posttoday
“สมาพันธ์ดิจิทัล”ยื่นหนังสือค้านร่าง พรบ.คอมฯ ให้บล็อกเว็บไม่ผิดกฎหมาย

“สมาพันธ์ดิจิทัล”ยื่นหนังสือค้านร่าง พรบ.คอมฯ ให้บล็อกเว็บไม่ผิดกฎหมาย

26 สิงหาคม 2559

ผู้แทนสมาพันธ์ดิจิทัลไทยยื่นหนังสือต่อประธานกรรมาธิการฯ ร่าง พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ บอกเห็นด้วยกับที่มีการแก้ไขไปส่วนใหญ่ ยกเว้นมาตรา20 (4)

ผู้แทนสมาพันธ์ดิจิทัลไทยยื่นหนังสือต่อประธานกรรมาธิการฯ ร่าง พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ บอกเห็นด้วยกับที่มีการแก้ไขไปส่วนใหญ่ ยกเว้นมาตรา20 (4)ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ไปขออำนาจศาลบล็อกเว็บไซต์ได้ แม้เว็บไซต์นั้นจะไม่ได้กระทำการละเมิดกฎหมาย ชี้กระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและมีผลต่อการเติบโตของของเศรษฐกิจดิจิทัล

เมื่อเวลา10.00น.วันนี้ (25ส.ค.59) ที่อาคารรัฐสภา2ผู้แทนสมาพันธ์ดิจิทัลไทย นำโดยนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ที่ปรึกษาสมาพันธ์ฯ,น.ส.กนกพร ประสิทธิ์ผล นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์,นายกิตติรักษ์ ม่วงมิ่งสุข นายกสมาคมศึกษาและพัฒนาโอเพ่นซอร์สและนายศุภเสฏฐ์ ชูชัยศรี นายกสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย ได้ร่วมกันยื่นหนังสือแสดงความคิดเห็นต่อการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และนายวิทยา ฉายสุวรรณ สนช.

ทั้งนี้ เนื้อหาของหนังสือดังกล่าวระบุว่า สมาพันธ์ดิจิทัลไทย ขอสนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ในทุกมาตราเว้นแต่มาตรา20(4)ซึ่งมีรายละเอียดว่า“ในกรณีที่มีการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังต่อไปนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้องพร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นออกจากระบบคอมพิวเตอร์ได้...

...(4)ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ไม่เป็นความผิดต่อกฎหมายอื่นแต่มีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวตามที่รัฐมนตรีแต่งตั้งมีมติเป็นเอกฉันท์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้องพร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอำนาจขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลาย หรือลบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นออกจากระบบคอมพิวเตอร์ได้...”

โดยสมาพันธ์ดิจิทัลไทยได้พิจารณาร่วมกันแล้ว มีความเห็นว่าบทบัญญัติดังกล่าวมีหลักการที่ขัดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ควรจะถูกจำกัดสิทธิเฉพาะในเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง การมีบทบัญญัติเช่นนี้ ย่อมกระทบกระเทือนต่อสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน ตลอดจนอาจมีผลกระทบต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตามนโยบายของรัฐบาล

ด้าน พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกล่าวหลังจากได้รับหนังสือว่า ประเด็นที่ทางสมาพันธ์เสนอความคิดเห็นมานั้น คณะกรรมาธิการกำลังพิจารณาอยู่ โดยจะรับฟังความคิดเห็นจากทุกๆฝ่ายให้รอบด้าน เพื่อให้เกิดความสมดุลกันระหว่างสิทธิเสรีภาพของประชาชนกับปัญหาด้านความมั่นคง ทั้งนี้จะมีการนำความเห็นของทางสมาพันธ์ฯ เข้าพิจารณาในคณะกรรมาธิการด้วย

สำหรับสมาพันธ์ดิจิทัลไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่21เม.ย.2559โดยเป็นการรวมตัวของสมาคมและชมรมทางด้านดิจิทัลทั้งหมด9องค์กร ได้แก่1.สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์2.สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย3.สมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย4.สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย)5.สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย6.สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่7.สมาคมศึกษาและพัฒนาโอเพ่นซอร์ส8.สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และ9.ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท