สธ.หนุนลดระดับ "แอมเฟตามีน"จากยาเสพติด
สธ.เห็นด้วยข้อเสนอลดระดับแอมเฟตามีน มาใช้บำบัดกลุ่มติดยาบ้า
สธ.เห็นด้วยข้อเสนอลดระดับแอมเฟตามีน มาใช้บำบัดกลุ่มติดยาบ้า
เมื่อวันที่ 29 ส.ค. นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เบื้องต้น สธ.มีการหารือแล้วว่าจะใช้ "แอมเฟตามีน" เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ เนื่องจากมีการศึกษาว่าสามารถนำมาใช้ในเชิงระบบบำบัดและรักษาด้านประสาท รวมถึงกระตุ้นทางจิตประสาท ส่วน "เมทแอมเฟตามีน" คงไม่นำมาใช้ เพราะเป็นอนุพันธุ์ มีฤทธิ์ในการติดสูง
ทั้งนี้ จะมีการร่วมมือกับกระทรวงอื่นๆ ในการคัดกรองผู้ป่วย การอบรมบุคลากร โดยจะกำหนดมาตรการในการบำบัด กลุ่มใช้ กลุ่มเสพ และกลุ่มติด โดยจะมีแนวทางชัดเจน ทั้งนี้ การคัดกรอง อาจอาศัยความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ปลัดสธ. กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน มีผู้เสพเข้ารักษาประมาณ 2 แสนคนต่อปี อยู่ในความรับผิดชอบของสธ. 35.34% โดยเป็นผู้เสพเมทแอมฟาตามีนกว่า 65.59% ซึ่งหากเสพในปริมาณต่อ มีผลคืออาจเจ็บหน้าอก ปวดศีรษะ ความอยากอาหารน้อยลง หากเสพปริมาณสูงอาจคลื่นไส้ อาเจียน ไปจนถึงตกเลือดในสมองและเสียชีวิตได้
นพ.วิโรจน์ วีรชัย ผู้อำนวยการสถาบันธัญญารักษ์ กรมการแพทย์ กล่าวว่า แอมเฟตามีน มีประโยชน์ในทางการแพทย์ โดยใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้น มากกว่า 10 ยี่ห้อ รวมถึงมีการศึกษาทั้งในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียว่าสามารถรักษาผู้ติดยาบ้ารุนแรงได้ โดยจะใช้ทดแทนยาบ้าในช่วง 2-3 เดือนแรก แต่ประเทศไทยยังไม่มีการใช้ยาดังกล่าว เนื่องจากถือเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ส่วนเมทแอมเฟตามีน จะไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพราะเป็นพิษต่อระบบประสาท
ผู้อำนวยการสถาบันธัญญารักษ์ กล่าวอีกว่า เห็นด้วยที่จะปรับลดกลุ่มแอมเฟตามีนให้อยู่ในวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ เนื่องจากมีฤทธิ์ในการติดต่ำ







