posttoday
วิวาทะเรื่องพรบ.คุ้มครองฯ ควรไปให้ถึงใต้ภูเขาน้ำแข็ง

วิวาทะเรื่องพรบ.คุ้มครองฯ ควรไปให้ถึงใต้ภูเขาน้ำแข็ง

19 สิงหาคม 2553

....ประเวศ วะสี

กรณีวิวาทะเรื่อง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. ... ระหว่างข้างแพทย์กับข้างผู้ป่วยนั้น ควรใช้เป็นโอกาสที่จะแก้บาดแผลที่ลึกและใหญ่กว่านั้น ซึ่งก่อให้เกิดความเจ็บปวดและอาจลุกลามบานปลายก่อความเสียหายรุนแรงแก่ทุกฝ่าย นั่นคือความไม่ไว้วางใจกันระหว่างแพทย์กับญาติผู้ป่วย และนำไปสู่การฟ้องร้องแพทย์จนถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา

เรื่องนี้ทำให้แพทยสภาซึ่งเป็นสภาวิชาชีพแพทย์กับเครือข่ายญาติผู้ป่วยเข้ามาเผชิญหน้ากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

การจะแก้ปัญหาปฐมฐานได้ต้องเริ่มที่ความเห็นใจทั้งสองฝ่าย ฝ่ายญาติผู้ป่วย เมื่อเกิดปัญหาแทรกซ้อนจากการรักษา เช่น มีการตายหรือพิการเกิดขึ้นย่อมเกิดความโศกเศร้าเสียใจ ทุกข์ใจ รวมทั้งความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจจากความตายหรือความพิการของผู้ที่เป็นหลักของครอบครัว ฝ่ายแพทย์ การที่ถูกฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลดำเนินคดีถูกตัดสินลงโทษแม้ให้จำคุก เป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความสะเทือนขวัญและสะเทือนไปทั้งองค์กรวิชาชีพ เป็นเรื่องที่ควรเห็นใจทั้งสองฝ่าย

ถ้าไม่ทำอะไรแนวโน้มในการฟ้องร้องแพทย์จะเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับในสหรัฐอเมริกาที่มีทนายความเข้ามาเกี่ยวข้องหาผลประโยชน์ด้วย เช่น ยุให้คนไข้ฟ้องเถอะ ถ้าแพ้ไม่คิดค่าทนาย ถ้าชนะเรามาแบ่งกัน กรณีเช่นนั้นจะทำให้แพทย์ทุกคนต้องซื้อประกันการถูกฟ้องร้องซึ่งราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ค่าใช้จ่ายในระบบบริการทางการแพทย์ซึ่งสูงอยู่แล้วสูงขึ้นไปอีก ก่อให้เกิดวิกฤตระบบบริการสุขภาพ

การที่แพทย์ถูกฟ้องมากๆ ทำให้กลัวที่จะไปเกี่ยวข้องกับคนไข้ที่คิดว่าไม่ใช่หน้าที่ของตัว ตรงนี้ทำให้เกิดช่องว่างของการให้บริการ ที่ทำให้บริการไม่ทันท่วงทีหรือถูกส่งต่อโดยไม่จำเป็น เกิดความเสียหายที่จับมือใครดมไม่ได้ ขณะที่แพทยสภาเองต้องตั้งแพทย์เข้ามาเป็นกรรมการหลายชุด เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงและทำการสืบสวนสอบสวนในกรณีที่แพทย์ถูกร้องเรียน ถ้าการร้องเรียนเพิ่มมากขึ้นไปอีกแพทย์จำนวนมากจะต้องมาเสียเวลาในการนี้ แทนที่จะใช้เวลาไปกับการให้บริการซึ่งมีแพทย์ไม่พออยู่แล้ว ฯลฯ

วัตถุประสงค์ของการแก้ปัญหาเรื่องนี้คือ ลดความเสียหายของผู้ป่วยและลดการฟ้องร้องแพทย์

หลักการคือรุกมากกว่ารับ เช่นเดียวกับการปฏิรูประบบสุขภาพที่เรียกว่า “สร้างนำซ่อม”

ตรงแพทยสภานั้นเป็นการตั้งรับ ทำอย่างไรก็รับไม่ไหวพื้นที่การรุกอยู่ที่โรงพยาบาล ด้วยการสร้างระบบความปลอดภัยของผู้รับบริการและมีระบบการเยียวยาที่มีสมรรถนะสูง ตัวอย่างดีๆ มีอยู่ เช่นที่เรียกว่า “ขอนแก่นโมเดล” เมื่อไม่นานมานี้เกิดเรื่องใหญ่ที่โรงพยาบาลขอนแก่น คือมีคนไข้ประมาณ 10 คน ที่ได้รับการผ่าตัดต้อกระจกแล้วเกิดการติดเชื้อในลูกตาทำให้พิการทางสายตา การรักษาตาที่มองไม่ค่อยเห็นแล้วกลับทำให้พิการทางสายตามากขึ้น เป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับผู้ป่วยและญาติ และกระทบกระเทือนโรงพยาบาลทั้งโรงพยาบาล

รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุขและรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง หากหนังสือพิมพ์ไปพาดหัวว่าโรงพยาบาลขอนแก่นทำให้คนตาบอด ซึ่งตามธรรมชาติเขาก็อยากจะพาดหัวเช่นนั้นอยู่แล้ว

โรงพยาบาลขอนแก่นได้แก้ไขสถานการณ์อย่างรวดเร็วทั่วถึงและได้ผลดี แทนที่คนไข้จะไปฟ้องร้องกลับมาเห็นใจโรงพยาบาลเสียอีก โรงพยาบาลไม่ได้ปล่อยให้หมอที่ผ่าตัดตาคนไข้ต้องไปเผชิญชะตากรรมเอาเอง แต่ระบบโรงพยาบาลทั้งหมดเข้ามาทำการ โดยเยียวยาผู้ป่วยอย่างดีและทั่วถึง รับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด แสดงความเสียใจต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น อธิบายให้สื่อมวลชนเข้าใจไม่ปกปิดซ่อนเร้นข้อมูล ตั้งคณะกรรมการวิจัยขึ้นมาสืบสวนหาจุดที่เกิดความผิดพลาดเพื่อแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้นอีก ฯลฯ

ผู้ป่วยเห็นความทุกข์ความเสียใจของแพทย์พยาบาลในกรณีที่เกิดขึ้น ก็เกิดความเห็นใจกลับเป็นฝ่ายเข้ามาปลอบใจ ผู้ป่วยที่ได้รับความเสียหายกล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ความทุกข์ของเขาเป็นเหตุให้มีการปรับปรุงระบบเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยที่จะตามมาภายหลังจำนวนมาก และเขารักโรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลขอนแก่นก็รักเรา

นี่แหละความยิ่งใหญ่ของหัวใจมนุษย์

ถ้ามีใจต่อกัน ความสร้างสรรค์ก็เกิดขึ้น

การลดความเสียหายต่อคนไข้และลดการฟ้องร้องแพทย์ให้เหลือน้อยที่สุด หรือไม่มีเลย อาจทำได้ดังนี้

1.ทุกโรงพยาบาลสร้างระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยของผู้ป่วยอย่างดีที่สุด และสร้างสมรรถนะในการเยียวยาทำนองเดียวกับโรงพยาบาลขอนแก่น สถาบันพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล (HA) ถือคุณภาพดังกล่าวเป็นคุณภาพของโรงพยาบาลที่จะผ่านการรับรอง

2.ปรับปรุงระบบบริการสุขภาพให้โรงพยาบาลไม่แออัดยัดเยียด และสามารถให้บริการด้วยความประณีตมากขึ้นเพื่อลดความผิดพลาด ยุทธศาสตร์สำคัญคือพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนให้สมบูรณ์ ซึ่งจะลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องมาโรงพยาบาลใหญ่ไปได้ อย่างมหาศาล

3.รณรงค์ระบบบริการสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ที่เริ่มต้นไว้แล้วอย่างจริงทั่วถึงมากขึ้น

4.สถาบันผลิตบุคลากรสุขภาพทุกประเภทปรังปรุงหลักสูตรเพื่อผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพสมบูรณ์ทุกด้าน โดยเฉพาะเป็นบุคลากรที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ ที่มีความเคารพต่อศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

หัวใจของความเป็นมนุษย์จะเป็นเครื่องป้องกันการฟ้องร้องแพทย์ที่ดีที่สุดดังที่คนไข้ไม่ฟ้องร้องที่โรงพยาบาลขอนแก่น หรือที่โรงเรียนแพทย์ของมูลนิธิพุทธฉือจี้ที่ไต้หวัน ซึ่งเน้นการผลิตแพทย์และการให้บริการที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ ปรากฏว่าไม่มีการฟ้องร้องแพทย์เกิดขึ้นเลย

สำหรับเรื่องเฉพาะหน้าคือ พ.ร.บ.คุ้มครองฯ ถ้าเริ่มด้วยความเห็นใจกันและมีเป้าหมายร่วมกันที่จะลดความเสียหายต่อผู้ป่วยและลดการฟ้องร้องแพทย์ ก็ไม่เป็นการยากอะไรเลยที่จะหาทางออกร่วมกัน

หัวใจของความเป็นมนุษย์นั้นยิ่งใหญ่ และให้ผลอย่างมหัศจรรย์เสมอขอให้เริ่มต้นที่ตรงนี้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน