
รวบแก๊งปล้นรถกระบะในปั๊ม โยนเด็กทิ้งข้างทาง
ผบช.ภ.1แถลงจับแก๊งปล้นรถกระบะในปั๊มน้ำมัน ก่อนทำร้ายเมียเจ้าของรถ-โยนเด็กทิ้งข้างทาง พบมักเลือกรถกระบะใหม่ยี่ห้องอีซูซุ-โตโยต้า
ผบช.ภ.1แถลงจับแก๊งปล้นรถกระบะในปั๊มน้ำมัน ก่อนทำร้ายเมียเจ้าของรถ-โยนเด็กทิ้งข้างทาง พบมักเลือกรถกระบะใหม่ยี่ห้องอีซูซุ-โตโยต้า
เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1(บช.ภ.1) พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ภ.1 และพล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง ผบก.จว.สระบุรี ร่วมกันแถลงจับกุมผู้ต้องหา4ราย ได้แก่ 1.นายวัชรพงษ์ หรือเอก ชมเหิม อายุ29ปี ชาวจ.สระแก้ว จับกุมได้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต 2.นายฉัตรชัย หรือนุ่น รักษา อายุ19ปี ชาว จ.สระแก้ว จับกุมได้ในพื้นที่ จ.สระแก้ว 3.นายณรงค์ เทียนชัย อายุ42 ปี ชาว จ.สระแก้ว และ4. เยาวชนอายุ17ปี หลังก่อเหตุชิงรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมกซ์ สีดำภายใน สถานีบริการน้ำมัน ริมถนนพหลโยธิน(ขาออก) อ.หนองแค จ.สระบุรี
พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าวว่าเมื่อเวลาประมาณ05.00น. วันที่ 24 ส.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองแค ได้รับแจ้งเหตุชิงรถยนต์ในสถานีบริการน้ำมัน จึงเข้าตรวจสอบพบผู้เสียหายคือ น.ส.พัชรินทร์ แซ่เตี่ย ให้การว่า สามีขับรถยนต์กระบะเข้าไปในปั๊มน้ำมัน เพื่อเข้าห้องน้ำ ซึ่งมีตนและลูกสาว อายุ 9 ปี และ 4 ปี รออยู่บนรถ โดยติดเครื่องยนต์ไว้ ขณะเกิดเหตุไม่ได้ล็อคประตูรถ จากนั้น นายวัชรพงษ์ได้ขึ้นมาบนรถ พร้อมใช้ปืนปากกาข่มขู่ และขับรถออกไปจากปั๊มน้ำมันโดยมีตน และลูกๆ นั่งอยู่บนรถด้วย จึงได้พยายามบีบแตรรถเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่ง นายวัชรพงษ์ ผู้ต้องหาหยุดรถ และมีนายฉัตรชัย ขับรถอีกคันมาประกบก่อนเข้ามาทำร้ายร่างกายตน และจับลูกสาว วัย 9 ปี และ 4 ปี โยนลงมาบนถนน ก่อนขับรถหลบหนี ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด
พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนนายวัชรพงษ์,นายฉัตรชัย และเยาวชนอายุ 17 ปี ทราบว่าทั้ง3 ทำงานก่อสร้างทั่วไป ที่พัทยา จ.ชลบุรี โดยหลังจากก่อเหตุทั้งหมดได้ขับรถผู้เสียหายไปจอดไว้ที่อู่ของนายณรงค์ โดยมีเยาวชนอายุ 17 ปีเป็นคนบอกเส้นทาง นอกจากนี้ยังเหลือผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการหลบหนีอีก1คน คือนางกวินนาฏ หรือขวัญ สีเทา อายุ47ปี ซึ่งทำหน้าที่ในการติดต่อซื้อขายรถของผู้เสียหาย อยู่ระหว่างการติดตามตัว ขณะที่น.ส.อาทิตย์ กัญญาเขียว อายุ 34 ปี ภรรยาของนายวัชรพงษ์ นั้นพบว่าเป็นเจ้าของรถเก๋งโตโยต้าวีออส ที่คนร้ายขับ อยู่ระหว่างสืบสวนว่ารู้เห็นกับการกระทำความผิดหรือไม่
ด้านพล.ต.ต.ธิติ กล่าวว่า กลุ่มคนร้ายได้วางแผนกันเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่ชัดเจน ได้แก่ รับใบสั่ง มีคนกลางประสานงาน ตามออเดอร์ ผู้สังเกตการณ์ เลือกรถตามออเดอร์ ขับรถหลบหนี นำรถไปจอดไว้ที่พักรถ ทั้งนี้พบว่ากลุ่มคนร้ายจะเลือกรถกระบะ สภาพใหม่ ส่วนใหญ่นิยมยี่ห้ออีซูซุ และโตโยต้า โดยตระเวนดูลาดเลา จากนั้นเมื่อได้รถคันที่ต้องการก็จะนำส่งอู่รถในราคา 100,000บาท
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้กรณีการลักรถกระบะและนำส่งประเทศเพื่อนบ้าน(กัมพูชา)นั้น ลดลงกว่าเดิม เนื่องจากตำรวจประจำด่านชายแดนได้เฝ้าสังเกตการณ์หากพบว่ามีรถที่มีพวงมาลัยอยู่ฝั่งขวา ก็มักจะถูกตรวจค้นเป็นพิเศษ แต่เมื่อเกิดเหตุดังกล่าวอาจจะต้องเฝ้าระวังเพิ่มขึ้นกว่าเดิม เพื่อป้องกันความสูญเสีย
พล.ต.ต.ธิติ กล่าวอีกว่า กลุ่มคนร้ายจะมีวิธีเลือกเหยื่อ ดังนี้ 1.เลือกจากใบสั่ง ที่ลูกค้าต้องการว่าต้องการรถยี่ห้อใด รุ่นใด 2.ดูเวลาว่าเหมาะแก่การก่อเหตุหรือไม่ ซึ่งมักจะเป็นเวลา 03.00-05.00 น. เป็นช่วงเวลาคนน้อย 3.เลือกจากสถานที่ ที่คนไม่พลุกพล่านและค่อนข้างเปลี่ยว และ4.พิจารณาเหยื่อว่าประมาทหรือไม่ ซึ่งหากสบโอกาสคนร้ายจะลงมือก่อเหตุทันที
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาปล้นทรัพย์ของผู้อื่นโดยมีอาวุธในเวลากลางคืน,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร แก่นายวัชรพงษ์ นายฉัตรชัยและเยาวชน17ปี
นอกจากนี้ได้แจ้งข้อหารับของโจรเพืิ่อค้ากำไร หรือรับของโจรจากทรัพย์ที่ได้มาจากการชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ แก่นายณรงค์ ก่อนจะนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป
ภาพจาก www.fm91bkk.com







