
"สุกำพล"ปัดแทรกแซงตั้งปลัดกลาโหม
สนช.แถลงเปิดสำนวนถอดถอน "พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต" แทรกแซงตั้งปลัดกระทรวงกลาโหม เจ้าตัวยืนยันทำตามระเบียบทุกขั้นตอน
สนช.แถลงเปิดสำนวนถอดถอน "พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต" แทรกแซงตั้งปลัดกระทรวงกลาโหม เจ้าตัวยืนยันทำตามระเบียบทุกขั้นตอน
เมื่อวันที่ 25 ส.ค.การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อดำเนินกระบวนการถอดถอน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมว.กลาโหม ออกจากตำแหน่ง ในข้อหาเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล เข้าไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมโดยมิชอบ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 268 ประกอบมาตรา 266 (1) (2) และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง ข้อ15 พ.ศ.2551 มีมูลส่อว่าจงใจในการใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ปี 2550 และขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง จึงเป็นเหตุให้ถูกถอดถอน ตามพระราชบัญญัติป.ป.ช. 2542
น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ได้แถลงเปิดสำนวนว่า เมื่อ 25 ก.ค. 2555 พล.อ.อ.สุกำพลได้นำพล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ผู้ช่วย ผบ.ทบ.และพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. เข้าพบน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อให้สนับสนุนพล.อ.ทนงศักดิ์ เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม
จากนั้นในวันที่ 17 ส.ค. 2555 เวลา 10.00 น.ได้มีการเสนอชื่อพล.อ.ทนงศักดิ์ โดยไม่ได้มีการพิจารณาของคณะกรรมการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แต่มาพิจารณาในตอนบ่าย และมีการรับรองชื่อในวันที่ 20 ส.ค.ถือเป็นแทรกแซงและไม่ปฏิบัติตามมาตรา 25 วรรค 2 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551และข้อบังคับว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลของกระทรวงกลาโหม ในข้อที่ 11
ทำให้พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้มีหนังสือทักท้วงไปว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงกลาโหมกำหนดไว้ เนื่องจากพล.อ.ทนงศักดิ์ สังกัดกองทัพบก ตามข้อบังคับการแต่งตั้งของกระทรวงกลาโหมจากส่วนราชการหนึ่งไปอีกส่วนราชการหนึ่ง ต้องให้หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทำการตกลง แต่ปรากฏว่าไม่มีการตกลงใด ๆทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม กฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่มีอยู่มุ่งทำให้เกิดดุลภาพในเรื่องการบริหารกองทัพ ทั้งเรื่องการแต่งตั้งและห้ามเข้ามาล้วงลูกการแต่งตั้งโยกย้าย แต่การกระทำที่กล่าวมาข้างต้นชี้ให้เห็นเจตนาอย่างชัดเจนว่า พล.อ.อ.สุกำพลใช้ตำแหน่งรัฐมนตรีเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงในหน้าที่ประจำของข้าราชการ ซึ่งไม่ใช่นโยบาย เป็นการปฏิบัติที่ผิดหลักการ การบริหารที่ดี ย่อมทำให้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศขาดความศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจใช้บังคับได้ผล เป็นการทำลายความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชน เป็นการทำลายระเบียบ มาตรฐานทางจริยธรรม ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงสมควรถูกถอดถอนและตัดสิทธิ์การดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี
จากนั้น พล.อ.อ.สุกำพล ได้แถลงเปิดสำนวนว่า ส่วนตัวขอชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีที่การแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลในวาระต.ค. 2555 ซึ่งข้อกฎหมายและข้อบังคับก็ตรงกับ ป.ป.ช. 2 ฉบับ คือ ยึดตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบข้าราชการกลาโหม และข้อบังคับของกระทรวงกลาโหมโดยจะขอชี้แจงถึงการดำเนินการประชุมของคณะกรรมการระดับกระทรวงกลาโหมที่ตนเป็นประธาน โดยกลาโหมขอให้หน่วยที่ขึ้นตรงต่างๆส่งรายชื่อนายทหารทั้งหมดที่จะโยกย้ายให้มาถึงที่สำนักงานปลัดกลาโหม ภายในวันที่ 15 ส.ค. 2555 แต่เมื่อถึงกำหนดก็ไม่มีหน่วยไหนส่งรายชื่อมาเลย แม้แต่สำนักงานปลัดกลาโหมก็ไม่มี จึงเป็นจุดสำคัญที่ต้องตัดสินใจ เพราะวาระการแต่งตั้งโยกย้ายในเดือนส.ค. น่าจะไม่เสร็จทันตามกำหนดที่จะต้องทำให้เสร็จเพื่อส่งให้สำนักนายกรัฐมนตรีดำเนินการต่อ ซึ่งหน่วยต่างๆจะต้องส่งรายชื่อมายังตนวันที่ 3 ก.ย. 2555 ซึ่งเวลาให้พิจารณาเพียง 5 วัน จึงได้ตัดสินใจนัดประชุม โดยให้ ปลัดกลาโหมนัดประชุมด้วยวาจาในวันที่ 17ส.ค. 2555 เวลา 10.00 น.และเป็นรับทราบทั้งหมด เว้นแต่ ผบ.ทอ. ซึ่งไปราชการต่างประเทศ จึงไม่ได้เข้าร่วมประชุม แต่ได้แจ้งกับที่ประชุมว่า อยากหาข้อยุติในเรื่องปลัดกลาโหมเพียงวาระเดียว เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนในส่วนนี้ โดยมีการแจ้งชัดเจนว่าไม่ให้จดบันทึกการประชุม เพราะมีวาระเดียวจำเอาไว้และป้องกับความลับรั่วออกไป เพราะรั่วทุกปี
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวต่อว่า ส่วนตัวขอโต้แย้งข้อกล่าวหาของป.ป.ช. ใน 6 ประเด็น ดังนี้ 1.ป.ป.ช.กล่าวหาว่า การแต่งตั้งในวันที่ 17 ส.ค. 2555 ไม่ถือเป็นการประชุมนั้น ขอยืนยันว่า เป็นการประชุมที่ครบองค์ประชุมเพื่อพิจารณาตำแหน่งปลัดกลาโหมเพียงตำแหน่ง โดยส่วนตัวเสนอชื่อ พล.อ.ทนงศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผบ.ทบ.เป็นปลัด ส่วน พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกลาโหม ให้ขณะนั้น เสนอ พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกลาโหม ซึ่งตนได้ถามที่ประชุมทีละคนว่า จะเลือกใคร
ซึ่งมติที่ประชุมเห็นชอบ 4 ต่อ 1 ให้พล.อ.ทนงศักดิ์ เป็นปลัดกลาโหม.ตามที่ตนเสนอ ทั้งนี้ ยอมรับว่า ตนได้พูดว่า พล.อ.เสถียรส่งใครมา ตนจะเปลี่ยนทั้งหมดจริง แต่เป็นการพูดภายหลังจากมีมติ 4 ต่อ 1 แล้ว และ ผบ.ทบ. ผบ.สส. ผบ.ทบ. ผบ.ทร.ก็ยืนยันกับ ป.ป.ช.ว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมที่ถูกต้องที่ชอบด้วยข้อบังคับทุกประการ แต่ป.ป.ช. กลับไม่ฟัง ไปฟังคนที่ไม่เข้าประชุม
2.การที่ ป.ป.ช.บอกว่า ตำแหน่งปลัดกลาโหมไม่ขึ้นตรงกับรัฐมนตรีกลาโหม ส่วนตัวขอถามว่า ถ้าปลัดกลาโหมไม่ขึ้นตรงกับรัฐมนตรีกลาโหม แล้วจะขึ้นกับใคร 3.การที่ป.ป.ช.ระบุการประชุมเพื่อแต่งตั้งโยกย้ายต้องจัดทำบัญชีรายชื่อทุกตำแหน่งเป็นบัญชีเดียว ซึ่งกฎระเบียบข้อบังคับไม่ได้กำหนดให้ต้องมีบัญชีรายชื่อ เป็นบัญชีเดียวกันตั้งแต่การประชุมครั้งแรก แต่การประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2555 มีรายชื่อบัญชีรายทุกตำแหน่งในบัญชีเดียวกันครบตามที่กำหนด
4.ป.ป.ช.กล่าวหาว่า การแต่งตั้งปลัดกลาโหมไม่เป็นไปตามข้อบังคับนั้น ยืนยันว่า การประชุมครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2555 เป็นไปตามข้อบังคับทุกประการ และองค์ประกอบครบ โดยที่ประชุมมีมติ 4 ต่อ 1 เห็นชอบ พล.อ.ทนงศักดิ์ เป็นปลัดกลาโหม แล้ว 5.ป.ป.ช.กล่าวหาว่า การแต่งตั้งจะข้ามส่วนราชการไม่ได้นั้น ยืนยันว่า องค์ประชุมในวันนั้นมีองค์ประกอบจากทุกส่วนราชการของกลาโหมมาร่วมประชุมแล้ว และที่ประชุมมีมติในเรื่องบุคคล อีกทั้ง รักษาการปลัดกลาโหมในขณะก็ได้มีหนังสือขอตัว พล.อ.ทนงศักดิ์ จากทบ. เพื่อโอนย้ายมาสังกัด สำนักงานปลัดกลาโหมแล้วด้วย
และ 6.ป.ป.ช. กล่าวหาการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล รวมถึงปลัดกลาโหมให้พิจารณาตัวบุคคลในส่วนราชการนั้นๆเป็นลำดับแรกก่อน ส่วนตัวขอยืนว่า ในการประชุมวันที่ 17 ส.ค. 2555 คนเสนอชื่อ 2 คน ให้ที่ประชุมพิจารณา คนหนึ่งมาจาก ทบ. อีกคนมาจากสำนักงานปลัดกลาโหม ซึ่งการพิจารณาความเหมาะสมต้องให้เกียรติคณะกรรมการที่พิจารณา ซึ่งพิจารณาว่า พล.อ.ทนงศักดิ์ เหมาะสม คนเป็นฝ่ายการเมืองเพียงเสียงเดียวไม่สามารถไปสั่งใครได้ ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องคณะกรรมการใช่เรื่องของตน
"ทั้งหมดเป็นรายละเอียดที่ผมรับผิดชอบถามที่ได้รับมอบหมายแต่หากสนช.สงสัยว่าสิ่งที่ผมพูดจริงหรือไม่ ขอให้สอบถามกับ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ อดีตผบ.ทร ซึ่งเป็น สนช.ในขณะนี้ดูก็ได้ เพราะพล.ร.อ.สุรศักดิ์ นั่งประชุมร่วมกับผมทั้งวันที่ 17 ส.ค. และวันที่ 5 ก.ย. 2555 หรือจะถาม พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ อดีต ผบ.ทอ. ก็เป็น สนช.อยู่ด้วยก็ได้ ส่วนที่กล่าวหาที่ว่าผมพา พล.อ.ทนงศักดิ์ กับ พล.อ.ประจิน จั่นตอง ไปพบนายกฯ ก็เพราะอยากรู้จักเท่านั้นเอง ที่ผ่านมารู้จัก แต่ 5 เสือไม่รู้จักเสือตัวเล็กๆเลย และหลักเข้าพบก็ไม่ปิดบังอะไร นักข่าวเห็นหมด และ ทั้ง 2 คนให้การกับป.ป.ช.ว่า นายกฯก็ไม่ได้พูดเรื่องการแต่งตั้งเลย"พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว







