
คำถามชีวิต... ที่คุณเป็นคนเลือกคำตอบ
คุณคือใคร...? เป็นคำถามที่เรามักใช้ในการสร้างกระบวนการตระหนักรู้เกี่ยวกับตัวเอง
โดย...มะลิ ณ อุษา เครือข่ายพุทธิกา http://www.budnet.org
คุณคือใคร...?
เป็นคำถามที่เรามักใช้ในการสร้างกระบวนการตระหนักรู้เกี่ยวกับตัวเอง ที่ผ่านมาเราใช้คำถามนี้กับผู้คนที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งผู้บริหารสถานศึกษา นักธุรกิจ นักศึกษา กระทั่งน้องๆ นักเรียนมัธยม แน่นอนว่าคำตอบย่อมจะหลากหลายตามบริบทไปด้วย
ประเด็นสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่คำตอบ แต่เป็นสิ่งที่ผุดขึ้นมาจากคำตอบในระหว่างการใคร่ครวญ
คุณเห็นอะไรในคำตอบเหล่านั้นบ้าง...?
หลายต่อหลายครั้งที่คำตอบทำให้เราถึงกับสะอึก นึกไม่ถึงว่าจะคิดว่าตัวเองเป็นคนแบบนี้ ซึ่งเป็นด้านที่เรามักไม่ค่อยเปิดเผยกับใคร (และเป็นด้านลบเสียด้วย) ส่วนใหญ่เราจะเปิดเผยแง่มุมที่เป็นบวก แล้วเก็บงำอีกส่วนไว้ลึกๆ แม้จะไม่ต้องอยู่ต่อหน้าคนอื่นแล้วก็ตาม บางคนถึงบอกตัวเองซ้ำๆ ทุกวันว่าฉันเป็นคนอย่างนี้จนเชื่อสนิทใจ ทั้งที่พฤติกรรมที่แสดงออกไปเป็นคนละอย่าง
ในกระบวนการ...เราจะถามคำถามนี้ซ้ำๆ เพื่อฝ่าด่านความคิดที่หุ้มอยู่ผิวนอก และเมื่อเหตุปัจจัยพร้อม คำตอบช่วงหลังๆ จะปราศจากความคิดและการปรุงแต่ง บ่อยครั้งเป็นคำตอบที่เราคาดไม่ถึง หรือหลงลืมมานาน เหมือนตุ๊กตาเซรามิกเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยรอยแหว่งวิ่น ถูกทิ้งไว้ในกล่องไม้ที่มีรอยขูดขีดเก่าคร่ำพอกัน วันดีคืนดีเราเอามือไปปัดกล่องร่วงลงมา เพียงเท่านี้ ความทรงจำที่ว่าหลงลืมมานานก็หลากไหลกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
การค้นหาตัวตน คือ การค้นหาขุมทรัพย์ที่มีค่าในตัวเรา ขุมทรัพย์ที่เราอาจจะหลงลืมหรือไม่รู้มาก่อนว่ามีอยู่ภายใน
เมื่อไม่นานมานี้ เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยโทรศัพท์มาชวนไปงานคืนสู่เหย้า จึงถือโอกาสถามไถ่ถึงเพื่อนคนอื่นๆ ลามเลยไปถึงเรื่องราวความหลังอย่างสนุกสนาน จู่ๆ ก็นึกถึงเจ้าหน้าที่ประจำห้องแล็บที่สนิทสนมกัน ก่อนหน้านี้ได้ข่าวว่า เธอตัดสินใจลาออกเพื่อไปแสวงหายังดินแดนโพ้นทะเล ผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับเมืองไทย ด้วยเหตุผลที่ว่า “ฉันยังค้นหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร ไม่รู้ว่าชีวิตนี้ต้องการอะไร ไม่รู้ว่าจะกลับไปทำไม” คือคำตอบในวัยสี่สิบของผู้หญิงคนหนึ่ง
บนเส้นทางของการค้นหาตัวตนนั้นไม่ง่ายนัก ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องเผชิญกับความยากลำบากแสนเข็ญ ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ หรือเสี่ยงภัยอันตราย อาจไม่ต้องถึงขนาดนั้น (แต่ถ้าคุณยอมแลก ผู้เขียนก็ขอคารวะไว้ ณ ที่นี้) ที่ว่าไม่ง่ายนั้น ก็เพราะว่าเราจะต้องฝ่าด่านความเคยชินและความกลัวหลายด่าน โดยเฉพาะความเคยชินเป็นด่านที่มีหลุมพรางและกับดักมากมาย ที่สำคัญหลุมพรางเหล่านี้รู้จักกิเลสของเราดีกว่าตัวเราเองเสียอีก (จุดเริ่มต้นของความน่ากลัวอยู่ตรงนี้แหละ)
เมื่อตั้งคำถามไปสักพัก คุณจะรู้สึกว่า “พอแล้ว ฉันไม่อยากรู้แล้วว่า ฉันคือใคร ชีวิตที่เป็นอยู่นี้ก็สบายดี จะต้องไปค้นหา (ขุดคุ้ย) ให้ยุ่งยากทำไม”
ดังนั้น คุณก็อาจจะพบเพียงแค่ว่า...
ฉันคือ...สามี
ฉันคือ...ภรรยา
ฉันคือ...พนักงานออฟฟิศ
ฉันคือ...พยาบาล
ฉันคือ...วิศวกร
ฉันคือ...พ่อของลูกๆ วัยน่ารัก 2 คน
ฉันคือ...แม่ของลูกสาวที่สอบติดโรงเรียนชื่อดัง
ฉันคือ...ลูกที่สร้างบ้านหลังใหญ่ให้พ่อแม่อยู่
ฉันคือ...เจ้าของบ้านราคาสิบล้าน
ฉันคือ...ลูกน้องที่เจ้านายไว้ใจ
ฯลฯ
นี่คือผิวหน้าที่เราใช้ห่อหุ้มตัวเรา เป็นสถานภาพทางสังคม หรือสถานะที่สังคมบอกว่าควรจะเป็น ทำให้เราเป็นเพื่อการยอมรับ (จากทั้งคนอื่นและตัวเราเอง) และเราก็มักจะบอกตัวเองว่า มีและเป็นตามที่สังคมบอกแล้วจะมีความสุขดี ซึ่งก็ไม่ได้ผิดแปลกอะไร หากแต่มีอะไรอย่างอื่นมากกว่านี้อีกไหม
มีสิ...
ฉันคือ...คนที่อยากเป็นศิลปิน
ฉันคือ...คนที่อยากลาออกจากงานประจำ
ฉันคือ...คนที่อยากแบกเป้เดินทางรอบโลก
ฉันคือ...ลูกน้องที่เบื่อเจ้านายสุดๆ
ฉันคือ...วิศวกรที่ไม่เคยมีเวลาพาแม่ไปกินข้าวเย็นเลย ฯลฯ
คุณกล้าบอกใครอย่างนี้ไหม แน่นอนว่าคุณคิดมากขึ้น คุณไม่สุ่มสี่สุ่มห้าพูดออกไปหรอก มันไม่ง่ายเท่าคำตอบชุดแรก นี่คือสิ่งที่สังคมไม่ได้บอกให้เป็น คนในสังคมอาจตั้งคำถามหรือผิดหวังถ้าเราเป็นอย่างนั้น แต่เราก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเราเป็นหรืออยากเป็นอย่างนั้น
ลองค้นหาต่อไปสิว่า คุณคือใคร...
ฉันคือ...คนขี้หงุดหงิด โมโหง่าย
ฉันคือ...คนใจอ่อน ขี้สงสาร
ฉันคือ...คนที่เอาแต่ใจตัวเอง
ฉันคือ...คนเห็นแก่ตัว
ฉันคือ...คนขี้กลัว วิตกจริต
ฉันคือ...คนขี้เกียจ
ฉันคือ...คนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่น ฯลฯ
นี่เป็นตัวอย่างของการสืบค้น อาจกล่าวได้ว่าเป็นเพียงการเริ่มต้น คุณยังสามารถค้นหาคำตอบจากคำถามนี้ได้ไม่สิ้นสุดจนกว่าคุณจะพบคำตอบที่แท้จริง
การที่เราค้นพบตัวตนหรือความปรารถนา (Passion) ส่วนลึก ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องขบถต่อสังคมเสมอไป นั่นไม่ใช้เจตนารมณ์ของบทความนี้ แต่เป็นไปเพื่อให้คุณเห็นและตระหนักว่า คุณคือใคร การที่เรารู้จักตัวเองอย่างที่เป็น เราจะได้เข้าใกล้กับขุมพลังชีวิต พร้อมทั้งรู้ว่าอะไรคืออุปสรรคต่อการไปสู่ขุมทรัพย์เมื่อเราเข้าใจ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราลงมือทำในชีวิตจะมีที่มาและมีความหมาย แน่นอนว่า คุณจะพบความรักในนั้น
ถ้าคุณรักสิ่งที่ทำอยู่ คุณยินดีจะทุ่มเททั้งชีวิตให้กับสิ่งนั้นไหม?
ไม่มีใครรู้...นอกจากตัวคุณเอง







