผลเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับคนใดคนหนึ่ง เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ย่อมไม่เป็นธรรม จึงถือว่าเป็นความผิด

อย่าตัดพ้อการทำงานเพื่อส่วนรวมเลย ไม่มีใครไปบังคับให้มาทำงานเพื่อส่วนรวม และการทำงานเพื่อส่วนรวมก็ไม่ได้ทำฟรีๆ ประเทศชาติมีค่าตอบแทนให้อย่างเหมาะสม นอกจากนั้นยังมีเกียรติยศให้ด้วย แต่การทำงานเพื่อส่วนรวมย่อมต่างจากการทำธุรกิจส่วนตัว เพราะงานส่วนรวมนอกจากต้องสำรวจตัวเองว่า มีความสามารถที่จะทำหน้าที่ได้หรือไม่แล้ว ยังต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก ความระมัดระวังจึงมากกว่าธุรกิจส่วนตัว เพราะหากผิดพลาดจะเกิดความเสียหายกับส่วนรวมกับประเทศชาติ กับคนไทยทั้งประเทศ และคนทำงานเพื่อส่วนรวม ไม่ได้ทำผิดระเบียบทุกคนครับ

ถ้ายังจำกันได้ ในการทำงานของ ปรส. ได้หลอกลูกหนี้ โดยแยก Good Bank กับ Bad Bank ทำให้นักธุรกิจจำนวนมากที่ธุรกิจเขาไปได้ดี ต้องทุ่มเงินเข้าไปในระบบ และในที่สุดก็ถูกยึดกิจการ ไม่มีหลักเกณฑ์ Good Bank และ Bad Bank ตามที่ประกาศไว้แต่แรก

ทุกข์จากมีความผิดแต่รอลงอาญา ยังน้อยกว่านักธุรกิจที่เขาหมดตัวจนบางคนต้องฆ่าตัวตาย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ