
บทเรียนสงครามยาเสพติด
กระแสสงครามปราบปรามยาเสพติดอย่างรุนแรงในฟิลิปปินส์ ซึ่งมีการสังหารผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดไปแล้วเกือบ 2,000 ภายในช่วงเวลาเพียง 7 สัปดาห์ ทำให้หลายฝ่ายย้อนกลับไปถึงสงครามปราบปรามยาเสพติดในไทย เมื่อช่วงปี 2003 ที่ก่อให้เกิดผลเสียร้ายแรงตามมาและยังไม่สามารถแก้ปัญหายาเสพติดได้
กระแสสงครามปราบปรามยาเสพติดอย่างรุนแรงในฟิลิปปินส์ ซึ่งมีการสังหารผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดไปแล้วเกือบ 2,000 ภายในช่วงเวลาเพียง 7 สัปดาห์ ทำให้หลายฝ่ายย้อนกลับไปถึงสงครามปราบปรามยาเสพติดในไทย เมื่อช่วงปี 2003 ที่ก่อให้เกิดผลเสียร้ายแรงตามมาและยังไม่สามารถแก้ปัญหายาเสพติดได้
อันโตนิโอ ตริลลันส์ หนึ่งในสมาชิกวุฒิสภาของฟิลิปปินส์ ระบุว่า ไม่มีผู้นำประเทศคนไหนประสบความสำเร็จในการใช้วิธีกวาดล้างยาเสพติดอย่างรุนแรงเช่นนั้น
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในไทยเมื่อสิบกว่าปีก่อน น่าจะเป็นบทเรียนเตือนฟิลิปปินส์ได้อย่างดี โดยเมื่อปี 2003 รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ก็ประกาศและทำสงครามกวาดล้างยาเสพติด ซึ่งอนุญาตให้เจ้าหน้าที่จับตัวหรือสังหารผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติดที่อยู่ในรายชื่อบัญชีดำได้
แม้รัฐบาลไทยในยุคกวาดล้างยาเสพติดจะอ้างว่า มีอาชญากรเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่ถูกสังหารโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นการวิสามัญเพื่อป้องกันตัวในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ แต่กลับมีข้อมูลเปิดเผยว่ามีการสังหารผู้เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดมากถึง 2,200 ราย
อย่างไรก็ดี แม้จะมีการปราบปรามอย่างหนัก แต่การลักลอบค้ายาเสพติดก็ยังแพร่หลายอย่างมาก ขณะที่จำนวนนักโทษในคดีดังกล่าวก็มากขึ้นอย่างต่อเนื่องจนล้นเรือนจำ
ล่าสุด พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ของไทย เปิดเผยว่า กำลังพิจารณาทำให้คดียาบ้าไม่ใช่คดีอาชญากรรม เพื่อผลักดันให้ผู้ที่ติดยาสามารถเข้ารับการรักษาได้ หรือถือเป็นผู้ที่ต้องเข้ารับการบำบัดปัญหาสุขภาพแทนที่จะมองว่าเป็นอาชญากรรม
พล.อ.ไพบูลย์ ระบุว่า มาตรการจัดการยาบ้าที่ผ่านมาผิดพลาดมาตลอด เพราะถ้าสำเร็จจริงคงไม่มีผู้ต้องหาคดียาเสพติดมากถึง 70% ที่อยู่ในเรือนจำในปัจจุบัน และปัญหานี้ยังคงอยู่ทั้งที่มีการสูญเสียชีวิตไปหลายพันราย โดยยังมีปัญหายาเสพติดอยู่ในทุกชุมชน
นอกจากนี้ บลูมเบิร์ก ระบุว่า นโยบายการกวาดล้างยาเสพติดในสมัยรัฐบาลทักษิณ ที่สนับสนุนให้อำนาจตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเต็มที่ ยังก่อให้เกิดวัฒนธรรมของการละเว้นโทษต่อเจ้าหน้าที่ กล่าวคือ ทำให้การสังหารผู้ต้องหาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ต้องรับผิดหรือต้องตรวจสอบ
สุนัย ผาสุก นักวิจัยอาวุโสของกลุ่มเฝ้าระวังด้านสิทธิมนุษยชนในไทย ระบุว่า แม้จะผ่านพ้นรัฐบาลทักษิณไปแล้ว แต่รัฐบาลต่อมาก็ยังสืบทอดวัฒนธรรมการจัดการคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่มีวิธีการนอกกระบวนการยุติธรรม







