
ถกแก้เขื่อนบางลางน้ำแห้ง
มทภ.4 ถกแก้เขื่อนบางลางน้ำแห้งขั้นวิกฤต เหตุป่าเหนือเขื่อนถูกโค่นเสียหายหลายร้อยไร่ ขณะที่ จ.สุรินทร์ ฝนทิ้งช่วงนาข้าวหอมล่มนับพันไร่
มทภ.4 ถกแก้เขื่อนบางลางน้ำแห้งขั้นวิกฤต เหตุป่าเหนือเขื่อนถูกโค่นเสียหายหลายร้อยไร่ ขณะที่ จ.สุรินทร์ ฝนทิ้งช่วงนาข้าวหอมล่มนับพันไร่
พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (ผอ.รมน.ภาค 4) เปิดเผยว่า ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหารือแก้ปัญหาน้ำในเขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา เริ่มแห้งขอดเข้าขั้นวิกฤต หลังฝนทิ้งช่วงมาเป็นเวลาหลายเดือน โดยมีปริมาณน้ำใช้งานได้อยู่ที่ 177.42 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 15.06% ซึ่งสาเหตุเพราะมีการบุกรุกแผ้วถางป่าในเขตพื้นที่ป่าเหนือเขื่อนเสียหายหลายร้อยไร่ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา จึงสั่งการให้ตำรวจตระเวนชายแดนปราบปรามผู้บุกรุกป่าไม้ดังกล่าว
ด้าน ร.ต.ท.อรุณ กุลกัลยา รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ยะลา กล่าวว่า เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา จากการขึ้นบินสำรวจพื้นที่ป่าเหนือเขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา ธารโต และเบตง พบว่ามีป่าไม้ถูกบุกรุกไปแล้วกว่า 200 ไร่ ที่หนักสุดคือในปี 2554 พบว่ามีการบุกรุกป่าไม้มากที่สุดในพื้นที่เหนือเขื่อนบางลาง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนบางลางลดลงจนเกิดสภาวะขาดแคลนน้ำในอยู่ขณะนี้
ทั้งนี้ ปัญหาการเข้าตรวจสอบพื้นที่นั้นเป็นไปได้ยากยิ่ง เนื่องจากกลุ่มผู้ลักลอบบุกรุกป่าไม้ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และป่าสิริกิติ์ มักจะเข้าไปบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจะเดินทางไปถึงได้ โดยส่วนใหญ่จะเข้าไปโค่นเอาไม้ขนาดใหญ่และทำการจับจองพื้นที่จากแนวกลางป่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำการตรวจพบได้ ยกเว้นการขึ้นบินสำรวจโดยเฮลิคอปเตอร์
ขณะที่ชาวนากว่า 20 หมู่บ้าน ต.กระโพ และตำบลใกล้เคียง อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ กำลังประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงนานนับเดือน ส่งผลทำให้พื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิหลายพันไร่กำลังยืนต้นใกล้ตายเพราะไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว โดยปรากฏการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลทำฝนเทียมช่วยเหลือด่วน เผื่อว่าฝนจะตกลงมาชุบเลี้ยงต้นข้าวที่เหลือทำให้ชาวนาเก็บเกี่ยวทำเป็นพันธุ์ได้บ้าง เพราะช่วงนี้จะทำนาใหม่อีกรอบคงไม่ได้ เพราะล่วงเลยฤดูทำนาไปแล้ว







