posttoday
กระตุ้นเอกชนลงทุนไม่ขึ้น ทำเศรษฐกิจซึมยาว

กระตุ้นเอกชนลงทุนไม่ขึ้น ทำเศรษฐกิจซึมยาว

29 สิงหาคม 2559

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

แม้ว่าเศรษฐกิจไทยล่าสุดมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นชัดเจน โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศตัวเลขไตรมาส 2 ขยายตัวได้ 3.5% มากกว่าไตรมาสแรกที่ขยายตัว 3.2% โดยทั้งปีคาดว่าจะขยายตัวได้ 3-3.5%

กระทรวงการคลังก็ออกมารับลูกทันควันว่าเศรษฐกิจไทยทั้งปีจะขยายตัวได้มากกว่า 3.3% ตามที่ตั้งเป้าไว้ ล่าสุด โดย อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ออกมาการันตีว่าถึงตอนนี้ภาคเอกชนไม่ยอมลงทุน เศรษฐกิจไทยก็โตได้ไม่ต่ำกว่า 3% แต่หากเอกชนลงเริ่มลงทุนก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยโตก้าวกระโดดอย่างไม่ต้องสงสัย

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการผ่านร่างประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และมีความชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ปีหน้า จะทำให้เอกชนไทยมั่นใจในสถานการณ์บ้านเมืองมากขึ้น แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าขนเงินมาลงทุนอย่างเป็นกอบเป็นกำอย่างที่รัฐบาลต้องการอยากให้เป็น

เหตุผลเพราะว่าการลงทุนของเอกชนส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดใหญ่ นอกจากบ้านเมืองจะมีความสงบ แต่ก็ยังต้องดูตลาดภายในประเทศว่าจะมีกำลังซื้อมากพอที่จะคุ้มค่าลงทุนหรือไม่

สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ยอมรับว่า ในช่วงกว่าครึ่งแรกของปี 2559 ที่ผ่านมา การบริโภคขยายตัวได้น้อย ทั้งที่ประชาชนมีเงิน ดูได้จากเงินออมในกระเป๋าที่มีเพิ่มมากขึ้น ส่วนการลงทุนภาคเอกชนก็ยังขยับช้าทั้งที่มีกำไรสะสมจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่น่ากังวลใจว่า การบริโภคและเอกชนจะกลับมาลงทุนได้เมื่อไร

นักวิชาการด้านเศรษฐกิจจำนวนไม่น้อย ประเมินว่า ภาคเอกชนบางส่วนอาจจะเริ่มลงทุนใหม่บ้าง แต่ไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ยังต้องการความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งหากคำนวณแล้วการเลือกตั้งอย่างเร็วก็ปลายปี 2560 และกว่าจะตั้งรัฐบาลใหม่ก็ต้นปี 2561 กินเวลาอีกนานกว่าที่เอกชนจะกล้ากลับมาลงทุนได้เต็มที่

หากดูตัวเลขการขอสิทธิพิเศษลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. 2559 มีการอนุมัติโครงการลงทุน 758 โครงการ เพิ่มขึ้น 102% คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 3.03 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 348% หากแยกเป็นการขอลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศพบว่า มีจำนวน 448 โครงการ เพิ่มขึ้น 123% มูลค่าโครงการ 1.23 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 395% แสดงให้เห็นว่านักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมาหลายเท่าตัว

บีโอไอ ระบุว่า ช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. 2559 มีนักลงทุนหลายรายสนใจยื่นขอรับการส่งเสริมในกิจการซอฟต์แวร์ตามนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล ประกอบกับมีโครงการขนาดใหญ่ที่เงินลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท ยื่นขอรับการส่งเสริม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน แสดงถึงความเชื่อมั่นที่กลับมาของนักลงทุนในการขยายการลงทุนในไทย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบีโอไอจะอนุมัติการลงทุนได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แต่การลงทุนจริงก็ยังไม่เกิด การลงทุน จึงยังไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ แม้ว่ารัฐบาลพยายามจะเติมมาตรการกระตุ้นการลงทุนอีก เช่น หากมีการลงทุนภายในปีนี้จะได้หักลดหย่อนได้ 2 เท่า แต่ก็ไม่มีนักลงทุนสนใจ เพราะมีเงื่อนไขว่าต้องลงทุนให้เสร็จภายในปีนี้ถึงจะได้สิทธินั้น

แม้ว่าต่อมารัฐบาลจะแก้ไขผ่านปรนให้หักค่าใช้จ่ายที่เริ่มลงทุนในปีนี้ได้ 2 เท่า โดยโครงการไม่จำเป็นต้องเสร็จภายในปีนี้ แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้เกิดการลงทุนได้ และคาดว่าประมาณ 4 เดือนที่เหลือของปีจะมีนักลงทุนมาใช้สิทธิมาตรการนี้ไม่มาก

ด้าน อภิศักดิ์ ยืนยันมาตลอดว่าจะไม่มีมาตรการกระตุ้นลงทุนเพิ่มเติม เพราะมาตรการที่ผ่านมาทั้งหมดรัฐบาลใจป้ำ ให้มากแบบไม่เคยมีมาก่อน เพื่อส่งสัญญาณถึงเอกชนว่าให้เร่งลงทุน ไม่ต้องคาดหวังว่าจะได้เพิ่มไปมากกว่านี้ เท่ากับวัดใจเอกชนว่าจะยอมควักเงินในกระเป๋าเริ่มลงทุนหรือไม่

อย่างไรก็ตาม หากไปดูการให้เอกชนเข้ายื่นประมูลพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลรอบแรก ที่ให้ยื่นพัฒนา 4 แห่งก่อน จะพบว่ามีเอกชนเพียงรายเดียวที่แสดงความสนใจลงทุนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ จ.ตราด เป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังไม่มั่นใจพอจะลงทุนเพิ่ม

ขณะที่ล่าสุด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน ก.ค. 2559 อยู่ที่ระดับ 84.7 ปรับตัวลดลงจากระดับ 85.3 ในเดือน มิ.ย. 2559 โดยองค์ประกอบของดัชนีที่ลดลงเกิดจากยอดคำสั่งซื้อ โดยรวมลดลง สอดคล้องกับตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์ที่เผยมูลค่าการส่งออกเดือน ก.ค. 2559 ลดลง 4.35% ลดลงต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 และลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะลดลงเพียง 2% สาเหตุจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด

ทั้งหมดจะเห็นว่าการกระตุ้นให้ภาคเอกชนลงทุนให้ได้นั้น ยังเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลในปีนี้และปีหน้า เพราะการลงทุนภาคเอกชนมีเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากกว่ารัฐบาล โดยการลงทุนของรัฐบาลที่เร่งกันมา 2 ปีเต็ม ช่วยได้เพียงการประคับประคองหรือพยุงเศรษฐกิจไทยจากผลกระทบต่างๆ ที่กระหน่ำเข้ามา ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ต่ำ ไม่สูงมากอย่างที่เห็นปี 2558 เศรษฐกิจไทยโตได้ 2.8% และปีนี้โตได้มากกว่าเดิมไม่มาก เพราะการลงทุนภาคเอกชนยังไม่ขยับ

แต่หากเอกชนมั่นใจลงทุนก็จะทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยได้มากและเร็วขึ้น และยังส่งผลให้เกิดการจ้างงานและห่วงโซ่การผลิตอื่นๆ ตามมา แต่รัฐบาลก็มีการบ้านที่ต้องทำอีกมาก เพราะลำพังมาตรการที่มีอยู่นี้ คงไม่เป็นแม่เหล็กได้แรงพอให้เอกชนยอมควักเงินลงทุน เพราะยังรอหลายปัจจัย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจต่างประเทศ และการเมืองของประเทศที่ยังมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือ การเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจไทย

แต่หากรัฐบาลยังไม่สามารถทำให้การลงทุนภาคเอกชนขยับได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจไทยก็จะโตได้แบบซึมๆ ไม่กระชุ่มกระชวยอย่าง 2 ปีที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน